เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มมิตรเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเสริมสร้างศักยภาพปัญญาประดิษฐ์ (the Group of Friends for International Cooperation on AI Capacity-Building) จัดประชุมเกี่ยวกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก โดยมีตัวแทนจากจีนและแซมเบียเป็นประธานร่วม และมีตัวแทนกว่า 120 คนจาก 50 กว่าประเทศและองค์การระหว่างประเทศร่วมประชุม
ที่ประชุมครั้งนี้ ไม่ได้พูดคุยประเด็นเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อน แต่มุ่งเน้นไปที่แนวคิด “อนาคตร่วมกัน” แทน ปัจจุบัน เทคโนโลยี AI กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างสุญญากาศการกำกับดูแลที่สำคัญด้วย ดังนั้น การสร้างหลักประกันให้ AI ทำในสิ่งที่ดี และเพื่อทุกคน ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลนั้น จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนสำหรับประชาคมระหว่างประเทศ
ในประเด็นการกำกับดูแล AI ระดับโลก จีนมีจุดยืนที่มีความกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ เปิดกว้าง และสอดคล้องกันมาโดยตลอด จีนยึดมั่นในวิสัยทัศน์อนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ เดินหน้าขับเคลื่อน “ข้อริเริ่มธรรมาภิบาลโลก” และ “ข้อริเริ่มธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก” ซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาโลก และการจัดหาสาธารณประโยชน์ต่อไป จีนได้เสนอและผลักดันโครงการริเริ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น แผนปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพ AI เพื่อประโยชน์ส่วนรวม แผนปฏิบัติการกำกับดูแล AI ระดับโลก และโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศด้าน AI+ โดยเปลี่ยนวิสัยทัศน์เหล่านี้ให้เป็นการกระทำที่เป็นรูปธรรม เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2024 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ สมัยที่ 78 ได้มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ต่อข้อเสนอเรื่อง “การยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการเสริมสร้างศักยภาพปัญญาประดิษฐ์” ที่เสนอโดยประเทศจีน ซึ่งกว่า 140 ประเทศ ได้สนับสนุนให้จีนเสนอข้อเสนอนี้ นับเป็นตัวอย่างอันเป็นรูปธรรมที่แสดงให้เห็นถึงการที่ประเทศจีนได้ร่วมแบ่งปันภูมิปัญญาและแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ในระดับโลก

ในภาคปฏิบัติ จีนมีการวางแผนระดับสูงอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะมีการนำโมเดลโอเพนซอร์สขนาดใหญ่ เช่น DeepSeek และ MiniMax M2.5 มาใช้ประโยชน์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ยกระดับสวัสดิการสาธารณะ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ.
ปัญญาประดิษฐ์ของจีน นอกจากจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูงของตนเองแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อโลกผ่านการเปิดกว้างทางเทคโนโลยีและการสร้างระบบนิเวศร่วมกันอีกด้วย เช่น ช่วยพัฒนามหาวิทยาลัยในบราซิลและสถาบันการเงินในแอฟริกาใต้ รวมทั้งช่วยสร้างสะพานกู้ภัยหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมาร์ และสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงของกัมพูชาในการเปลี่ยนผ่านจากการทำประมงแบบดั้งเดิมไปสู่การทำประมงแบบยั่งยืน
การทำให้ “AI เพื่อประโยชน์สุข” เป็นจริงขึ้นมานั้น เป็นความรับผิดชอบและพันธกรณีของทุกประเทศ ไม่เฉพาะชาติใด นับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา มีเสียงเรียกร้องที่เปี่ยมด้วยเหตุผลเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเรียกร้องให้กระชับความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาคมโลก อันที่จริงแล้ว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกามีความร่วมมือธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ในระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น สหรัฐอเมริกาจะต้องหันมาร่วมมือกับจีนมากขึ้น โดยยุติการใช้มาตรการจำกัดและมาตรการสกัดกั้นต่างๆ ที่มีต่อจีนในด้าน AI รวมถึงยุติการใช้ความพยายามเชิงลบที่จะสร้างกลุ่มพันธมิตรเพื่อปิดกั้นในเวทีระหว่างประเทศ
สรุปได้ว่า การสร้างระบบธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกที่มีความครอบคลุม เป็นธรรม และยั่งยืน ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของมนุษยชาติ ทุกฝ่ายจึงควรยึดมั่นในพหุภาคีอย่างแท้จริง และผนึกกำลังร่วมกันภายใต้กรอบของสหประชาชาติ เพื่อบรรลุซึ่งการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง











