ความคืบหน้า เหตุการณ์นักเรียนชายวัย 14 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.กราดยิงครูและนักเรียน ภายในห้องเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัสรวมอยู่ด้วย ภายหลังก่อเหตุสลดแล้ว เด็กชายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธจ่อขมับปลิดชีพตัวเองบนอาคารเรียน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 09.55 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2569
ต่อมา เมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ผู้ก่อเหตุซึ่งหน่วยกู้ชีพได้พยายามปั๊มหัวใจ โดยรีบนำส่งโรงพยาบาล อำเภอบางกรวย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
มีรายงานว่า ขณะช่วงสถานการณ์ตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง พร้อมกำลังตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี,ชุดปฏิบัติการพิเศษ “อรินทราช 26” และ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 1 เข้าปิดล้อมพื้นที่ ตรวจค้นอาคาร และทยอยอพยพนักเรียน ออกจากจุดเสี่ยงได้อย่างปลอดภัย
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ สรุปยอดมีจำนวนรวม 22 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 9 ราย ประกอบด้วยนักเรียน 7 ราย และครู 2 ราย ซึ่งถูกส่งตัวไปรักษาต่อยัง โรงพยาบาล พระมงกุฎเกล้าและโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า อยู่ในความดูแล ของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ในส่วนครูที่เสียชีวิต 5 ราย คือ นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) เป็นครูผู้ที่รับผิดชอบกำกับดูแลระเบียบ วินัย และสวัสดิภาพของนักเรียน ภายในสถานศึกษา คนที่สอง นางสาวทิวาพร วานิช ครูแนะแนว คนที่สาม น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่ธุรการ และทำหน้าที่เลขานุการ หน้าห้องรองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง
คนที่สี่ น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูสอนคณิตศาสตร์ และคนที่ห้า ว่าที่ร้อยตรีหญิง นันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง หรือ “ครูขนุน” ครูภาษาไทย ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี รุ่น 52-55
นอกจากนี้ยังมีครูได้รับบาดเจ็บ คือ นางสาวศรินรัก นิลปะกะ บาดเจ็บ ครูคณิตศาสตร์ ,นางสาววราลี สรรพกิจชาญชัย หรือ “ครูเก่ง” บาดเจ็บ ครูสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ และทำหน้าที่เป็น หัวหน้างานพัฒนาครู โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อีกด้วย

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น้าสาวของ “ครูขนุน” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต โดยน้าสาวเดินทางมายังจุดเกิดเหตุด้วยความหวังว่าจะได้รับข่าวดี แต่กลับอยู่ในอาการร่ำไห้โศกเศร้า กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ได้บอกให้แม่ของครูขนุนรู้ว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว
“ รู้ข่าวจากข้อความในไลน์ ขณะกำลังขายของอยู่กับแม่ของครูขนุน รู้สึกตกใจ จึงรีบมาดู โดยไม่ได้บอกให้แม่ของครูขนุนรู้เรื่อง ถึงตอนนี้ก็ยังไม่กล้าบอกความจริง ตอนมาถึงพอเห็นภาพครูผู้หญิงคนหนึ่งนอนเสียชีวิตจมกองเลือดจำได้ทันที ไม่คิดว่าเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้จะเกิดขึ้นภายในโรงเรียน” น้าสาวของครูเหยื่อกระสุน เล่าทั้งน้ำตา
ขณะเดียวกัน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่านาทีระทึกว่า ขณะกำลังเรียนหนังสืออยู่ ได้ยินเสียงดังคล้ายของตกในช่วงแรก ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น ต่อเนื่องหลายนัด กระทั่งมีเพื่อนส่งข้อความทางไลน์มาแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันภายในโรงเรียน จากนั้นคุณครูได้รีบเข้ามาอพยพ นักเรียนออกจากห้องเรียนไปยังจุดปลอดภัย
นักเรียนคนเดิม เล่าต่ออีกว่า ตนไม่รู้จักผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว แต่ทราบว่าเป็นนักเรียนชั้น ม.3 ยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหตุที่ไม่มีใคร คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในโรงเรียน อีกทั้งก่อนหน้านี้ โรงเรียนก็เพิ่งเกิดเรื่องเด็กนักเรียนพลัดตกหลังคาเสียชีวิต ถึงแม้ว่าจะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย แต่ก็ยังต้องมาเรียนตามปกติ
ต่อมาในเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบบ้านพักของผู้ก่อเหตุ พบร่างปู่และย่าถูกยิงเสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่าเกี่ยวข้องกับเด็กชายที่ไปก่อเหตุในโรงเรียน โดยได้ก่อเหตุจ่อยิงปู่กับย่าก่อน แล้วจึงนำปืนไปโรงเรียน เหตุเกิดในช่วงคาบเรียนที่สอง ขณะครูผู้เสียชีวิตรายแรก กำลังสอนวิชาคณิตศาสตร์
มีรายงานว่า ทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ในสถานที่เกิดเหตุ พบฑูตมรณะตกอยู่ เป็นปืนพกสั้นออโตเมติก ยี่ห้อ CZ ขนาด 9 มม. รุ่น “คอมแพค” เบื้องต้นพบว่าเป็นปืนมีทะเบียนที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย และเป็นชื่อของปู่ของผู้ก่อเหตุ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า อาวุธปืนมาอยู่กับเด็กได้อย่างไร รวมถึงหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างละเอียด ขณะที่โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะให้การช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ สะเทือนขวัญครั้งนี้

อั๋นพันดาว










