
(สภาพพื้นที่โครงการสถานีไฟฟ้าปัตตานี 2 – สถานีไฟฟ้าสายบุรี จังหวัดปัตตานี มูลค่า 125 ล้านบาท ที่ปัจจุบันยังคงรกร้าง วางเกลื่อนไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ตำตาชาวบ้านที่ผ่านไปมา)
จับประเด็น “ทิ้งงาน” หรือ “ไม่ทิ้งงาน” ? โครงการฉาวสถานีปัตตานี 125 ล้านบูรพาฯ ได้ที ยื่นฟ้อง กฟภ.!!! ชี้ช่อง ส่งศาลปกครองชี้ขาด 2 คำสั่ง!!?
เป็นเรื่องที่น่าติดตามและให้ความสนใจอย่างยิ่ง เพราะเรื่องเดียวกันนี้ แต่เข้าไปอยู่ในมือการไต่สวนสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ต่างกรรมต่างวาระถึง 2 แง่มุม ด้วยกัน !!!??
นั่นก็คือ โครงการอื้อฉาว “สถานีไฟฟ้าปัตตานี 2 – สถานีไฟฟ้าสายบุรี จังหวัดปัตตานี มูลค่า 125 ล้านบาท ของการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่สมาคมสมาพันธ์นักข่าวฯ ได้นำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดข้อกังขาไปทั่ว เมื่อมีข้อมูลถูกเปิดเผยออกมาว่า บริษัท บูรพา เทคนิคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ชนะการประมูลโครงการฯ ไม่สามารถดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จได้ตามกำหนด แม้จะมีการขยายเวลาออกไปให้แล้วก็ตาม จนถูกบอกเลิกจ้าง แต่ก็เกิดเรื่องพิลึก เมื่อบริษัทเอกชนรายดังกล่าวนี้ กลับไปมีชื่อเข้าร่วมประมูลในโครงการอื่นๆ และชนะการประมูลในหลายโครงการด้วยอย่างน่าแปลกใจ!!!?
และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการขุดคุ้ย จนพบว่า ผู้บริหารโครงการฯ ของ กฟภ. พลิกเรื่องราวกลับห่างเป็นหัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะแทนที่จะส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลาง โดยมีคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาเป็น “ผู้ทิ้งงาน” หรือไม่ …? แต่ กฟภ.ขณะนั้น เลือกที่จะไม่ส่ง แถมออกหนังสือยกโทษให้ จนส่งผลให้เอกชนรายดังกล่าวนี้ สามารถเข้าร่วมประมูลโครงการอื่นๆ ของ กฟภ.และคว้าเอาไปทำได้อีกหลายโครงการ
เมื่อเรื่องแดงขึ้นจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ทักท้วงไปทั่ว ผู้บริหารโครงการของ กฟภ.ขณะนั้น จึงหันกลับมาพิจารณาใหม่ และส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลาง โดยคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณา “เป็นผู้ทิ้งงงาน” ในท้ายสุด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1399/2564 ลงนามโดยนายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลางในขณะนั้น ในฐานะประธานคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
แต่กระนั้น ก็ไม่พ้นที่บุคคลอย่างนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการ เลขาธิการ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำเรื่องเข้ายื่นต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ว่าการ กฟภ. (ในขณะนั้น) และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องรวม 5 คน ได้สร้างความไม่ชอบมาพากลให้เกิดขึ้นหรือไม่ ?
นั่นคือแง่มุมแรก ที่โครงการฉาวแห่งนี้ถึงมือการสอบสวนของ ป.ป.ช. ซึ่งล่าสุด ป.ป.ช.เริ่มเดินเครื่องแล้ว ด้วยการเรียกข้อมูลการดำเนินโครงการฉาวนี้ พร้อมประวัติการทำงานของผู้บริหาร กฟภ.ที่กี่ยวข้อง เข้าสู่การพิจารณาแล้วเมื่อ 31 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา
(อ่านประกอบ … พิลึก ! เอกชนทิ้งงาน กฟภ. กลับได้รับงานใหม่ ที่ใหม่ แถมออกหนังสือชุบตัว ?)
(อ่านประกอบ … ปิดฉากงานฉาวโฉ่ สร้างสายส่ง ปัตตานี 125 ล้าน จนด้วยหลักฐาน-ข้อเท็จจริง !!? กฟภ. กลับลำ แจ้งคลัง “บูรพาฯ เป็นผู้ทิ้งงาน” แล้ว !!! )
(อ่านประกอบ … สายส่งไฟฟ้า ปัตตานี 125 ล้าน ถึงมือ ป.ป.ช. “ศรีสุวรรณ” ตั้งแท่น ส่งข้อมูลสอบ 5 บิ๊ก กฟภ.)
(อ่านประกอบ … โดนแล้ว!! ป.ป.ช.เรียกสอบ โครงการฉาว “สถานีไฟฟ้าปัตตานี 2” ตั้งประเด็นเข้มเค้นข้อมูล 10 ข้อ)
อย่างไรก็ตาม บริษัท บูรพาฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อกรมบัญชีกลางหลังนายประภาศ คงเอียด ย้ายไปทำหน้าที่อธิบดีกรมธนารักษ์ โดยมีนางสาวกุลยา ตันติเตมิท เข้ามาทำหน้าที่อธิบดีกรมบัญชีกลางคนใหม่ และเป็นประธานคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยตำแหน่ง
การยื่นอุทรธรณ์ครั้งนี้ได้ผล คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่มีนางสาวกุลยา เป็นประธานฯ ได้พิจารณาใหม่ และมีคำสั่งที่กระทรวงการคลัง ทื่ 204/2565 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2565 เพิกถอนบริษัท บูรพา เทคนิคอลฯ ออกจากการเป็น “ผู้ทิ้งงาน” หรือพูดง่ายๆ คือ พลิกกลับคำสั่งเดิมสมัยนายประภาศ คงเอียด นั่นเอง โดยระบุว่า “ปรากฎข้อเท็จจริงใหม่อันเป็นสาระสำคัญ และเป็นข้อโต้แย้งที่มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้บริษัทบูรพา เทคนิคอลฯ ไม่สมควรถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน…”
การพลิกกลับคำสั่งครั้งหลังนี้ สร้างความแคลงใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ได้รับการตอบจากกรมบัญชีกลางโดยมีนัยสำคัญคือ มีการส่งมอบพื้นที่ทำงานล่าช้า ส่งผลให้การดำเนินงานด้านอุปกรณ์ในหลายส่วนไม่สามารถดำเนินการได้ ที่สำคัญพื้นที่โครงการอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีผลต่อคนงานและการดำเนินงานเกิดอุปสรรค รวมถึงเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเวลานั้นด้วย ขณะที่ประเด็นสุดท้ายคือ ปัจจุบันโครงการดังกล่าวยังไม่มีเอกชนรายใดสนใจเข้าดำเนินการ อันเป็นการบ่งบอกถึงพื้นที่ดังกล่าวมีปัญหา ตามการหยิบยกขึ้นมาอ้างอิงของเอกชนรายดังกล่าวนี้
อย่างไรก็ตาม พลันที่คำสั่งกรมบัญชีกลางล่าสุด ปลดบริษัท บูรพา เทคนิคอลฯ ออกจากการเป็นผู้ทิ้งงาน ความเคลือบแคลงก็เกิดในทันทีเช่นกัน โดยเฉพาะต่อนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้เคยเข้าร้องต่อ ป.ป.ช.ถึงความไม่ชอบมาพากลของโครงการนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้ก็เช่นกัน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 นายศรีสุวรรณ จึงได้เข้ายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนสอบสวน การออกคำสั่งของนางสาวกลุยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง และคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มีอะไรลึกๆ เอื้อประโยชน์กันหรือไม่ ..?
(อ่านประกอบ … เปิด “ข้อมูลแย้ง” ฉงน ตรงไหน …? “ข้อมูลใหม่” เพิกถอน บูรพาฯ เป็นผู้ทิ้งงาน สหภาพแรงงาน กฟภ. จี้ผู้ว่าฯ ขอข้อเท็จจริง)
(อ่านประกอบ … เปิดเอกสาร … คำถาม-คำชี้แจง ไม่พบ “ข้อมูลใหม่” …? ปฏิบัติการ “ตั้งธง” รอ … เพิกถอน “บูรพาฯ”)
แต่เรื่องก็มีเกิดขึ้นอีก ไม่เฉพาะแต่ความเสียหายที่โครงการไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังมีรายงานข่าวล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ เปิดเผยว่า ภายหลังคำสั่งใหม่ของกรมบัญชีกลางออกมา บริษัท บูรพา เทคนิคอลฯ ได้ยื่นเรื่องฟ้องร้อง กฟภ.และผู้บริหาร (ชุดเก่า) ซึ่งเป็นไปได้ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กฟภ. หรือบอร์ด กฟภ.ในวันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2565 นี้ อาจมีการนำเรื่องนี้เข้าหารือต่อที่ประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์และแนวทางการแก้ไข เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจสร้างความเสียหายทั้งต่อภาพลักษณ์และด้านการเงินของ กฟภ.
แหล่งข่าวระดับสูงใน กฟภ.ผู้หนึ่ง เปิดเผยกับสมาพันธ์นักข่าวฯ ว่า “เรื่องนี้เคยมีการอัพเดตมาแล้วถึง 2 ครั้งเนื่องจากมีการเปลี่ยนคำตัดสินของกรมบัญชีกลาง ขณะเดียวกันก็มีการฟ้องร้องมาที่ กฟภ. ผู้ว่าฯ คนเก่า ผู้เกี่ยวข้อง กฟภ.ก็ต้องอยู่ในลักษณะที่ต้องแก้ต่างว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิด ก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายจัดการทางผู้ว่าฯ กับสำนักกฎหมาย จะไปดำเนินการ แล้วอาจจะมีทางอัยการเข้ามาช่วยดูด้วย เช่น เรื่องการไฟฟ้าฯ ไม่ได้ทำอะไรผิดไปจากข้อกำหนดของระเบียบ ทั้งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างหรือดูแลควบคุม”
แหล่งข่าวเดียวกันนี้ ให้ความเห็นต่อไปว่า “กรมบัญชีกลางสมัยท่านประภาศก็ออกหนังสือเป็นผู้ทิ้งงาน แต่พอมายุคอธิบดีคนใหม่ ก็มาบอกว่า ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน หลังจากนั้น เขาก็ฟ้อง กลายเป็นว่า ผู้ถือคำสั่งทางอธิบดีกรมบัญชีกลาง 2 ท่าน พิจารณาเรื่องเดียวกัน แต่ตัดสินแตกต่างกัน จึงมีผู้เสนอว่า น่าจะส่งเรื่องให้ศาลปกครองตัดสินว่า คำสั่งของใครชอบด้วยกฎหมายหรือไม่”
ครับ.. ที่ร่ายยาวก็เพื่อทบทวนให้เห็นถึงที่ไปที่มา ความสลับซับซ้อน การพลิกกลับไปกลับมาของโครงการฉาวนี้ ลงท้ายแล้วจะจบลงอย่างไร !!!?
ด้านหนึ่ง ป.ป.ช.ต้องพิจารณว่า การทำงานของผู้บริหาร กฟภ.ชุดเก่า มีความไม่ชอบมาพากล เอื้อต่อบริษัทเอกชนรายดังกล่าวนี้หรือไม่ หากพบและมีเหตุผลรองรับ แน่นอนว่า ผู้บริหาร กฟภ.ชุดเก่าก็ต้องได้รับผลแห่งการกระทำนี้ ตามคำร้องครั้งแรกของนายศรีสุวรรณ แต่จะมีผลต่อบริษัทเอกชนรายดังกล่าวนี้อย่างหรือไม่…?
ขณะที่อีกด้าน คือการร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนสอบสวนนางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง และคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ต่อการออกคำสั่งยกเลิกการเพิกถอนบริษัทบูรพา เทคนิคอลฯ ออกจากการเป็นผู้ทิ้งงาน เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนรายดังกล่าวหรือไม่
ประเด็นนี้เป็นไปได้ว่า ป.ป.ช.จะต้องดำเนินการพิจารณาถึงรายละเอียดต่างๆ ทั้งจากคำสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานครั้งแรกของนายประภาศ คงเอียด มาเทียบเคียงกับคำสั่งหลังสุดของนางสาวกุลยา ที่ให้ยกเลิกคำสั่งของนายประภาศ ที่สำคัญคือ ข้ออ้างข้อมูลใหม่นั้นคืออะไร ซึ่งแน่นอนว่า ต้องนำการพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานของ กฟภ. และคำโต้แย้งที่มีไปยังคำสั่งของนางสาวกลุยา อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ หากมีการยื่นเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาคำสั่งกระทรวงการคลังทั้ง 2 คำสั่ง ซึ่งหากศาลปกครองรับไว้พิจารณา เรื่องนี้ก็คงมีแง่มุมที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นอีกอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นหนึ่งที่กลายเป็นที่สนใจคือ การนำข้อกล่าวอ้างที่ว่า ปัจจุบันพื้นที่ก่อสร้างของโครงการฯ ยังไม่มีผู้สนใจเข้าดำเนินการ จนเป็นเหตุให้นำมาอ้างอิ่งยกเลิกคำสั่งเป็นผู้ทิ้งงานเดิมนั้น ก็ยังเป็นเรื่องแปลกที่ คณะกรรมการวินิจฉัยชุดนางสาวกุลยา ตันติเตมิท นั่งเป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้นำการดำเนินโครงการอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง ของผู้รับเหมารายอื่นๆ ที่สามารถดำเนินการได้เสร็จลุล่วงไปแล้วเป็นอย่างดี มาพิจารณาเทียบเคียงหรือไม่….?
เพราะโครงการอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงที่ว่านี้ ดำเนินการสำเร็จลุล่วง ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดมาก่อนหน้านี้แล้ว…
(อ่านประกอบ … ส่องโครงการระบบไฟฟ้าสะบ้าย้อย-ปัตตานี 175 ล. -ทำไมผู้รับเหมาส่งงานครบไร้ปัญหา)
ทีมข่าวสมาพันธ์ฯ









