จีนเริ่มนับถอยหลัง 100 วัน สู่การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting) ครั้งที่ 33 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2026 การกลับมาเป็นเจ้าภาพเอเปคเป็นครั้งที่ 3 ของจีน หลังเซี่ยงไฮ้ในปี 2001 และปักกิ่งในปี 2014 ครั้งนี้ จีนเลือก “เซินเจิ้น” เมืองที่เติบโตจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง เป็นฉากสำคัญในการสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกในอนาคต
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เซินเจิ้นเข้าสู่ช่วงนับถอยหลัง 100 วันอย่างเป็นทางการ ป้าย สัญลักษณ์ และการตกแต่งในธีม APEC ปรากฏตามพื้นที่สำคัญทั่วเมือง ตั้งแต่ศูนย์กีฬาอ่าวเซินเจิ้น สถานีรถไฟเซินเจิ้นเหนือ สวนเหลียนฮวาซาน ไปจนถึงย่านเทคโนโลยีและการค้าหัวเฉียงเป่ย สะท้อนว่า การเตรียมเมืองเพื่อต้อนรับผู้นำและผู้แทนจาก 21 เขตเศรษฐกิจของเอเปคกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย
จีนกำหนดหัวข้อหลักของ APEC 2026 ว่า “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together” หรือ “ร่วมสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิกเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน” พร้อมวาง 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปิดกว้าง (Openness) นวัตกรรม (Innovation) และความร่วมมือ (Cooperation) โดยมุ่งผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการค้าและการลงทุน การเชื่อมโยง เศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
สำหรับผลลัพธ์ระดับผู้นำ จีนกำลังผลักดัน ปฏิญญาผู้นำเซินเจิ้น (APEC Shenzhen Leaders’ Declaration) ให้เป็นแผนที่นำทางไปสู่ประชาคมเอเชียแปซิฟิก โดยวาง 4 เสาหลัก ได้แก่ การค้า การเชื่อมโยง นวัตกรรม และการพัฒนา ครอบคลุมเรื่องการเดินหน้าสู่เขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (FTAAP) การยกระดับความเชื่อมโยง การสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่จาก AI และเศรษฐกิจดิจิทัล และความร่วมมือที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
การเลือก “เซินเจิ้น” เป็นเจ้าภาพจึงมีนัยสำคัญ เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน และตลอดเวลากว่า 4 ทศวรรษ ได้เปลี่ยนจากเมืองชายฝั่งติดฮ่องกงมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและการผลิตขั้นสูง เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ หัวเว่ย (Huawei) เทนเซ็นต์ (Tencent) บีวายดี (BYD) ดีเจไอ (DJI) และยูบีเทค (UBTECH) ตลอดจนบริษัทเกิดใหม่ในอุตสาหกรรม AI หุ่นยนต์ ยานยนต์พลังงานใหม่ และเศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ
ความเชื่อมโยงระหว่างเซินเจิ้นกับเศรษฐกิจเอเปคยังสะท้อนผ่านตัวเลขการค้าอย่างชัดเจน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มูลค่าการค้าระหว่างเซินเจิ้นกับเขตเศรษฐกิจสมาชิก APEC เพิ่มขึ้น 33% แตะระดับ 1.98 ล้านล้านหยวน (9.7 ล้านล้านบาท) และคิดเป็น 68.8% ของมูลค่าการค้าต่างประเทศทั้งหมดของเมือง
แต่ภาพที่จีนต้องการนำเสนอผ่านเซินเจิ้นไม่ได้มีเพียงเมืองเทคโนโลยีเท่านั้น อีกด้านหนึ่งคือการวางเมืองแห่งนี้ให้เป็นตัวอย่างของการพัฒนาเมืองควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศ
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือพื้นที่ป่าชายเลนฝูเถียน ซึ่งเป็นจุดพักของนกอพยพบนเส้นทางเอเชียตะวันออก–ออสตราเลเซีย ขณะที่เซินเจิ้นนำ AI และระบบอัจฉริยะมาใช้ติดตามและคุ้มครองนกอพยพ รวมถึงพัฒนาเครือข่ายนิเวศเชื่อมพื้นที่ป่า แม่น้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วเมือง ปัจจุบันมีทางเชื่อมระบบนิเวศมากกว่า 20 แห่ง และมีการบันทึกสิ่งมีชีวิตในเมืองแล้วมากกว่า 6,870 ชนิด ในจำนวนนี้ 208 ชนิดเป็นพืชและสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองระดับชาติ
ภาพของเซินเจิ้นจึงสะท้อนสารสำคัญที่จีนต้องการส่งผ่านเวที APEC 2026 อย่างน่าสนใจ คือการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุคใหม่ต้องไม่แยกออกจากเทคโนโลยี ความเปิดกว้าง และความยั่งยืน
ช่วง 100 วันก่อนการประชุมจึงมีความหมายมากกว่าการนับถอยหลังสู่การพบกันของผู้นำ แต่เป็นช่วงเวลาที่จีนกำลังนำ “เซินเจิ้น” มาใช้เป็นภาพแทนของโมเดลการพัฒนาที่ต้องการนำเสนอต่อภูมิภาค จากเมืองที่เกิดขึ้นพร้อมการปฏิรูปและเปิดประเทศ สู่เมืองแห่ง AI หุ่นยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีสีเขียว
จากเมืองนำร่องการปฏิรูปและเปิดประเทศในอดีต วันนี้เซินเจิ้นกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจีนยุคใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการพัฒนาเมืองสีเขียว โดย APEC 2026 จะเป็นอีกเวทีที่สะท้อนบทบาทของเซินเจิ้นต่อทิศทางการพัฒนาของเอเชียแปซิฟิก
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : www.apec2026.cn










