วันเสาร์ 4 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก ทั่วไป ตำรวจคุมตัวหนุ่มจีนโหดคู่ขาฆ่าสาวประเภทสองไปทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวหนุ่มจีนโหดคู่ขาฆ่าสาวประเภทสองไปทำแผนฯ

53

ตำรวจคุมตัวหนุ่มจีนโหดคู่ขาฆ่าสาวประเภทสองไปทำแผนฯ ท่ามกลางญาติผู้ตายรุมสาปแช่งหวิดโดนประชาทัณฑ์

กรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งพบศพนายวรนันท์ พันนาชา หรือโน๊ต อายุ 25 ปี LGBTQ+สาวประเภทสอง ชาวจังหวัดหนองคาย ถูก นายถงหยวน ฟู่ (Mr.Tongyung Fu) อายุ 42 ปี คู่ขาชาวจีน ใช้ของมีคมตัดหน้าอกซิลิโคนทั้งสองข้าง แล้วกรีดร่างตั้งแต่หน้าอกลงมาถึงอวัยวะเพศ ก่อนควักอวัยวะภายในออกมา ทิ้งศพหมกห้องน้ำภายในห้องพักหมายเลข 201 ชั้น 2 ของตึกเอ็มเพลสอพาร์ทเม้น ซอยอรุโณทัย 2 ย่านพัทยากลาง ซึ่งภายหลังตำรวจขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ และสามารถจับกุมตัวไว้ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมที่จะบินหนีออกนอกประเทศ ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง.ผกก.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจชุดสืบสวนตรวจค้นเข้าเมือง 3 ชลบุรี ได้ควบคุมตัว นายถงหยวน ฟู่ (Mr.Tongyung Fu) กลับมาที่ สภ.เมืองพัทยา ซึ่งจากการสังเกตพบว่า ผู้ต้องหามีอาการเคร่งเครียด ที่บริเวณใบหน้ามีบาดแผลขีดข่วน คล้ายร่องรอยการต่อสู้

จากการสอบปากคำ นายถงหยวน ฟู่ ผ่านล่ามแปลภาษา ให้การว่า ปกติตัวเองมีอาชีพเป็นช่างเชื่อมเหล็ก ที่ประเทศจีน และเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย 3 ครั้งแล้ว โดยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา มีโอกาสได้เจอกับผู้ตายที่ชายหาดพัทยา และคิดว่าเป็นสาวแท้ๆ จึงมีการแลกคอนแทคติดต่อกันผ่าน แอพพลิเคชั่น “วีแชท” จากนั้นจึงมีการเจรจา ขอร่วมหลับนอนในราคา 8,000 บาท โดยนัดเจอกันที่ห้องเกิดเหตุ แต่พอกำลังจะขึ้นเตียงผู้ตายเกิดขัดขืน ไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย ตนจึงขอเงินคืนครึ่งหนึ่ง แต่ผู้ตายไม่ยอมเลยเกิดการโต้เถียงและต่อสู้กันอย่างรุนแรง โดยผู้ตายได้ใช้เล็บข่วนที่ใบหน้าและใช้เท้าถีบจนตนจนกระเด็นตกเตียง ด้วยความโมโหจึงขึ้นคร่อมแล้วบีบคอคู่ขาจนแน่นิ่งไป ด้วยความแค้นและอยากจะเล่นกับศพ จึงลากร่างไปที่ห้องน้ำ แล้วใช้กรรไกรเฉือนเต้านมทั้งสองข้าง ก่อนกรีดร่างตั้งแต่ลำคอลงไปจนถึงอวัยวะเพศ แล้วตัดหัวใจออกมาไว้ด้านนอก จากนั้นจึงใช้น้ำชำระล้างคราบเลือดตามร่างกายศพออก แล้วกลับมานอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอรุ่งเช้าจึง โทรศัพท์จองตั๋วเครื่องบิน เพื่อเดินทางกลับประเทศจีน และถูกจับกุมตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิดังกล่าว

ต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 27 เม.ย.2568 พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายถงหยวน ฟู่ (Mr.Tongyung Fu) ซึ่งอยู่ในสภาพสวมเสื้อเกราะกันกระสุนและหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าวต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก

จากนั้นจึงคุมตัวผู้ไปทำแผนฯ อีก 3 แห่ง ประกอบด้วย จุดแรกที่ร้านขายของทุกอย่าง 20 บาท ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ซึ่งจุดนี้มีนายอ้วน พันนาขา อายุ 61 ปี พ่อของผู้ตาย และบรรดาญาติๆ เกือบ 10 ชีวิต มายืนสังเกตการณ์ และตะโกนด่าสาปแช่งู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น จนเจ้าหน้าที่ต้องตรึงกำลัง เพราะเกรงจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ ส่วนจุดที่ 2 ที่บริเวณท่ารถโดยสารพัทยา – กรุงเทพฯ ของ บริษัทรุ่งเรืองทัวร์ ริมถนนพัทยาเหนือ และจุดสุดท้ายที่บริเวณริมชายหาดพัทยาใต้ ก่อนถึงปากทางเข้าถนนวอลค์กิ้งสตรีท ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ตายกับผู้ต้องหาเจอกันครั้งแรก

ซึ่งในระหว่างที่ตำรวจกำลังคุมตัวผู้ต้องหากลับขึ้นไปที่ห้องควบคุม สภ.เมืองพัทยา ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาด เมื่อนายอ้วน พันนาขา พ่อของผู้ตาย และบรรดาญาติๆ ได้ปรี่เข้าไปจะรุมประชาทัณฐ์ผู้ต้องหาจนเกิดเหตุการณ์ชุลมุน โดยนายอ้วน ใช้ขวดพลาสติกฟาดที่ใบหน้าของผู้ต้องหาจนตัวเองล้มทั้งยืน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาห้ามและกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุม

โดยนายอ้วน พันนาขา พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน น้องโน้ต ได้เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน และเรียนภาษาจีนไปด้วย จนสามารถพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว หลังจากทำงานอยู่ 2 ปีจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย และพักอาศัยอยู่ที่เมืองพัทยา ที่ผ่านมาลูกคนนี้จะเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว ทั้งส่งเงินให้ใช้และซื้อข้าวของให้ไม่เคยขาด นอกจากนี้ยังสัญญากับพ่อแม่ว่าจะสร้างบ้านให้และพาไปเที่ยวเมืองจีน แต่ก็มาถูกฆ่าเสียชีวิตเสียก่อน ในส่วนของคดีความ ก็อยากจะให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษประหารชีวิตตายตกไปตามกัน

ทางด้าน พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ประชาชนให้ความสนใจ เพราะคนร้ายมีความเหี้ยมโหด ฆ่าผู้ตายไม่พอยังกระทำการกับศพอย่างทารุณ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นมือกฎหมายไทย ทั้งนี้ทาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยังได้ฝากกล่าวชื่นชม เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว.

- Advertisement -