วันพฤหัสบดี 25 มิถุนายน 2026
หน้าแรก ต่างประเทศ จีนชู “China Opportunity 2.0” บนเวที Summer Davos ย้ำจีนเป็นตลาดใหญ่และฐานนวัตกรรมของโลก

จีนชู “China Opportunity 2.0” บนเวที Summer Davos ย้ำจีนเป็นตลาดใหญ่และฐานนวัตกรรมของโลก

1

นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ใช้เวที Summer Davos ครั้งที่ 17 ที่เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ส่งสัญญาณถึงภาคธุรกิจทั่วโลกว่า เศรษฐกิจจีนกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการพัฒนา โดยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นฐานสำคัญ ขณะที่นวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง การขยายศักยภาพของตลาดภายในประเทศ และการเปิดกว้างต่อการค้าและการลงทุนจากต่างชาติ จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป

ในการกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม นายกฯ หลี่ เฉียงระบุว่า ปี 2026 เป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ผันผวนมากขึ้น ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง และแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานโลก แต่เศรษฐกิจจีนยังคงฝ่าความท้าทายและเดินหน้าได้อย่างมั่นคง

นายกฯ หลี่ เฉียง สรุปภาพเศรษฐกิจจีนในช่วงต้นแผนพัฒนาฉบับใหม่ผ่าน 4 คำหลัก ได้แก่ “เสถียรภาพ” “นวัตกรรม” “ความมีชีวิตชีวา” และ “การเชื่อมโยงกับโลก” ซึ่งสะท้อนทั้งสถานะปัจจุบันและทิศทางในระยะต่อไปของเศรษฐกิจจีน

ในประเด็นแรก นายกฯ หลี่ เฉียงกล่าวว่า “เสถียรภาพ” ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญของจีน โดยเศรษฐกิจจีนเติบโต 5% ในไตรมาสแรก และยังคงดำเนินไปได้ดีตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ทั้งในด้านผลกำไรของภาคธุรกิจ ราคาที่ฟื้นตัวในระดับปานกลาง และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ปรับดีขึ้น เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดกว่า 140 ล้านล้านหยวน (644 ล้านล้านบาท) ช่วยเพิ่มความแน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังเผชิญความไม่แน่นอน

ประเด็นที่ 2 คือ “นวัตกรรม” ซึ่งถูกวางให้เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจจีนยุคใหม่ ความก้าวหน้าของจีนในหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีอวกาศ ควอนตัม นิวเคลียร์ฟิวชัน และปัญญาประดิษฐ์ เติบโตอย่างรวดเร็ว แสดงว่าจีนกำลังเปลี่ยนนวัตกรรมจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง

นายกฯ หลี่ เฉียง ย้ำว่า ความสำเร็จด้านนวัตกรรมของจีนไม่ได้เกิดจากทางลัด แต่เกิดจากการลงทุนระยะยาวและความพยายามของภาคธุรกิจจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีหลัก โดยในช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 14 ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของจีนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% และจีนจะเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนงบวิจัยขั้นพื้นฐานต่อไป เพื่อเสริมความสามารถด้านนวัตกรรมดั้งเดิม

ประเด็นที่ 3 คือ “ความมีชีวิตชีวา” ของตลาดจีน นายกฯ หลี่ เฉียงระบุว่า อุปสงค์ภายในประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะการบริโภคบริการ การบริโภคสีเขียว และการบริโภครูปแบบใหม่ เช่น การท่องเที่ยว ศิลปะการแสดง กีฬา รวมถึงสินค้าอัจฉริยะอย่างสมาร์ทวอทช์และแว่นตาอัจฉริยะ ตัวอย่างเช่น ตัวเลขการจัดส่งพัสดุด่วนมากกว่า 550 ล้านชิ้นต่อวัน แสดงถึงการหมุนเวียนของสินค้า ข้อมูล เงินทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังคึกคักในจีน

ประเด็นที่ 4 คือ “การเชื่อมโยงกับโลก” นายกฯ หลี่ เฉียงย้ำว่า จีนจะเดินหน้าเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกต่อไป โดยจีนใช้นโยบายภาษีเป็นศูนย์กับ 63 ประเทศ และยังคงเป็นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลกติดต่อกันหลายปี

นอกจากนี้ นายกฯ หลี่ เฉียง ยังกล่าวถึงแนวคิด “China Opportunity 2.0” หรือโอกาสจีนระยะใหม่ โดยระบุว่า หากในอดีตจีนมอบโอกาสให้โลกผ่านตลาดขนาดใหญ่และต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ วันนี้จีนกำลังมอบโอกาสใหม่ผ่านนวัตกรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการยกระดับอุตสาหกรรม โดยบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจีนสามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศนวัตกรรมของจีนได้ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การสร้างต้นแบบ และการผลิตจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่จากจีนยังสามารถช่วยให้ประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา เข้าถึงโซลูชันใหม่ในราคาที่เอื้อมถึงมากขึ้น

นายกฯ หลี่ เฉียงยังกล่าวถึงความท้าทายของโลกในยุคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันกำกับดูแลเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมของมนุษยชาติ และไม่กลายความขัดแย้งหรือความไม่มั่นคง

ในช่วงท้าย นายกฯ หลี่ เฉียงเชิญชวนภาคธุรกิจทั่วโลกให้เป็นทั้งผู้นำด้านนวัตกรรม ผู้ผลักดันความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน และพันธมิตรในการพัฒนาของจีน โดยยืนยันว่า จีนจะขยายการเข้าถึงตลาด ปฏิบัติต่อบริษัทต่างชาติอย่างเท่าเทียม และเดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน

สุนทรพจน์ของนายกฯ หลี่ เฉียงบนเวที Summer Davos ปีนี้ จึงสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไปว่า จีนจะเดินหน้ารักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ขยายพลังของตลาดภายในประเทศ และเปิดกว้างต่อการค้าและการลงทุนจากต่างชาติ เป้าหมายสำคัญคือการขับเคลื่อนจีนจากการเติบโตที่อาศัยขนาดและปริมาณ ไปสู่การเติบโตคุณภาพสูง และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

- Advertisement -