ตามนโยบายการบริหารราชการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปราม ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรง ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติด
กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลพล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.
กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ โดย พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา
ผบก.สปพ., พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช
รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ รอง ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.อภิฌาน สวัสดิบุตร
รอง ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.กิตติพจน์ แก้วศรีงาม รอง ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.นพดล เทียมเมธา รอง ผบก.สปพ.
กองกำกับการสายตรวจ โดย พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.ศตวรรษ คนชุม รอง ผกก.สายตรวจ ,พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.ธวัชชัย แจ่มวิธีเลิศ รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ต.นฤนาท ทิพากร ทองสอดแสง สว.งานสายตรวจ 1, พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2 และ พ.ต.ท.พุฒิพัฒน์ โกยมวงษ์เจริญ สว.งานสายตรวจ 3
หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก โดย พล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ ผบ.ขกท., พ.อ.ปรเมษฐ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.สปข.ขกท.ศปก.ทบ. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายยาเสพติด
วันเวลาจับกุม/ตรวจยึด
วันที่ 20 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 01.00 น.
สถานที่จับกุม/ตรวจยึด
สถานีบริการน้ำมัน ถ.พระราม 2 หมู่ 6 ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย
นายธนวัฒน์ สงวนนามสกุล อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาที่ 1
นายปรัชญา สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ 2
โดยกล่าวหาผู้ต้องหา ว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ไอซ์หรือ
เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พร้อมด้วยของกลางและทรัพย์ที่ตรวจยึด
ยาไอซ์ จำนวนประมาณ 300 กิโลกรัม
รถลากจูง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว พร้อมรถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีแดง จำนวน 1 คัน
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
เงินสด จำนวน 46,300 บาท
สร้อยคอ ลักษณะคล้ายทอง จำนวน 2 เส้น
มูลค่ารวมประมาณ 70,000,000 บาท
พฤติการณ์กล่าวคือ
จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมคดียาเสพติด
รายใหญ่ที่ผ่านมา และได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวเพิ่มเติมว่า มีกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่กรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยใช้รถลากจูง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน 79-46xx กรุงเทพฯ พร้อมรถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีแดง ติดแผ่นป้ายทะเบียน 77-85xx กรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2569 เวลาประมาณ 12.00 น.
รถลากจูง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว พร้อมรถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีแดง คันเป้าหมาย ได้เดินทางจากภาคใต้เข้ากรุงเทพฯ ตามที่แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณถนนพระราม 2 (ขาออก)

กระทั่งเวลาประมาณ 00.20 น. ของวันที่ 20 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ฯ พบรถลากจูง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว พร้อมรถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีแดงฯ ขับขี่อยู่บนถนนพระราม 2 จึงได้สะกดรอยติดตาม ต่อมาในเวลาประมาณ 01.00 น. รถลากจูง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว
พร้อมรถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีแดงฯ ได้ขับขี่มาจอดภายในสถานีบริการน้ำมันฯ บนถนนพระราม 2 พบนายธนวัฒน์ฯ (ทราบชื่อและนามสกุลภายหลังจับกุม) ลงจากฝั่งผู้ขับขี่ เข้าใช้บริการห้องน้ำภายในสถานีบริการน้ำมันฯ หลังจากนายธนวัฒน์ฯ เดินออกจากห้องน้ำได้เดินมุ่งหน้ามาที่รถลากจูง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว พร้อมรถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีแดงฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าแสดงตัว แต่นายธนวัฒน์ฯ ได้วิ่งหลบหนีไปบริเวณด้านหลังของสถานีบริการน้ำมันฯ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมกับพบ
นายปรัชญาฯ (ทราบชื่อและนามสกุลภายหลังจับกุม) ผู้โดยสาร อยู่ในรถลากจูง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว พร้อมรถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีแดงคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ทำการตรวจค้นรถลากจูง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว พร้อมรถกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีแดงฯ
ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ด้านหลังของรถบรรทุกหัวลากฯ จำนวนประมาณ 15 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ และนำตัวผู้ต้องหาไปทำบันทึกจับกุม และเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ กก.สายตรวจ บก.สปพ. และจะทำการซักถามขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไม่มีประวัติการกระทำความผิดอาญาใด ๆ มาก่อน
หากประชาชนท่านใด พบเห็น หรือมีเบาะแส เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ
การจำหน่ายยาเสพติด หรือสิ่งของผิดกฎหมาย หรือพบการมั่วสุม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่
กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือโทรศัพท์สายด่วน ๑๙๑











