วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569
ดร.สมชาย สาโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียน กล่าวว่า ภารกิจหลักของสมาคมฯ คือการสนับสนุนและแสวงหาช่องทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน+5 ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และกลุ่มประเทศอาหรับ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงผู้ประกอบการระหว่างประเทศ
สมาชิกและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และธุรกิจรายย่อย หรือ SMEs ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย
“สิ่งที่ผมรู้สึกเป็นห่วงและกังวลอย่างมาก คือผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างรุนแรง ทั้งการแข่งขันทางการตลาด การเข้าถึงตลาด กระแสเงินสด และการขาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี”
ปัจจุบัน SMEs ต้องเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากต่างประเทศ รวมถึงผู้ค้าปลีกรายใหญ่ภายในประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัวและกำลังซื้อของประชาชนลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขาย รายได้ และผลกำไรของผู้ประกอบการ บางรายต้องลดขนาดธุรกิจ ขณะที่บางรายถึงขั้นต้องปิดกิจการ
อีกหนึ่งปัญหาเชิงโครงสร้างคือ SMEs จำนวนไม่น้อยยังเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างจำกัด ขณะเดียวกันภาครัฐเองก็ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาได้อย่างทั่วถึง
ดังนั้น ปัญหาสำคัญจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การให้ความช่วยเหลือ” แต่คือ กระบวนการเข้าถึง การเชื่อมโยง และการส่งต่อโอกาสให้ถึงผู้ประกอบการอย่างแท้จริง
ดร.สมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการ SMEs เองก็จำเป็นต้องมีความกระตือรือร้นในการปรับตัวมากขึ้น ทั้งด้านเทคโนโลยี การตลาด การพัฒนาสินค้า และการสร้างช่องทางการค้าใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
“ผมหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะมีส่วนช่วยสนับสนุนภารกิจของเรา ทั้งทางตรงและทางอ้อม และเปิดประตูให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมโยงกับตลาดและพันธมิตรในต่างประเทศมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของภารกิจนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัย ความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเงิน สมาคมธุรกิจ ผู้ประกอบการ และเครือข่ายระหว่างประเทศ
เพราะการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธุรกิจรายหนึ่งรายใด แต่คือการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับ เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะยาว











