วันพฤหัสบดี 25 มิถุนายน 2026
หน้าแรก ต่างประเทศ คลองใหม่เส้นทางทางน้ำที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันสำหรับจีนและอาเซียน

คลองใหม่เส้นทางทางน้ำที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันสำหรับจีนและอาเซียน

2

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน โครงการคลองผิงลู่ (Pinglu Canal) ซึ่งเป็นโครงการคลองเชื่อมแม่น้ำสู่ทะเลขนาดใหญ่โครงการแรกที่มีการวางแผนและประสานงานในระดับชาติ นับตั้งแต่การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ดำเนินการจนสามารถเชื่อมต่อเส้นทางเดินเรือได้ตลอดทั้งสาย และเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการทดสอบระบบด้วยน้ำ คลองนี้มีความยาวรวม 134.2 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นที่แม่น้ำผิงถัง ในเมืองเหิงโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน จากนั้นไหลผ่านตำบลลู่อู ในอำเภอหลิงซาน เมืองชินโจว และเชื่อมต่อกับอ่าวเป่ยปู้ผ่านทางแม่น้ำ ชินเจียง โครงการนี้จะช่วยขจัดข้อจำกัดที่มีมาอย่างยาวนานของกว่างซีในเรื่อง “การเชื่อมต่อกับแม่น้ำแต่ไม่เชื่อมต่อกับทะเล” ให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมทั้งทำให้วิสัยทัศน์ที่ว่า “สายน้ำจากต้นน้ำไหลลงสู่ทิศใต้” กลายเป็นความจริง ทั้งนี้ ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องการบริหารจัดการน้ำหรือการขนส่งทางน้ำเท่านั้น แต่ยังจะเป็นกลไกสำคัญในการกระชับความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ แม้ว่าอ่าวเป่ยปู้ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจะเป็นทางออกสู่ทะเลที่ใกล้ที่สุดสำหรับภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน แต่การขาดเส้นทางเชื่อมต่อทางน้ำจากแม่น้ำสู่ทะเลโดยตรงทำให้สินค้าจากเขตกว่างซีและพื้นที่โดยรอบในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนต้องอ้อมไปทางทิศตะวันออก ผ่านเส้นทางเดินเรือแม่น้ำซีเจียงมาอย่างยาวนานกว่าจะเข้าถึงตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ คุณค่าหลักของโครงการคลองผิงลู่นั้นอยู่ที่การเปิดเส้นทางออกสู่ทะเลที่สั้นที่สุด คุ้มค่าที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับภูมิภาคนี้ ข้อมูลจากการลงพื้นที่รายงานข่าวของสื่อสิงคโปร์อย่าง “เหลียนเหอ เจ่าเป้า” (Lianhe Zaobao) ระบุว่า คลองนี้จะช่วยลดระยะทางการขนส่งทางน้ำภายในแผ่นดินลงราว 560 กิโลเมตร และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงประมาณร้อยละ 30

ในฐานะเส้นทางเชื่อมต่อแบบสองทางระหว่างจีนและอาเซียนทั้งทางบกและทางทะเล คลองผิงลู่ ไม่เพียงแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจีนเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อประเทศสมาชิกอาเซียนอีกด้วย ช่วงที่ผ่านมา โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเมื่อไม่นานมานี้ นายลี เซียน ลุง รัฐบุรุษอาวุโสของสิงคโปร์ ได้เดินทางเยือนเขตปกครองตนเองกว่างซี และได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการคลองผิงลู่ รวมถึงเส้นทางการค้าระหว่างประเทศทางบกและทางทะเลสายใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor) เป็นการเฉพาะ หนังสือพิมพ์ The Star ของมาเลเซียระบุว่า เมื่อการก่อสร้างคลองผิงลู่แล้วเสร็จ จะสามารถช่วยลดระยะทางการขนส่งระหว่างพื้นที่ทางตะวันตกของจีนกับสิงคโปร์ได้มากถึง 740 กิโลเมตร

ในอนาคต สินค้าจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนจะสามารถขนส่งตรงไปยังท่าเรือในอ่าวเป่ยปู้ (Beibu Gulf) และกระจายสินค้าไปยังประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ประเทศสมาชิกอาเซียนก็จะสามารถเข้าถึงตลาดและการลงทุนของจีนได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังสามารถส่งออกทรัพยากรและสินค้าของตนไปยังภูมิภาคตะวันตกของจีนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเชื่อมต่อระหว่างจีนและอาเซียนมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางรถไฟจีน-ลาวซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 4 ปีแล้ว ได้ทวีความสำคัญของประเทศลาวในฐานะ “ระเบียงทองคำ” โดยพลิกโฉมประเทศลาวจาก “ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล” (landlocked) ให้กลายเป็น “ประเทศที่มีการเชื่อมต่อกันทางบก” (land-linked) ส่วนทางรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุงช่วยลดเวลาการเดินทางจากกว่า 3 ชั่วโมงให้เหลือเพียง 40 นาทีเศษ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดแนวเส้นทาง ในขณะเดียวกัน ด่านชายแดนอัจฉริยะระหว่างจีนและเวียดนามที่ใช้ระบบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์อัตโนมัติและการจัดสรรตารางเวลาด้วย AI ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผ่านศุลกากรขึ้นถึงร้อยละ 70 ส่วนโครงการคลองผิงลู่เมื่อเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว จะช่วยยกระดับเครือข่ายโลจิสติกส์ระหว่างจีนและอาเซียน สนับสนุนการกระชับความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

จีนและอาเซียนต่างเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของกันและกัน และความต้องการความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงสร้างการค้าระหว่างกันได้พัฒนาจากการพึ่งพาอาศัยกันในด้านทรัพยากรขั้นพื้นฐาน ไปสู่ความร่วมมือทางอุตสาหกรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานเข้าด้วยกัน ในบริบทนี้ การก่อสร้างคลองผิงลู่จนแล้วเสร็จถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง คาดว่าจะช่วยปลดล็อกศักยภาพการพัฒนาในภูมิภาคและเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างจีนกับอาเซียนให้ดียิ่งขึ้น

- Advertisement -