สหภาพแรงงาน กฟภ.กังขาคำสั่ง “กรมบัญชีกลาง”? “สร้างช่องโหว่” ผู้รับเหมาหลุดความรับผิดชอบ !!!

48

โครงการก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี ช่วงสถานีไฟฟ้าปัตตานี 2 – สถานีไฟฟ้าสายบุรี จังหวัดปัตตานี มูลค่า 125 ล้านบาท ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่กำลังติดปมปัญหา มีการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนที่ได้รับสิทธิ์เข้าดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2558 หรือไม่ …? นั้น ได้กลายเป็นเรื่องที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง !!!

เพราะปัจจุบัน เรื่องฉาวดังกล่าวนี้ อยู่ในมือการสอบสวนของ ป.ป.ช. 2 สำนวน จากการกังขาของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และสำนวนที่ 3 อยู่ในมือของคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีพลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรณ นั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ที่ไม่รู้ใครเป็นมือดียื่นเรื่องเข้าไปให้ และหากผลการสอบสวนออกมาขัดแย้งกันไปมา คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง

(อ่านประกอบ …สายส่งไฟฟ้า ปัตตานี 125 ล้าน ถึงมือ ป.ป.ช. “ศรีสุวรรณ” ตั้งแท่น ส่งข้อมูลสอบ 5 บิ๊ก กฟภ.)

(อ่านประกอบ … “บัญชีกลาง พิรุธ” ยกเลิกคำสั่ง “บูรพาฯ ทิ้งงาน” ถึงมือ “ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช. สอบข้อเท็จจริง)

(อ่านประกอบ … “บูรพาฯ ทิ้งงาน” หรือไม่? ขยายวง ส.ว.รับลูก เรียกผู้ว่าฯ กฟภ.ชี้แจ้ง)

อย่างไรก็ตาม 2 สำนวนที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. มีความแตกต่างกัน แต่ก็เป็นในเรื่องเดียวกัน โดยสำนวนแรก นายศรีสุวรรณ ยื่นเรื่องให้สอบสวนผู้บริหารและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการฯ ของ กฟภ. (ในขณะนั้น) จำนวน 5 คนด้วยกัน จากสาเหตุปล่อยให้บริษัทเอกชนรายนั้น ลอยนวล จากการถูกบอกเลิกสัญญาแล้ว แต่กลับไม่ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยกรมบัญชีกลาง พิจารณาให้เป็นบริษัทผู้ทิ้งงานในโครงการของภาครัฐ

ต่อมาผู้บริหาร กฟภ.ในยุคนั้น ก็ยอมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณา โดยนายประภาศ คงเอียด อดีตอธิบดีกรมบัญชีกลาง ที่นั่งเป็นประธานคณะกรรมการวินิจฉัยฯ ก็ออกประกาศกระทรวงการคลังที่ 1399/2564 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ให้บริษัทเอกชนรายดังกล่าวนี้ ซึ่งก็คือ บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผู้ทิ้งงาน ในที่สุด

แต่แล้วเรื่องก็พลิกเมื่อเข้าสู่ยุคนางสาวกุลยา ตันติเตมิท เข้ามานั่งเก้าอี้อธิบดีกรมบัญชีกลางคนใหม่ รับเรื่องอุทธรณ์ และวินิจฉัย ออกประกาศกระทรวงการคลัง ที่ 204/2565 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2565 เพิกถอนบริษัท บูรพา เทคนิคอลฯ ออกจากการเป็นผู้ทิ้งงาน ด้วยอ้างเหตุมี “ข้อเท็จจริงใหม่ ..” จึงนำมาสู่สำนวนที่ 2 ที่นายศรีสุวรรณ ที่เกิดข้อกังขาต่อคำสั่งดังกล่าว และได้เข้ายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการสอบสวนนางสาวกุลยา ตันติเตมิท และคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ร่วมกันพิจารณา

สำหรับข้อเท็จจริงใหม่ที่กรมบัญชีกลางยุคนางสาวกุลยา ตันติเตมิท นำมาหักล้าง มีสาระสำคัญประกอบด้วย กฟภ.ส่งมอบพื้นที่ล่าช้าและไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทั้งหมดตามสัญญา เป็นเหตุให้บริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดทั้งหมดได้ และส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการโครงการฯ จากงานฐานราก และการติดตั้งเสาไฟฟ้าได้ ตามข้อกำหนดเดิมได้ รวมทั้งพื้นที่โครงการฯ อยู่ในเขตความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงานและด้านกำลังคน โดย กฟภ.ไม่ยอมขยายเวลาการทำงานให้ตามคำขอ แม้ก่อนหน้านี้ กฟภ.จะขยายเวลาให้แล้ว 120 วันก็ตาม

ต่อเรื่องนี้ สมาพันธ์นักข่าวฯ เคยต้องข้อสังเกตไปแล้วว่า ตามคำชี้แจ้งล่าสุดของ กฟภ. น่าจะตอบคำถามได้ทำเรื่อง อาทิ การส่งมอบพื้นที่ล้าช้าจนส่งผลให้ไม่สามารถทำงานด้านฐานรากได้นั้น กฟภ.ในฐานะเจ้าของโครงการและผู้ควบคุมงาน ชี้แจงว่า การส่งมอบพื้นที่ที่จำนวน 9 ช่วง โดยแบ่งเป็นช่วงๆ นั้น ไม่ใช่อุปสรรคจนไม่สามาถทำงานด้านฐานรากได้ และได้บอกกล่าวกับบริษัทผู้ได้รับสิทธิ์ไปแล้ว ซึ่งจากการตรวจงานส่งมอบงานในหลายครั้ง บริษัทผู้ได้รับสิทธิ์ก็มิได้โต้แย้งแต่อย่างใด ที่สำคัญในแต่ละครั้งก็ไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย ขณะที่การขยายเวลา กฟภ.ได้ให้โอกาสตามข้อกำหนดของคณะรัฐมนตรีที่สมควรแก่เหตุแล้ว

ส่วนในกรณีเป็นพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนใต้นั้น เป็นที่น่าสังเกตว่า โครงการก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี Loop line ช่วงสถานีไฟฟ้าสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา- สถานีไฟฟ้าปัตตานี 2 จังหวัดปัตตานี วงเงิน 173,887,380 บาท ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ทำไมสามารถดำเนินโครงการจนสำเร็จลุล่วงไปได้

(อ่านประกอบ … เปิดเอกสาร … คำถาม-คำชี้แจง ไม่พบ “ข้อมูลใหม่” …? ปฏิบัติการ “ตั้งธง” รอ … เพิกถอน “บูรพาฯ”)

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ของสมาพันธ์นักข่าวฯ ได้รับการเปิดเผยจากนายกิตติชัย ใสสะอาด ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟภ. (สร.กฟภ.) ว่า ทั้งตัวเขาและผู้บริหาร กฟภ. มีความกังวลเช่นเดียวกัน โดยตนทราบมาว่า ฝ่ายบริหารได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนหาแนวทางปฏิบัติต่อเรื่องนี้แล้ว โดยแต่งตั้งให้ นายวิเชียร ปัญญาวานิชกุล รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า กฟภ. เข้ามานั่งเป็นประธานฯ ดำเนินการ ซึ่งกำลังเตรียมการขอเข้าพบนายวิเชียร เพื่อขอทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งขึ้นมานี้ ได้ดำเนินการมีผลไปถึงไหนอย่างไรบ้างแล้ว

กิตติชัย ใสสะอาด ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟภ. (สร.กฟภ.)

นายกิตติชัย ยังกล่าวถึงความกังวลต่อคำสั่งเพิกถอนให้บริษัท บูรพา เทคนิคอลฯ ออกจากการเป็นผู้ทิ้งงานของกรมบัญชีกลางด้วยว่า อันดับแรก บริษัท บูรพาฯ เทคนิคอลฯ มีโครงการของ กฟภ.ที่ได้รับสิทธิ์เข้าไปดำเนินการอยู่หรือไม่และมากน้อยแค่ไหน และหากเกิดปัญหาเช่นเดียวกันนี้อีก คำสั่งของกรมบัญชีกลางดังกล่าวก็จะกลายเป็นช่องโหว่ให้บริษัทฯ นำมาอ้างโดยไม่ต้องรับผิดชอบได้อีก หรือรวมไปถึงผู้รับเหมารายอื่นๆ ด้วย ที่อาจใช้ข้ออ้างเดียวกันนี้ในการนำมาอ้างให้พ้นผิดจากการไม่สามารถดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ” นายกิตติชัย กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า

สำหรับความเห็นของเขาที่อ้างมีข้อเท็จจริงใหม่นั้น ก็ไม่น่าเป็นข้อเท็จจริงใหม่แต่อย่างใด เพราะการชี้แจงของ กฟภ.ก็สามารถอธิบายได้หมด ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ของ กฟภ. เป็นผู้คุมงานและเป็นผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว การบอกว่า อะไรทำได้ ส่วนไหนทำได้ก่อนหลังหรือไม่ อะไรจะกระทบต่อแผนงานของโครงการฯ ย่อมทราบดี จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมกรมบัญชีกลางถึงไม่เชื่อข้อมูลคำชี้แจ้งของ กฟภ. ซึ่งเป็นระดับของผู้คุมงานที่ต้องดูแลงานให้เป็นไปตามแผนงานนั่นเอง แต่เลือกที่จะเชื่อบริษัทเอกชนที่เป็นผู้รับจ้าง

แหล่งข่าวใน กฟภ.ผู้หนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้ ให้ความเห็นเพิ่มเติมกับสมาพันธ์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายต่อ กฟภ. ทั้งในด้านภาพลักษณ์ และอาจรวมไปถึงเป็นความเสียหายที่เกิดกับตัวโครงการดังกล่าวนี้ และโครงการอื่นๆ ต่อไปได้ จึงนอยากให้นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการ กฟภ.คนปัจจุบัน ให้ความสำคัญ รักษาผลประโยชน์ของ กฟภ. และเอาจริงเอาจังต่อเรื่องนี้ให้เกิดเป็นคำตอบต่อสาธารณชนด้วย โดยความคืบหน้า สมาพันธ์นักข่าวฯ จะติดตามและนำมามาเสนอเป็นระยะๆ ต่อไป

ทีมข่าวสมาพันธ์ฯ

- Advertisement -