กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดปฏิบัติการไล่ล่าเครือข่ายผู้ต้องหาชาวจีนตามหมายจับคดีฉ้อโกงข้ามชาติ มูลค่าความเสียหายกว่า 18 ล้านหยวน หรือเกือบ 100 ล้านบาทไทย ก่อนบุกจับกุมได้ 4 ราย ขณะกบดานในหมู่บ้านหรูย่านห้วยใหญ่ เมืองพัทยา และบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมร่วมกันควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวจีน 4 ราย ได้แก่ นายเฉินฯ อายุ 55 ปี, นายหยวนฯ อายุ 54 ปี, นายเฟยฯ อายุ 51 ปี และนางหลัวฯ อายุ 54 ปี ในฐานะเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการต่างประเทศออกหมายจับ และมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม
สืบเนื่องจากศูนย์ความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMLECC) ประสานข้อมูลมายังศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 5 ราย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองอู่ฮั่น ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยการปลอมแปลงเอกสาร”
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับโครงการรื้อถอนและฟื้นฟูภูมิทัศน์ในเมืองอู่ฮั่น โดยร่วมกันปลอมแปลงข้อมูลและเอกสาร เพื่อหลอกเอาเงินชดเชยค่ารื้อถอนและเวนคืนจากบริษัทจัดการที่ดินเมืองใหม่แห่งอู่ฮั่น รวมถึงแอบอ้างชื่อและบัญชีธนาคารของผู้อื่นเพื่อรับผลประโยชน์ ทำให้เกิดความเสียหายกว่า 18 ล้านหยวน หรือเกือบ 100 ล้านบาทไทย ก่อนหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติฯ บก.ปพ. ร่วมกับ บก.สส.สตม. แกะรอยสืบสวนจนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้บ้านพักหรูในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นเซฟเฮาส์หลัก จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทยา ก่อนเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและสามารถจับกุมผู้ต้องหาหลักได้พร้อมกัน 3 ราย
จากการขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ นางหลัวฯ กำลังเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังติดตามสกัดจับได้ทัน ก่อนแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และนำตัวทั้งหมดส่งห้องกัก กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อเตรียมผลักดันกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้ภาพลักษณ์ “ผู้ถือวีซ่าเกษียณอายุ” สำหรับชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไป เป็นฉากบังหน้าในการเข้าพำนักในไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของทางการจีน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนประชาชน ผู้ประกอบการธุรกิจให้เช่า หรือนิติบุคคลหมู่บ้าน หากพบบุคคลต่างด้าวมีพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่มีอาชีพชัดเจน แต่มีฐานะร่ำรวยผิดปกติ หรือแฝงตัวในรูปแบบนักท่องเที่ยววัยเกษียณ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที











