ทั้งนี้ จากกรณีข่าว “เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เข้าตรวจสอบชายผู้หนึ่ง ที่เดินทางเข้ามาพักอาศัยในคอนโดฯ ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี” หลังจากได้รับข่าวในทางลับ ที่สมาคมสมาพันธ์นักข่าว ประเทศไทย ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 ตอน
โดยตอนแรก เป็นรายงานข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เชิญตัวหนุ่มต้องสงสัยรายดังกล่าว เข้ามาให้ปากคำ และตรวจสอบเอกสารบัตรประชาชน และปล่อยตัวไป (อ่าน …. https://www.samapan-thainews.com/39003)
และตอนที่ 2 แกะรอย “หนุ่มต้องสงสัย” โผล่อุดรฯ พบโยงใยเครือข่ายธุรกิจหลายแห่ง..!!! พร้อมมีความใกล้ชิดกับนักธุรกิจชาวจีนเทารายหนึ่ง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยในเชิงข่าวว่า การปรากฏชื่อถือหุ้นและเป็นกรรมการในหลายบริษัทดังกล่าว เป็นการดำเนินธุรกิจตามปกติของตนเอง หรือมีบุคคลอื่นอยู่เบื้องหลังการจัดโครงสร้างธุรกิจและการถือหุ้นดังกล่าว หรือเป็น “นอมินี” หรือไม่ …?? (อ่าน … https://www.samapan-thainews.com/39006)
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัตรประชาชน พบ “หนุ่มต้องสงสัย” ดังกล่าว ชื่อ “นายไช่” (นามสมมุติ) เกิดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2534 พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่แห่งหนึ่ง ชอยโรงเรียนคลองลำเจียก แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
และจากให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เขาระบุว่า ตัวเขาเกิดในประเทศไทย เรียนที่ประเทศไทยตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงระดับชั้นมหาวิทยาลัย และได้ทำงานมีธุรกิจในประเทศไทย มีบิดาชื่อ “นายฟาง” (นามสมมุติ) ที่มีสัญชาติไทย จากการแปลงสัญชาติ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวระบุว่า การให้ปากคำของนายไช่ มีสำเนียงภาษาไทยที่ไม่ชัด จีงถูกตั้งคำถามว่า ขัดแย้งกับการให้ปากคำว่า ตัวเขาเกิดในประเทศไทย เรียนที่ประเทศไทยตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงระดับชั้นมหาวิทยาลัย จริงหรือไม่…!!??
ล่าสุด สมาพันธ์นักข่าวฯ ได้ติดตามหาข้อมูลเพิ่มเติมไปยังสำนักเขตบางกะปิ เพราะสงสัยเกี่ยวกับหมายเลขบัตรประชาชนที่ขึ้นตันด้วยเลข 8 ที่ระบุอยู่ในบัตรประจำตัวของนายฟางผู้พ่อ และนายไช่ผู้เป็นลูก ได้รับคำตอบว่า บัตรประชาชนที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 8 หมายถึงหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของกลุ่มบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้มีสัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่ไม่ได้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด หรือหมายถึงบุคคลที่ได้ผ่านกระบวนการแปลงสัญชาติไทยนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นของนายฟางผู้เป็นพ่อ เบื้องต้นเป็นไปได้ว่านายฟางอาจได้สิทธิแปลงสัญชาติมาแล้วในอดีตแล้ว ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าได้มาโดยชอบด้วยระเบียบหรือไม่
แต่กรณีของนายไช่ผู้ลูก ที่ก็ใช้หมายเลข 8 นำหน้าในบัตรประชาชนเช่นเดียวกัน ซึ่วไม่ตรงกับที่ให้ปากคำว่าเกิดในประเทศไทย เพราะหากนายไช่เกิดในประเทศไทยขณะที่นายฟางผู้เป็นพ่อได้รับสัญชาติไทยแล้ว นายไช่จึงไม่น่าจะได้หมายเลข 8 นำหน้าบัตรประชาชน แต่ควรเป็นหมายเลขอื่น
ซึ่งขัดแย้งกับการให้ปากคำว่าเขาเกิดในประเทศไทย เรียนที่ประเทศไทยไทยตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ จากการตรวสอบในเชิงลึก หากนายไช่เกิดและอยู่เรียนในประเทศไทยมาจริง เรื่องหนึ่งคือต้องได้รับการเกณฑ์ทหาร แต่จากการตรวจสอบในเชิงลึก พบว่านายไช่ไม่ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหาร
ส่วนการตรวจสอบในทางธุรกิจ เบื้องต้นพบ นายไช่ มีชื่อปรากฎเป็นผู้ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ร่วมกับบุคคลที่ชื่อ นาย ฟาง (น่าจะเป็นบิดาของนายไช่ ตามที่ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ไว้ ว่าชื่อฟาง) ในหลายแห่งด้วยกันดังนี้
บริษัท เฮลิออส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2561 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ต่อมาเมื่อธันวาคม 2563 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 27 ล้านบาท และภายหลังเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ได้ลดทุนจดทะเบียนลงเหลือ 7 ล้านบาท ประกอบธุรกิจ การซื้อ ขาย เช่า ให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท โดยปรากฎชื่อนายไช่ ถือหุ้น 45%
บริษัท ไทยซันไรส์ โฮลดิ้ง จำกัด จัดตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ประกอบธุรกิจ ตามที่ปรากฎ หมวดธุรกิจตอนจดเบียน คือ การให้เช่าและให้เช่าแบบลิวซิ่งยานยนต์ชนิดนั่งส่วนบุคคล รถกระบะ รถตู้ และรถขนาดเล็กที่คล้ายกัน มีนายฟาง ถือหุ้น 90% และเป็นกรรมการบริษัท ขณะที่นายไช่ ถือหุ้น 10%
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไฮ-เทค (ประเทศไทย) จำกัด จัดตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ประกอบธุรกิจตามที่ระบุ หมวดธุรกิจตอนจดทะเบียน การเช่าและการดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองหรือเช่าจากผู้อื่นที่ไม่ใช่เพื่อเป็นที่พักอาศัย, วัตถุประสงค์ตอนจดทะเบียน ประกอบกิจการให้เช่า ให้แบ่งเช่า อาคาร สำนักงาน รวมตลอดถึงสิ่งปลูกสร้างในลักษณะอื่นๆ ทุกประเภท รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และยายยนต์อื่น ทุกประเภท, หมวดธุรกิจ (มาจากงบการเงินล่าสุด) กิจกรรมธรณีฟิสิกส์ ธรณีวิทยา รวมถึงงานให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้อง, วัตถุประสงค์ (มาจากงบการเงินล่าสุด) ประกอบกิจการให้บริการสำรวจ วิเคราะห์ เหมืองแร่ ธรณีวิทยา ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นประกอบด้วยบริษัท บิลเลี่ยน เอ็กซ์เพรส จำกัด 70% และนายลี่ ป๋อจวิน 30% โดยมีชื่อนายไช่ เป็นกรรมการฯ ขณะที่นายไช่ ก็เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท บิลเลี่ยน เอ็กซ์เพรส จำกัด 54% ด้วย
บริษัท บิลเลี่ยน เอ็กซ์เพรส จำกัด จัดตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ด้วยทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาทประกอบธุรกิจตามที่ระบุ หมวด กิจกรรมของบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก โดยมีวัตถุประสงค์ เข้าร่วมกิจการหรือร่วมค้ากับบุคคลอื่น ลงทุนเข้าในกิจการค้าใดๆ ไม่ว่าโดยวิธี เข้าเป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด มีนายไช่ ถือหุ้น 54% นายฟางถือหุ้น 46%
ทั้งนี้ ทุกบริษัทที่กล่าวมาข้างต้น มีที่อยู่เดียวกันหมดคือ 1499 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ และก็เป็นที่อยู่อาศัยตามที่ปรากฎในบัตรประชาชนไทยของนายฟาง ผู้เป็นบิดาด้วย ส่วนการแปลงสัญชาติของนายฟาง ไม่ปรากฎข้อมูลว่าเปลี่ยนแปลงเมื่อใด










