เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ขยายการใช้งานจากอุตสาหกรรมขั้นสูงสู่สินค้าในชีวิตประจำวัน
เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การเติบโตของการพิมพ์ 3 มิติเกิดจากตลาดที่ต้องการการผลิตในปริมาณไม่มาก และชิ้นส่วนที่มีโครงสร้างซับซ้อน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เทคโนโลยีการผลิตแบบเดิมยังทำได้ยาก
ในภาคสินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ที่เน้นดีไซน์ ความเบา และความยืดหยุ่นในการออกแบบ เช่น ตัวเรือนนาฬิกา เครื่องประดับ พื้นรองเท้า และส่วนประกอบของรองเท้า กลายเป็นกลุ่มสินค้าที่นำเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ มาใช้ได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด ขณะที่บางแบรนด์ได้เริ่มนำการพิมพ์ 3 มิติ มาใช้ผลิตตัวเรือนนาฬิกาโลหะแล้ว
ในด้านการแพทย์ เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้ในงานที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น รากฟันเทียม เครื่องช่วยฟัง อุปกรณ์ผ่าตัด และอวัยวะเทียม
การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่น่าจับตาในอนาคตคือ การผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการระบายความร้อน การแลกเปลี่ยนความร้อน และโครงสร้างที่มีช่องทางการไหลของของเหลวหรืออากาศที่ซับซ้อน
เหตุผลสำคัญคือ การพิมพ์ 3 มิติ สามารถขึ้นรูปชิ้นส่วนเป็นชิ้นเดียว ทำให้โครงสร้างภายในที่เคยผลิตได้ยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ด้วยกระบวนการแบบเดิม สามารถถูกสร้างขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อุตสาหกรรมการบินและอวกาศเริ่มนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับชิ้นส่วนสำคัญ เช่น เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน และหัวฉีด โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ชิ้นส่วนมีน้ำหนักเบาลง คุณภาพสูงขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ในอนาคตการพิมพ์ 3 มิติ ยังจะขยายเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคในวงกว้าง และกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในอุตสาหกรรมใหม่ๆ มากขึ้น
Li Fangzheng กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไป บริษัท Industry and Information Technology (Beijing) กล่าวว่า ในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนลดลง และประสิทธิภาพดีขึ้น การพิมพ์ 3 มิติจะเปลี่ยนจาก “ทางเลือก” ไปสู่ “ความจำเป็น” ในกระบวนการผลิต
เขามองว่า ขณะนี้กำลังเกิดโอกาสทางธุรกิจมูลค่าหลายหมื่นล้านหยวนถึงหลายแสนล้านหยวน ขณะที่ตลาดการพิมพ์ 3 มิติ สำหรับผู้บริโภคทั่วไปก็ขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน
คลิปข่าวจากภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)










