วันพุธ 29 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก ทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ CIBA-DPU แนะบัญชีที่ดีและมาร์เก็ตติ้งที่ใช่ เพิ่มยอดขาย รับมือ “ภาษีพิเศษ” 

ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ CIBA-DPU แนะบัญชีที่ดีและมาร์เก็ตติ้งที่ใช่ เพิ่มยอดขาย รับมือ “ภาษีพิเศษ” 

45

“ดร.เปรมารัช วิลาลัย” รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และอาจารย์ประจำหลักสูตรการบัญชียุคดิจิทัล วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (CIBA-DPU) แนะวิธีการ “เสียภาษีพิเศษอย่างถูกต้องและดี” ลดหย่อนภาษีพิเศษ พร้อมกับเผยกลยุทธ์ชิงส่วนแบ่งการตลาด เพิ่มยอดขายให้กับผู้ประกอบการไทย

หลังกรมสรรพากรประกาศเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ให้แพลตฟอร์มออนไลน์ธุรกิจ e-Commerce หรือ บริการส่งอาหารและสินค้า อาทิ Shopee, Lazada, LINE MAN, Grab, TikTok, IT Shop ฯลฯ ที่จดทะเบียนในประเทศไทย และมีหรือเคยมีรายได้ในรอบบัญชีเกิน 1,000 ล้านบาท ต้องทำ “บัญชีพิเศษ” นำแสดงและนำส่งข้อมูลรายรับของอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่ได้รับจากเหล่าผู้ประกอบการ

สร้างทั้งความงุนงงและตกใจพ่อค้าแม่ขายกันระงม ทั้ง ‘ร้าน’ ต้องเก็บเอกสารย้อนไปตั้งแต่ปีที่แล้ว? เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายและถูกเรียกเก็บย้อนหลัง และใช่หรือไม่ที่ ‘ร้าน’ ต้องขาดทุนเจ๊งหมดกันก็คราวนี้

“อันดับแรกเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะในประกาศระบุไว้ชัดเจนว่า ‘ประกาศนี้ให้มีผลบังคับสำหรับการส่งข้อมูลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ‘ นั้นเท่ากับว่านั้น เราต้องเตรียมเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น รายรับ รายจ่าย ใบแจ้งหนี้ ฯลฯ แล้วค่อยไปยื่น1 มกราคม 2568 ปีหน้า” ดร.เปรมารัช วิลาลัย รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และอาจารย์ประจำหลักสูตรการบัญชียุคดิจิทัล วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (CIBA-DPU) กล่าวถึงความสงสัยดังกล่าวที่โดยธรรมชาติของ ‘สรรพากร’ นั้นจะไม่ย้อนหลังการประกาศดังกล่าว 

จดทะเบียนบริษัทช่วยลดหย่อนการเสียภาษี 

ดร.เปรมารัช อธิบาย ‘วิธีการลดหย่อนภาษี’ ของผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายสามารถทำได้โดย สามารถเลือกได้ 2 ประเภท ได้แก่ การเสียภาษีในรูปแบบ ‘นิติบุคคล’ ซึ่งจะทำให้เสียภาษีอยู่ที่ 20% และหากกิจการเกิดการขาดทุนจะได้รับการยกเว้นการเสียภาษี แต่ต้องมีหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่าขาดทุนจริง

ในขณะที่หากผู้ประกอบการเลือกที่จะเสียภาษีในรูปแบบ ‘บุคคลธรรมดา’ มีวิธีคิดคำนวณอัตราการเสียภาษี 2 รูปแบบ ได้แก่  1.การคิดภาษีลักษณะขั้นบันได

รายได้ 150,001 – 300,000 บาท เสียภาษี 5% ของรายได้ทั้งหมด

รายได้ 300,001 – 500,000 บาท เสียภาษี 10% ของรายได้ทั้งหมด

รายได้ 500,001 – 750,000 บาท เสียภาษี 15% ของรายได้ทั้งหมด

รายได้ 750,000 – 1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ของรายได้ทั้งหมด

รายได้ 1,000,001 – 2,000,000 บาท เสียภาษี 25% ของรายได้ทั้งหมด

รายได้ 2,000,001 – 5,000,000 บาท เสียภาษี 30% ของรายได้ทั้งหมด

รายได้ตั้งแต่ 5,000,001 บาทขึ้นไป เสียภาษี 35% ของรายได้ทั้งหมด

2.การเสียภาษีแบบเหมา 0.5%

รายได้ทุกประเภท-เงินเดือนx 0.005 = จำนวนเงินที่ต้องเสียภาษี (รายได้จากทางอื่นทั้งหมดมีจำนวนรวมกันตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ให้คำนวณในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน) โดยหากคำนวณด้วยวิธีคิดแบบเหมาแล้วมีภาษีที่ต้องเสียทั้งสิ้นไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าว

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีทั้ง 2 รูปแบบนี้ หากคำนวณแล้วรูปแบบใดเสียภาษีสูงกว่ากรมสรรพากรจะให้เสียภาษีตามวิธีนั้น” ดร.เปรมารัช ระบุ

“จากที่เช็คงบการเงินทั้งหมดแพลตฟอร์ม E-commerceทั้งหมดมีเกณฑ์กำหนดถึง ไม่ว่าจะ Shopee Lazada Grab   ดังนั้นสำหรับผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมคือ ทบทวนดูตัวเองว่าผลสรุปกิจการมีรายได้ต่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่เท่าไหร่ ดูต้นทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เพื่อนำมาคำนวณรายได้สุทธิทั้งหมด เพื่อเปรียบเทียบตัวเองจะยื่นเสียภาษีในรูปแบบใด”

หาที่ปรึกษาทางภาษีและสำนักงานบัญชี

ดร.เปรมารัช แนะนำวิธีการปรับเพื่อทำให้ถูกต้องตามกฎหมายและป้องกันการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังขั้นที่ 2 คือ หา ‘ที่ปรึกษา’ หรือ ‘สำนักงานบัญชี’ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ‘ผู้ประกอบการ’ หลายคนมักจะไม่แม่นและเกิดความสับสนในเรื่องของ ‘เอกสาร’ สำหรับการลดหย่อน เช่น เอกสารเก็บไม่เรียบร้อย เอกสารไม่เพียงพอ หรือเอกสารไม่ได้ลงชื่อตัวเอง ฯลฯ ทำให้เสียภาษีอัตราที่สูงกว่าความเป็นจริงจากความไม่คุ้นชิน

“เมื่อก่อนผู้ประกอบการคนไทยแบ่งออกง่ายๆ 2 รูปแบบ 1.จดจัดตั้งเป็นบริษัทเป็นจริงเป็นจัง 2.ไม่ได้จดทะเบียนเพราะหลงลืม ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของเราจะมีในฝั่งผู้ที่ไม่จดมากกว่า และทีนี้เมื่อผู้ประกอบการไม่เคยเข้าสู่ระบบ ก็อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดจากการที่ไม่รู้ว่าเอกสารประเภทไหนใช้ลดหย่อนได้

“ดังนั้นการมีที่ปรึกษาหรือสำนักงานบัญชีคอยดูแล จะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องของการเก็บเอกสารพวกนี้ชัดเจน ทำให้สามารถเอามาจัดการหักกับรายได้และทำให้การเสียภาษีจากกำไรลดน้อยลง”

หรือพูดคุยกับ ‘กรมสรรพากร’ โดยตรงเพื่อปรึกษา “ดร.เปรมารัช” บอกว่า ก็จะมีบริการคอลเซนเตอร์คอยแนะนำและให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวที่ดีได้อีกเช่นเดียวกัน

เริ่มวันนี้…เปิดก่อนได้เปรียบ 

ดร.เปรมารัช เสริมนอกเหนือจากเรื่องการเสียภาษีที่ถูกต้องแล้วสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าจะต้องปรับตัวก็คือ ‘การปรับกลยุทธ์’ โดยการใส่ใจลูกค้า การหมั่นสร้างความเป็นกันเองและขายในหลากหลายแพลตฟอร์ม เพื่อกระตุ้นสร้างยอดขายให้ดีขึ้น เพราะการเสียภาษีซึ่งเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนพึ่งปฏิบัติ

“เท่าที่สังเกตจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยขายในพวก  E-Commerce และก็เห็นนักศึกษา CIBA หลายคนที่เป็นผู้ประกอบการประสบความสำเร็จ ตั้งตัวกันได้มากมาย 1.ขยันไลฟ์สดในทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะ Tiktok แต่จะไม่ค่อยไลฟ์ใน Facebook เพราะคนดูน้อย ถ้าไม่ใช่ลูกค้าประจำ 2.ใส่ใจในบริการหลังการขายและทำแบรนด์ให้มีมาตรฐาน อันนี้ช่วยเพิ่มยอดขายได้ ดูอย่างตัว Shopee ตอนนี้ร้านค้าตอบเราไวและสนใจเราแบบจริงจัง ทำให้เรารู้สึกแฮปปี้และก็ชอบเข้าไปซื้อ แม้จะตาดีได้ตาร้ายเสียบางครั้งที่สั่งซื้อในบางร้าน

“3.ความบันเทิงและเน้นการแต่งตัวให้อลังการ แต่ไม่ถึงกับเต้น ไลฟ์ให้สนุกสนาน ไม่ใช่เรียกคุณลูกค้าๆ และกระแทกเสียงใส่ลูกค้าก็ไม่อยากซื้อ4.เป็นกันเอง เห็นเยอะมากตอนนี้ใช้คำเรียกว่า ‘แม่’ แทน ‘ลูกค้า’ เราดูเราก็รู้สึกชอบและก็เข้าไปดูเกี่ยวกับพวกสินค้าลูกๆ ที่เราติดตาม” ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวทิ้งท้าย

- Advertisement -