ส่องคดีทุจริตโลก:เปิดปมกดขี่แรงงานชาวอุยกูร์ ถึงหน้ากากอนามัยจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุโรป

46

โดยบริษัท Zhende Medical ซึ่งขายผลิตภัณฑ์ให้กับทั้งบริษัท McKeeson และบริษัท OneMed ก็ถูกระบุว่ามีการบังคับแรงงานและมีการนำเข้าวัตถุดิบการผลิต อาทิ ฝ้าย จากบริษัทลูกที่อยู่ในมณฑลซินเจียง และนายนายโรเบิร์ต ชมิท หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการณ์บริษัท OneMed ก็ได้เคยออกมาชี้แจงตอนหนึ่งโดยระบุว่ามีการตรวจพบว่ามีชิ้นส่วนบางอย่างในผลิตภัณฑ์ดูแลแผลซึ่งถูกส่งขายให้บริษัท OneMed นั้นมีต้นกำเนิดมาจากโรงงานในมณฑลซินเจียงด้วยเช่นกัน

ส่องคดีทุจริตโลก สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ในสัปดาห์นี้ขอนำเสนอข่าวการเปิดโปงบริษัทขายหน้ากากอนามัยยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ซึ่งสามารถทำยอดขายได้เป็นจำนวนมากในทวีปยุโรป ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือโคโรน่าไวรัส เนื่องจากบริษัทเหล่านี้อาจจะมีประเด็นความไม่โปร่งใส เพราะไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์อุยกูร์ในประเทศจีน

โดยสำนักข่าวในโครงการรายงานอาชญากรรมและการทุจริตคอรัปชั่น” หรือ OCCRP ซึ่งเป็นองค์กรสื่อมวลชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรต่อต้านคอรัปชั่นได้ลงบทความข่าวสืบสวนสอบสวนไว้เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่าตลอดช่วงปี 2563 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปมีบริษัทยุโรป อาทิบริษัทข้ามชาติ McKesson ซึ่งถือเป็นบริษัทจัดจำหน่ายขายส่งเวชภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และบริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติสวีเดนชื่อว่า OneMed ซึ่งดำเนินการขายหน้ากากอนามัยให้กับหน่วยงานสาธารณสุขและคลังสินค้าในหลายประเทศในแถบภูมิภาคนอร์ดิกและภูมิภาคบอลติก โดยทั้ง 2 บริษัทนั้นมีส่วนในการขายหน้ากากอนามัยและชุดป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งมีที่มาจาก Hubei Haixin Protective Products จากประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่า บริษัท Hubei Haixin Protective Products เคยมีการจ้างแรงงานอุยกูร์จำนวนกว่า 130 คน ซึ่งถูกขนย้ายมาจากมณฑลซินเจียงโดยทั้งสำนักข่าวนิวยอร์กไทม์และสถาบันยุทธศาสตร์นโยบายของประเทศออสเตรเลีย (ASPI) ได้เคยระบุเอาไว้ว่าแท้จริงแล้วบริษัท Hubei นั้นใช้แรงงานอุยกูร์ซึ่งถูกบังคับให้ทำงานในโรงงาน

เส้นทางการขนย้ายแรงงานจากมณฑลซินเจียงไปยังมณฑลหูเป่ย์ ที่ตั้งของโรงงานบริษัท Hubei Haixin Protective Products

เส้นทางการขนย้ายแรงงานจากมณฑลซินเจียงไปยังมณฑลหูเป่ย์ ที่ตั้งของโรงงานบริษัท Hubei Haixin Protective Products

ขณะที่ทางด้านของผู้สื่อข่าว OCCRP ก็ได้รายงานว่าแท้จริงแล้วทั้งทั้งบริษัท McKesson และบริษัท OneMed ล้วนขายผลิตภัณฑ์ซึ่งมีที่มาการผลิตต้นทางจากบริษัท Zhende Medical อย่างไรก็ตาม บริษัทสัญชาติจีนแห่งนี้ถูกปักธงจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนว่ามีความเสี่ยงในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันเรื่องมาจากการมีสายการผลิตและมีบริษัทสาขาอยู่ในมณฑลซินเจียงเอง

อย่างไรก็ตาม ทางด้านของนายโรแนน เบรท ผู้อำนวยการด้านกิจการประชาสัมพันธ์สาธารณะ ประจำภูมิภาคยุโรปของบริษัท McKesson ได้ตอบกลับคำถามของผู้สื่อข่าว โดยยืนยันว่าบริษัท McKesson ยุโรปนั้นมีหลักธรรมาภิบาลที่ดีในเรื่องการตรวจสอบต้นตอของผลิตภัณฑ์ โดยผู้ที่ส่งสินค้าให้บริษัท McKesson นั้นจะต้องมีการทำข้อตกลงที่เรียกว่า McKesson Sustainable Supply Chain Principles (MSSP) โดยข้อตกลงดังกล่าวนั้นครอบคลุมถึงการต้องกระทำตามกฎหมาย และข้อตกลงยังมีรายละเอียดที่เข้มงวดเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน การเตรียมแรงงานให้พร้อมกับสภาวะฉุกเฉินต่างๆ แต่นายโรแนนก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมอีก

ส่วนทางด้านของนายโรเบิร์ต ชมิท หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการณ์บริษัท OneMed ก็ได้กล่าวว่าบริษัทได้ตรวจสอบพบว่าในช่วงปลายปี 2562 โรงงานของบริษัท Hubei Haixin ได้มีการจ้างคนงานจากมณฑลซินเจียง แต่ในเวลาต่อมาทางบริษัท OneMed ก็ไม่พบหลักฐานว่าโรงงานดังกล่าวนั้นมีพฤติกรรมข่มขู่แรงงานหรือว่าปฏิบัติโดยไม่ชอบต่อแรงงานแต่อย่างใด ทาง OneMed จึงยังคงมีสัมพันธ์กับบริษัท Hubei Haixin ต่อไป และขอยืนยันว่าทางบริษัท OneMed พร้อมจะตรวจสอบทุกรายละเอียดหากมีข้อมูลใหม่เข้ามา

โดยในเอกสารที่บริษัท OneMed ให้กับผู้สื่อข่าวนั้นระบุว่าบริษัท OneMed ติดต่อกับบริษัท Hubei Haixin เพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้คนงานชาวอุยกูร์ในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งโรงงานจีนก็ยืนยันว่าจะมีการส่งแรงงานเหล่านั้นกลับบ้านที่มณฑลซินเจียง หลังจากหมดสัญญาแล้วในเดือน มี.ค. แต่ปรากฏข้อมูลว่าโรงงานจีนเหล่านี้ได้ใช้งานแรงงานชาวอุยกูร์ต่อไปอีกจนถึงเดือน ก.ย. ด้วยข้ออ้างว่าเพราะโรคระบาดจึงทำให้มีการจำกัดการเดินทาง จนคนงานไม่สามารถกลับบ้านได้ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นทางด้านของบริษัท OneMed ก็ยังคงซื้อผลิตภัณฑ์จากบริษัท Hubei Haixin ต่อไป ในขณะที่ยอดขายของบริษัท OneMed เพิ่มขึ้นเพราะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19

หน้ากากอนามัยจากบริษัท Hubei Haixin Group

ขณะที่ทางบริษัท Hubei Haixin และบริษัท Zhende Medical ก็ไม่ได้มีความเห็นต่อเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว OCCRP ได้ข้อมูลเอกสารอีกชุดหนึ่งซึ่งทั้ง 2 บริษัทจีนได้ส่งไปให้กับบริษัทขายเวชภัณฑ์ในยุโรป โดยบริษัท Zhende ระบุว่า “ทางบริษัท Zhende ยอมรับไม่ได้ที่จะไปมีส่วนการสนับสนุนการบังคับใช้แรงงาน”

ส่วนทางสถานทูตจีนประเทศจีนประจำกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ก็ได้ออกแถลงการณ์ว่าข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงการดำเนินข้อกล่าวหาโดยมุ่งเน้นกับกลุ่มชาติพันธ์ย่อยนั้นเป็นเรื่องที่โกหก ขณะที่ทางด้านของกระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ยังคงไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆกับเรื่องนี้

โดยที่ผ่านมานั้นทางประเทศจีนได้เคยออกรายงานว่าได้มีการดูแลแรงงานชาวอุยกูร์อย่างดี โดยมีการให้ค่าแรงเดือนละ 2,800 หยวน หรือประมาณ 12,700 บาท พร้อมกับมีการจัดอาหารให้เหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลาม การมีคอร์สเรียนภาษาจีน พร้อมกับมีการจัดสภาพแวดล้อมบริเวณหอพักแรงงานให้เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ด้านสิทธิมนุษยชนนานาชาติหลายคนก็เลือกไม่เชื่อรายงานของทางการจีนดังกล่าว

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนางเพเนโลป ไคริทซิส ผู้อำนวยการด้านการวิจัยยุทธศาสตร์ สหภาพสิทธิแรงงานกล่าวว่าจากกรณีการเข้ากวาดล้างกลุ่มชาติพันธ์ในพื้นที่มณฑลซินเจียงรวมไปถึงกระแสข่าวการสร้างค่ายกักกันชาวอุยกูร์ในหลายแห่ง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีการใช้แรงงานชาวอุยกูร์ในพื้นที่มณฑลซินเจียงเพื่อทำงานในโรงงาน และนางเพเนโลปยังได้ออกมาเรียกร้องให้บริษัทตะวันตกทั้งหลายยุติการซื้อสินค้าจากบริษัทที่มีที่มาจากมณฑลซินเจียงทันที

การเข้าจับกุมชาวอุยกูร์ของทางการจีน

โดยบริษัท Zhende Medical ซึ่งขายผลิตภัณฑ์ให้กับทั้งบริษัท McKeeson และบริษัท OneMed ก็ถูกระบุว่ามีการบังคับแรงงานและมีการนำเข้าวัตถุดิบการผลิต อาทิ ฝ้าย จากบริษัทลูกที่อยู่ในมณฑลซินเจียง และนายนายโรเบิร์ต ชมิท หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการณ์บริษัท OneMed ก็ได้เคยออกมาชี้แจงตอนหนึ่งโดยระบุว่ามีการตรวจพบว่ามีชิ้นส่วนบางอย่างในผลิตภัณฑ์ดูแลแผลซึ่งถูกส่งขายให้บริษัท OneMed นั้นมีต้นกำเนิดมาจากโรงงานในมณฑลซินเจียงด้วยเช่นกัน

รายงานการขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ของบริษัท McKeeson และบริษัท OneMed

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัท Zhende ได้เคยส่งข้อมูลยืนยันให้กับบริษัท OneMed ไปว่าบริษัทไม่มีการใช้แรงงานชาวอุยกูร์ และไม่มีการนำเข้าฝ้ายจากมณฑลซินเจียงแต่อย่างใด ซึ่งฝ้ายที่บริษัท Zhende ใช้ในสายการผลิตจของโรงงานนั้นล้วนแล้วมาจากการเก็บเกี่ยวในประเทศคาซัคสถานและประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

เรียบเรียงเนื้อหาและรูปภาพจากจาก:https://www.occrp.org/en/coronavirus/chinas-oppressed-uighurs-made-covid-19-protection-sold-throughout-europe

Cr : https://www.samapan-thainews.com/wp-admin/post-new.php

- Advertisement -