ส่องคดีทุจริตโลก: ‘ณาอีร์ โบลโซนารู’ ปธน.บราซิล บุคคลทุจริตแห่งปี 63

107

บุคคลที่เข้ารอบสุดท้ายมานั้น ถือว่าเป็นธีมหลักของปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะพวกเขาเหมือนกันหมดก็คือว่าเป็นนักประชานิยม ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทั้งประเทศของตัวเอง ต่อภูมิภาค และต่อโลก โดยความโชคร้ายก็คือว่าพวกเขานั้นได้รับการสนับสนุนจากบุคคลมากมาย ซึ่งนี่ถือเป็นหลักการสำคัญของประชานิยม

ส่องคดีทุจริตโลก สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ประเดิมสัปดาห์แรกปี 2564 ขอนำเสนอประเด็นการคัดเลือกบุคคลแห่งปีซึ่งมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตของสำนักข่าวโครงการรายงานอาชญากรรมและการทุจริตคอรัปชั่น” หรือ OCCRP ซึ่งเป็นองค์กรสื่อมวลชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรต่อต้านคอร์รัปชัน ที่ได้จัดอันดับให้ นายณาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีบราซิล เป็นบุคคลแห่งปี 2563

มีรายละเอียดดังนี้

นายณาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีบราซิล ถูกคัดเลือกจากสำนักข่าว OCCRP ให้เป็นบุคคลแห่งปี เนื่องจากบทบาทของเขาในด้านการสนับสนุนองค์กรซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตและอาชญากรรม

โดยประวัติของนายโบลโซนารูนั้น เข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิล ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2562 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่ประเทศบราซิลได้ดำเนินปฏิบัติการณ์ Lava Jato หรืออีกชื่อก็คือ ปฏิบัติการณ์ล้างรถยนต์ (Car Wash) หลังประกาศนโยบายหาเสียงว่า จะเข้ามาเพื่อปราบปรามการทุจริต

อย่างไรก็ดี หลังจากการเลือกตั้งแล้ว นายโบลโซนารู กลับถูกรายล้อมไปด้วยบุคคลที่มีพฤติกรรมทุจริต ที่ทำการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสนับสนุนนโยบายประชานิยมของนายโบลโซนารู แต่กับละเลยกระบวนการยุติธรรม รวมไปถึงการใช้นโยบายที่ไม่ชอบในการแผ้วถางป่าอเมซอน เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของที่ดินบางราย

ทั้งนี้ นอกเหนือจากนายโบลโซนารูแล้ว ยังมีผู้นำประเทศซึ่งเป็นแคนดิเดตบุคคลแห่งปีของสำนักข่าว OCCRP อีก 2 รายได้แก่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายเรซิป ไตยิบ เออโดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ซึ่งทั้ง 2 คนนั้น ต่างพบว่ามีพฤติกรรมการหาผลประโยชน์จากกระบวนการโฆษณาชวนเชื่อ การละเลยสถาบันความเป็นประชาธิปไตยในประเทศของตัวเอง การใช้องค์กรการเมืองเพื่อเข้าครอบงำกระบวนการยุติธรรม การเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใกล้ตัวซึ่งมีพฤติกรรมทุจริต และการนำพาประเทศให้ห่างออกจากความเป็นนิติธรรรมตามหลักการของประชาธิปไตยเช่นกัน และมีรายงานว่า นาย Ihor Kolomoisky นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลของประเทศยูเครนก็ถูกคัดเลือกให้เข้ามาอยู่ในรอบสุดท้ายเช่นกัน

ขณะที่ นายลูอิส เชลลี ผู้อำนวยการศูนย์อาชญากรรมและการทุจริตข้ามชาติ (TraCCC) มหาวิทยาลัยจอร์จเมสัน หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า “บุคคลที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมานั้น ถือว่าเป็นธีมหลักของปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะพวกเขาเหมือนกันหมด คือ เป็นนักประชานิยม ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทั้งประเทศของตัวเอง ต่อภูมิภาค และต่อโลก โดยความโชคร้ายก็คือว่าพวกเขานั้นได้รับการสนับสนุนจากบุคคลมากมาย จากนโยบายประชานิยม”

สำหรับพฤติกรรมการทุจริตของนายโบลโซนารูนั้น มีรายงานว่า ถูกกล่าวหาว่าได้ทุจริตเบิกเงินให้แก่พนักงานราชการที่ไม่มีตัวตน(บัญชีผี) หรือที่รู้จักกัว่าการนำเอาเงินเดือนข้าราชการไปแบ่งกันใช้เอง

ส่วนสาเหตุที่คณะกรรมการคัดเลือกให้นายโบลโซนารูได้เป็นบุคคลแห่งปีนั้น เป็นเพราะว่าพฤติกรรมของเขาเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน

นายโบลโซนารู ขึ้นมามีอำนาจโดยให้คำสัญญาก่อนเลือกตั้งไว้ว่าจะปราบปรามการทุจริต แต่เมื่อพอมีตำแหน่งแล้วพบว่าไม่เพียงแต่นายโบลโซนารูจะถูกห้อมล้อมด้วยบุคคลซึ่งมีพฤติกรรมการทุจริตเท่านั้น แต่ตัวนายโบลโซนารูเองยังมีพฤติกรรมการกล่าวโทษโดยผิดๆ ว่า บุคคลอื่นมีพฤติกรรมการทุจริตด้วยเช่นกัน

ขณะที่นายดรูว์ ซัลลิแวน บรรณาธิการสำนักข่าว OCCRP และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือกกล่าวว่า ครอบครัวของนายโบลโซนารูและบุคคลใกล้ชิดนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรม หรือตามนิยามก็คือมีพฤติกรรมเป็นแก๊งค์อาชญากรรมอย่างมีขบวนการนั่นเอง

โดยบุตรชายของนายโบลโซนารู ซึ่งมีชื่อว่าคาร์ลอส พบว่าเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นในนครริโอ เดอจานีโร กำลังถูกสอบสวนว่ามีพฤติกรรมการฉ้อโกงเงินเดือนข้ารายการเช่นเดียวกับอดีตภรรยาของนายโบลโซนารู

ส่วนนายฟลาวิโอ บุตรชายอีกคนของนายโบลโซนารู ก็ถูกกล่าวหาเช่นกันว่า เขาและผู้ร่วมขบวนการนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการต้มตุ๋น ในช่วงเวลาที่นายฟลาวิโอดำรงตำแหน่งเป็น ส.ส. พฤติการณ์นายฟลาวิโอมีส่วนเกี่ยวกับการกระทำความผิดด้านการฟอกเงินและการฉ้อโกง

ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น คือ นายฟลาวิโอถูกสอบสวนพบว่าจ้างครอบครัวของบุคคลซึ่งมีส่วนในการดำเนินการกิจการของหน่วยล่าสังหารของกองกำลังกึ่งทหารที่ปฏิบัติการณ์ในพื้นที่นครริโอ เดอ จานีโร โดยกองกำลังที่ว่านี้มีส่วนในความรุนแรงรวมไปถึงการสังหารมาริเอลล์ ฟรังโก สมาชิกสภาท้องถิ่นนครริโอ เดอ จานีโร และนักกิจกรรมเลสเบียนในปี 2561

แต่เมื่อหน่วยงานทางด้านกฎหมายและหน่วยงานการปราบปรามทุจริตในประเทศบราซิลได้เข้าไปสืบสวนการกระทำผิดของนายฟลาวิโอ ทางด้านนายโบลโซนารูก็ได้พยายามเข้าแทรกแซงการสืบสวนด้วยการเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมตำรวจส่วนกลาง

นายฟลาวิโอ โบลโซนารู (อ้างอิงรูปภาพจาก https://oglobo.globo.com/brasil/mp-pede-indenizacao-de-6-milhoes-de-flavio-bolsonaro-em-caso-de-condenacao-por-rachadinha-24731202)

ขณะที่นายเอดูอาโดร์ บุตรชายคนที่ 3 ของนายโบลโซนารู ก็ถูกกล่าวหาเช่นกันว่าได้ดำเนินกิจการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิดในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งหลังจากที่นายเอดูอาโดร์และนายมาร์เซลโล คริเวลลา นายกเทศมนตรีนครริโอ เดอ จานีโรถูกจับกุม ทางด้านของอัยการได้ชี้แจงมูลเหตุของการจับกุมว่ามาจากการที่ทั้ง 2 คนนั้นมีพฤติกรรมการหากำไรจากสำนักนายกเทศมนตรีนครริโอ เดอ จานีโร

นายเอดูอาโดร์ โบลโซนารู (อ้างอิงรูปภาพจาก https://veja.abril.com.br/politica/eduardo-bolsonaro-diz-ser-a-favor-de-qualquer-tentativa-de-depor-maduro/)

ทั้งนี้ พฤติกรรมของนายโบลโซนารูนั้น ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อประเทศบราซิลแค่ประเทศเดียวเท่านั้น เพราะจากการที่เขาได้เปิดพื้นที่ป่าอเมซอนให้กับกลุ่มที่เคยได้รับผลประโยชน์จากการแผ้วถางป่าได้เข้าไปใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าอเมซอนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบอย่างเลวร้ายต่อภูมิภาคด้วยเช่นกัน

นายราวัน ดาเม็น ผู้อำนวยการผู้สื่อข่าวสืบสวนอาหรับ และหนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือก ระบุว่า นโยบายการทำลายป่าอเมซอนที่ดำเนินอยู่ ณ เวลานี้ มาจากนโยบายการทุจริตซึ่งถูกเลือกโดยตัวนายโบลโซนารูเอง และยังส่งผลกระทบแง่ลบที่เป็นนัยยะสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมโลกด้วย

Cr : https://www.isranews.org/article/main-investigative/94720-Brazil-2.html

- Advertisement -