กลับมีแถลงการณ์จากฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลสัญญาดังกล่าวเนื่องจากในช่วงต้นปี 2564 ลอร์ดเบเทลได้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปิดเผยการทำสัญญาระหว่างลอร์ดเบเทลกับบริษัท Abingdon แม้ว่า ณ เวลานี้จะมีความพยายามที่จะขอกู้ข้อมูลดังกล่าวจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ลอร์ดเบเทลใช้งานอยู่ก็ตาม
ส่องคดีทุจริตโลกสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) สัปดาห์นี้ยังคงอยู่กับประเด็นข้อครหาการทุจริตอันเกี่ยวกับไวรัสโควิด ในประเทศอังกฤษ
โดยสำนักข่าวการ์เดี้ยนของประเทศอังกฤษได้รายงานเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมาว่าพรรคแรงงานของอังกฤษที่เป็นพรรคฝ่ายค้านได้มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้งานแอปพลิเคชันวอตส์แอปป์ (WhatsApp) หลังจากที่เกิดกรณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ก่อนที่จะมีการตรวจสอบค้นหาข้อมูลอันเกี่ยวกับการทำสัญญามูลค่ากว่า 85 ล้านปอนด์ (3,943,476,128 บาท) ซึ่งประเด็นดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็นความท้าทายทางกฎหมายเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ความเป็นไปเป็นมาของเรื่องดังกล่าวนั้นมาจากกรณีการตรวจสอบการทำหน้าที่ของลอร์ดเจมส์ เบเทล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นผู้ดูแลการมอบสัญญาจัดซื้อจัดจ้างชุดป้องการติดเชื้อหรือว่าชุดพีพีอีและชุดตรวจโควิดในช่วงที่ประเทศอังกฤษเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิดอย่างรุนแรง และมีตัวเลขของผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนที่สูง
ซึ่งทางด้านขององค์กร Good Law Project ได้ยื่นคำร้องไปตามกฎหมายเพื่อที่จะให้รัฐบาลอังกฤษได้เปิดเผยรายละเอียดการการติดต่อต่างๆของลอร์ดเบเทล รวมไปถึงการติดต่อทั้งทางอีเมล ทางวอตส์แอปป์ และทางเอสเอ็มเอส อันเกี่ยวข้องกับกรณีที่ลอร์ดเบเทลนั้นได้มอบสัญญาจัดซื้อจัดจ้างชุดพีพีอีและชุดตรวจโควิดมูลค่ารวมกว่า 85 ล้านปอนด์ให้กับบริษัท Abingdon Health
โดยในช่วงปลายปี 2563 ก็มีคำวินิจฉัยจากทางศาลระบุออกมาเกี่ยวกับคำร้องนี้ว่าเป็นหน้าที่ของทางรัฐบาลในการที่จะเปิดโปงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างนี้อย่างตรงไปตรงมา
ลอร์ดเจมส์ เบเทล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ (อ้างอิงวิดีโอจาก NHSX)
อย่างไรก็ตาม กลับมีแถลงการณ์จากฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลสัญญาดังกล่าวเนื่องจากในช่วงต้นปี 2564 ลอร์ดเบเทลได้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปิดเผยการทำสัญญาระหว่างลอร์ดเบเทลกับบริษัท Abingdon แม้ว่า ณ เวลานี้จะมีความพยายามที่จะขอกู้ข้อมูลดังกล่าวจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ลอร์ดเบเทลใช้งานอยู่ก็ตาม
ในแถลงการณ์ระบุต่อไปว่าลอร์ดเบเทลนั้นได้ใช้อีเมลอันเป็นทางการควบคู่ไปกับอีเมลส่วนตัวในการรับและส่งอีเมลอันเกี่ยวข้องกับสัญญา และลอร์ดเบเทลก็ยังได้ส่งเอสเอ็มเอสและแอปพลิเคชันส่งข้อความวอตส์แอปป์ในการสื่อสารอันเกี่ยวข้องกับสัญญาด้วยเช่นกัน
แต่ทว่าตัวของลอร์ดเบเทลก็ได้ยืนยันในประเด็นเหล่านี้ว่าเมื่อประมาณ 6 เดือนก่อน โทรศัพท์มือถือของเขาชำรุด และเขาได้เปลี่ยนโทรศัพท์เป็นเครื่องใหม่ ซึ่งโทรศัพท์เครื่องใหม่ก็ไม่ได้บรรจุข้อมูลเหล่านี้แต่อย่างใด
ในขณะที่ทางฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลก็ได้เปิดเผยว่าลอร์ดเบทลนั้นยังไม่ได้รับการออกหมายเรียกให้ดำเนินการเก็บรักษาเอกสารข้อมูลแต่อย่างใด เพราะว่าสำนักนายกนั้นก็วงรอบในการเก็บรักษาเอกสารข้อมูลที่เป็นทางการอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวนั้นไมได้ครอบคลุมสำหรับการทำธุรกิจระหว่างรัฐบาลและบริษัทเอกชนแต่อย่างใด
อนึ่ง ลอร์ดเบเทล ณ เวลานี้นั้นกำลังถูกสอบสวนโดยสํานักงานคณะกรรมการข้อมูลและบริหารข้อมูลหรือว่า ICO ในข้อหาว่าเขาใช้อีเมลส่วนตัวสำหรับติดต่อทำธุรกิจของรัฐบาล เช่นเดียวกับนายแมตต์ แฮนค็อก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในข้อหาว่าใช้อีเมลส่วนตัวในช่วงเวลาที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในอัตราที่สูง
ส่วนทางด้านของพรรคแรงงานเองก็ได้เรียกร้องไปยัง ICO โดยขอให้มีการขยายขอบเขตการสอบสวนดังกล่าวให้ครอบคลุมไปถึงรายละเอียดการส่งข้อความต่างๆของลอร์ดเบเทล รวมไปถึงการใช้วอตส์แอปป์ด้วย
โดยนางแองเจล่า เรย์เนอร์ รองหัวหน้าพรรคแรงงานได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่าถ้าหากรัฐมนตรีและที่ปรึกษาของเขาไม่มีอะไรต้องปกปิด ดังนั้นพวกเขาก็คงไม่มีปัญหาในการส่งข้อมูลทั้งอีเมลและการส่งข้อความเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินธุรกิจอะไนที่ทำเป็นความลับในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อที่จะทำให้สาธารณชนได้รับทราบว่าเงินภาษีของพวกเขาถูกใช้ไปอย่างไร และทำให้ยืนยันได้ว่าข้อความที่ถูกปกปิดเอาไว้นั้นก็เพื่อที่จะรักษาความมั่นใจของประชาชน
ขณะที่ทางกรมอนามัยและสังคมสงเคราะห์ (DHSC) ก็ไม่ได้ตอบข้อซักถามนี้เช่นกัน
อนึ่งก่อนหน้านี้ ทำเนียบรัฐบาลที่ถนนดาวน์นิ่งเองก็ได้ออกมายอมรับในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาว่าลอร์ดเบเทลได้มีการใช้อีเมลส่วนตัวสำหรับติดต่อธุรกิจของรัฐบาลจริง แม้ว่าในช่วง 1 วันก่อนหน้านั้นทางทำเนียบจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม
โดยทำเนียบรัฐบาลได้ยืนยันว่าลอร์ดเบเทลนั้นได้ปฏิบัติตามคำแนะนำด้วยการคัดลอกข้อมูลไปสู่บัญชีอีเมลทางการอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ยังมีรายงานด้วยว่าลอร์ดเบเทล ณ เวลานี้นั้นกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นว่าเขาไม่สามารถจะชี้แจงการประชุมหารือกับฝ่ายผู้ชนะการประกวดราคาทำสัญญาจัดหาชุดพีพีอีได้ และยังต้องถูกสอบสวนต่างหากโดยหน่วยงานกำกับดูแลของสภาขุนนาง ในข้อครหาว่าเขาให้การสนับสนุนในเรื่องของการผ่านเข้าออกรัฐสภาของนางจีน่า โคลันเจโล ผู้ช่วยของอดีตรัฐมนตรีแมตต์
นายแมตต์ แฮนค็อก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและนางจีน่า โคลันเจโล ผู้ช่วย (อ้างอิงวิดีโอจากเดลี่เมล์)
ซึ่งนางโคลันเจโลนั้นถูกบันทึกภาพได้ว่าไปมีภาพหลุดว่ามีสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายแฮนค็อกจนทำให้นายแฮนค็อกต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีในข้อหาว่าเขาละเมิดมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยในกรณีนี้นั้นลอร์ดเบเทลได้ให้ข้อมูลกับทางสภาขุนนางไปว่านางโคลันเจโลได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนงานวิจัยของรัฐสภาแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย,ช่วยเหลือเขาในเรื่องของการร่างแถลงการณ์ รวมไปถึงกิจการด้านงานสื่อสารอื่นๆ
ขณะที่ทาง ICO ซึ่งดำเนินการสืบสวนลอร์ดเบเทล ก็ได้มีเปิดเผยว่าจะดำเนินการสอบสวนในทุกช่องทางการติดต่อส่วนตัวของรัฐมนตรีช่วย ซึ่งรวมไปถึงกรณีการใช้แอปพลิเคชันวอตส์แอปป์ด้วยเช่นกัน หลังจากที่มีประเด็นเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการใช้อีเมลส่วนตัวของอดีตรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มมากขึ้น
อนึ่งลอร์ดเบเทลต้องเผชิญกับกระแสเรียกร้องให้ลงจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยหลังจากที่สำนักข่าวการ์เดียนได้เปิดเผยจำนวนของอีเมลที่ถูกคัดลอกไปยังอีเมลส่วนตัว และมีรายงานว่ามีการคัดลอกข้อมูลติดต่อส่วนตัวของเขาอย่างน้อย 4 ครั้ง ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนักธุรกิจรายหนึ่งที่พยายามจะชนะสัญญารัฐบาลในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19
ขณะที่นางเอลิซาเบธ เดนแฮม อธิบดี ICO ได้กล่าวว่าการใช้อีเมลส่วนตัวเพื่อจะติดต่อในธุรกิจของรัฐบาลนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งและนำไปสู่ประเด็นเรื่องการสูญเสียความโปร่งใสในด้านการตัดสินใจอันจะนำไปสู่ผลกระทบต่อประชาชนได้ โดยเฉพาะกับการตัดสินใจในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบยาวนานต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลานานหลายปี
ซึ่งที่ผ่านมานั้น แม้ทาง ICO ได้เคยกล่าวไปแล้วว่าการใช้ช่องทางการติดต่อสื่อสารส่วนตัวแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ละเมิดต่อเสรีภาพของข้อมูลข่าวสาร แต่ทางด้านของนางเดนแฮมก็แสดงความกังวลออกมาว่าข้อมูลในบัญชีอีเมลส่วนตัวหรือว่าบริการส่งข้อความส่วนตัวต่างๆนั้นมักจะถูกลืม ถูกมองข้าม ถูกลบด้วยตัวเอง หรือไม่พร้อมสำหรับการตรวจสอบถ้าหากมีการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ในภายหลัง
Cr : https://www.isranews.org/article/main-investigative/101299-UKKK.html










