ดร.จรินทร์ สวนแก้วประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช รศ.พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เจ้าภาพสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล พระธรรมธีรราชมหามุนี บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม 100 วัน ณ ศาลาการเปรียญ วัดระฆังโฆสิตาราม ในคืนวันศุกร์ที่23เมษายน2564 นับเป็นคืนวันที่44 และมีผู้ร่วมถวายเครื่องไทยธรรม อาทิ ศ.มานิตย์ เอื้อทวีกุล สมจิตร ต่อพงษ์พันธุ์ คุณธนเดช นพดล ทองจำปา เอนก แจ้งประดิษฐ์ ดร.จรินทร์ สวนแก้วประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช รศ.พัชรี สวนแก้ว รอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เจ้าภาพสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล พระธรรมธีรราชมหามุนี บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม 100 วัน ณ ศาลาการเปรียญ วัดระฆังโฆสิตาราม ในคืนวันศุกร์ที่23เมษายน2564 นับเป็นคืนวันที่44 และมีผู้ร่วมถวายเครื่องไทยธรรม อาทิ ศ.มานิตย์ เอื้อทวีกุล สมจิตร ต่อพงษ์พันธุ์ คุณธนเดช จงเจริญธนกุล นพดล ทองจำปา เอนก แจ้งประดิษฐ์ สุรพงษ์ เจริญพันธุ์ โดยมีพระเทพวิสุทธิเมธี เจ้าอาวาส วัดระฆังโฆสิตาราม คณะพระภิกษุ แม่ชี และฆราวาส เข้าร่วม ตามวิถีของการระวังความปลอดภัยจากการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19

สำหรับประวัติของ เจ้าคุณเที่ยง หรือ พระธรรมธีรราชมหามุนี นั้นมีนามเดิมว่า เที่ยง ชูกระโทก เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2478 ที่บ้านดอนชมพู ต.บิง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เจ้าคุณเที่ยง บวชเป็นสามเณร ที่วัดสมอราย ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีพระครูพรหมวิหารี เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นเจ้าอาวาสวัดสมอราย ได้ส่งไปฝากเรียนที่วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม
เจ้าคุณเที่ยง ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2501 ที่วัดบ้านดอนชมพู ต.บิง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา โดยมีพระครูพินิจยติกรรม วัดใหม่สุนทร อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาอยู่ 2 ปี ก็กลับมาที่วัดระฆังฯ เพื่อศึกษาบาลี จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ จนกระทั่งปี 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ

เจ้าคุณเที่ยง นับเป็นพระเกจิที่มีความสามารถในการเขียนกวีธรรมสาธกหรือกลอนธรรมะจำนวนมาก นอกจากเป็นพระนักปกครองแล้ว ยังเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดระฆังฯ มักได้รับนิมนต์ให้ร่วมพิธีพุทธาภิเษกและอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลชื่อดังอยู่เป็นประจำ ส่วนวัตถุมงคลที่สร้างชื่อให้กับเจ้าคุณเที่ยง คือ พระสมเด็จเนื้อดินและปิดตาเนื้อดิน สร้างจากเนื้อดินหุ่นหรือดินไทย ที่เหลือจากพิธีการสร้างหล่อรูปเหมือนสมเด็จโต จึงนำดินนั้นมาสร้างเป็นพระเครื่องเนื้อดินมีลักษณะสีดำเกรียม เมื่อปี 2500 เป็นต้น
โดยมีพระเทพวิสุทธิเมธี เจ้าอาวาส วัดระฆังโฆสิตาราม คณะพระภิกษุ แม่ชี และฆราวาส เข้าร่วม ตามวิถีของการระวังความปลอดภัยจากการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19
สำหรับประวัติของ เจ้าคุณเที่ยง หรือ พระธรรมธีรราชมหามุนี นั้นมีนามเดิมว่า เที่ยง ชูกระโทก เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2478 ที่บ้านดอนชมพู ต.บิง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เจ้าคุณเที่ยง บวชเป็นสามเณร ที่วัดสมอราย ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีพระครูพรหมวิหารี เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นเจ้าอาวาสวัดสมอราย ได้ส่งไปฝากเรียนที่วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม เจ้าคุณเที่ยง ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2501 ที่วัดบ้านดอนชมพู ต.บิง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา โดยมีพระครูพินิจยติกรรม วัดใหม่สุนทร อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาอยู่ 2 ปี ก็กลับมาที่วัดระฆังฯ เพื่อศึกษาบาลี จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ จนกระทั่งปี 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ
เจ้าคุณเที่ยง นับเป็นพระเกจิที่มีความสามารถในการเขียนกวีธรรมสาธกหรือกลอนธรรมะจำนวนมาก นอกจากเป็นพระนักปกครองแล้ว ยังเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดระฆังฯ มักได้รับนิมนต์ให้ร่วมพิธีพุทธาภิเษกและอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลชื่อดังอยู่เป็นประจำ ส่วนวัตถุมงคลที่สร้างชื่อให้กับเจ้าคุณเที่ยง คือ พระสมเด็จเนื้อดินและปิดตาเนื้อดิน สร้างจากเนื้อดินหุ่นหรือดินไทย ที่เหลือจากพิธีการสร้างหล่อรูปเหมือนสมเด็จโต จึงนำดินนั้นมาสร้างเป็นพระเครื่องเนื้อดินมีลักษณะสีดำเกรียม เมื่อปี 2500











