วันพฤหัสบดี 21 พฤษภาคม 2026
หน้าแรก ทั่วไป DPU โชว์ศักยภาพงานวิจัย “เกาะเกร็ดคาร์บอนต่ำ” ยกระดับชุมชนท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน ด้วยข้อเสนอเชิงนโยบายสิ่งแวดล้อม 6 ด้าน

DPU โชว์ศักยภาพงานวิจัย “เกาะเกร็ดคาร์บอนต่ำ” ยกระดับชุมชนท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน ด้วยข้อเสนอเชิงนโยบายสิ่งแวดล้อม 6 ด้าน

23

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยคณะผู้วิจัยจากโครงการ “การพัฒนาชุมชนท่องเที่ยววิถีคาร์บอนต่ำสู่ความยั่งยืน : กรณีศึกษาชุมชนตำบลเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี” นำเสนอผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมคาร์บอนต่ำ ต่อคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตัวแทนชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสัจจา     เกตุทัต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

การนำเสนอครั้งนี้นำโดย ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ หัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมด้วย รศ.ดร.นิตย์ เพ็ชรรักษ์ และ ดร.วรัญญู ศรีเชียงราย ผู้ร่วมวิจัย โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. ประเภท Fundamental Fund ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวให้สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้สอดคล้องกับแนวคิดสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.วริศ กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้มีเป้าหมายสำคัญในการศึกษาและวิเคราะห์กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชนตำบลเกาะเกร็ด ควบคู่กับการประเมินผลกระทบจากกิจกรรมท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน โดยตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ คณะผู้วิจัยได้ศึกษานโยบายและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน จัดกระบวนการสนทนากลุ่มและให้ความรู้แก่ชุมชน ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมสำคัญ รวมถึงจัดทำนโยบายสิ่งแวดล้อมคาร์บอนต่ำ ซึ่งผลการดำเนินงานทั้งหมดสำเร็จครบถ้วนตามเป้าหมายที่วางไว้

จากการศึกษา คณะผู้วิจัยได้พัฒนา “เส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” สำหรับชุมชนตำบลเกาะเกร็ด โดยพิจารณาจากกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีอยู่ในพื้นที่ เช่น การไหว้พระตามวัดสำคัญ อาทิ วัดปรมัยยิกาวาส และวัดศาลากุล การเรียนรู้ภูมิปัญญาการปั้นดินเผา การปั่นจักรยานท่องเที่ยว การทำผ้าบาติก การนวดแผนไทย รวมถึงกิจกรรมร้านอาหารและคาเฟ่ในชุมชน โดยมีการเก็บข้อมูลด้านระยะทาง ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และของเสียที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่า เส้นทางท่องเที่ยวดังกล่าวมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 3.50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งคน หรือ 3.50 kgCO₂e ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการนำไปออกแบบแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนในอนาคต

นอกจากผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานักศึกษาและการสร้างประสบการณ์เรียนรู้จากงานวิจัยจริง โดยมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 5 คน เข้าร่วมเป็นผู้ช่วยวิจัย ลงพื้นที่เก็บข้อมูลร่วมกับคณะผู้วิจัย ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับปัญหาของชุมชนอย่างใกล้ชิดและเป็นการพัฒนาทักษะสีเขียว (Green skills) ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน ขณะเดียวกัน โครงการยังมีผลผลิตทางวิชาการ ได้แก่ บทความวิจัยระดับนานาชาติ 1 เรื่อง และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ 1 ประเด็น โดยผลการศึกษาได้รับการนำเสนอในงานประชุมวิชาการ iEECON 2026 อีกด้วย

สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่คณะผู้วิจัยนำเสนอต่อชุมชนตำบลเกาะเกร็ด ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล การจัดการขยะและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน การจัดการอุทกภัยโดยอาศัยแนวทางธรรมชาติ การพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและผลิตภัณฑ์สีเขียว การสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน และการบูรณาการนโยบายระดับท้องถิ่นกับนโยบายระดับชาติ เพื่อให้การพัฒนาเกาะเกร็ดในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนนทบุรีสามารถเติบโตได้อย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ จากผู้เข้าร่วมการนำเสนอ

นายสุรัตน์ บัวหิรัญ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา ตำบลเกาะเกร็ด แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้เตาไฟฟ้าแทนเตาฟืนว่า ทางชุมชนได้มีการปรับใช้มานานแล้ว แต่ด้วยการใช้ไฟฟ้าที่สูงทำให้เกิดไฟตกที่บริเวณโดยรอบขณะใช้งาน จึงปรับมาใช้เตาแก๊สแทน และด้วยความต้องการเครื่องปั้นดินเผาที่ลดลงทำให้ต้องลดขนาดของเตาเผาลงหรือจ้างผู้อื่นเผาแทน

ขณะที่นายสุรจิตต์ ชื่นพันธ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณคณะผู้วิจัยที่นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยบางข้อเสนอแนะ เช่น การจัดการอุทกภัยเรามีการดำเนินการอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดบางประการทำให้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ส่วนนโยบายที่น่าสนใจและคิดว่านำไปปรับใช้ได้คือ การพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและผลิตภัณฑ์สีเขียว แต่อยากได้ความคิดเห็นจากผู้ที่มาท่องเที่ยวที่เกาะเกร็ดว่าทางเกาะเกร็ดต้องปรับปรุงในส่วนใดเพิ่มเติม

ภายหลังการนำเสนอผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย คณะผู้วิจัยยังได้นำคณะผู้บริหาร อบต.เกาะเกร็ด ตัวแทนชุมชน และผู้ประกอบการ ศึกษาดูงานกระบวนการทำปุ๋ยจากเศษอาหารของโรงอาหารมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อเป็นตัวอย่างของการจัดการขยะอินทรีย์อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ชุมชนได้ในอนาคต การดำเนินงานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลวิจัย แต่เป็นการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง และขับเคลื่อนเกาะเกร็ดสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยววิถีคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

- Advertisement -