กระทรวงศึกษาธิการจีนเพิ่มสาขาวิชาใหม่ 38 สาขาวิชาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปี 2026 เป็นการปรับโครงสร้างทางการศึกษา เพื่อสร้างกำลังคนแห่งอนาคต ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (ค.ศ. 2026–2030) ซึ่งให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมใหม่ สาขาวิชาใหม่ที่เพิ่มในหลักสูตร เช่น
วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมแร่หายาก (Rare Earth Science and Engineering)
วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมใต้พิภพ (Deep Earth Science and Engineering)
หุ่นยนต์เกษตรกรรม (Agricultural Robotics)
การผลิตทางชีวภาพ (Biomanufacturing)
ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied Intelligence)
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมอง–คอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Science and Technology)
การค้าดิจิทัล (Digital Trade)
การเงินดิจิทัล (Digital Finance)
วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวดิจิทัล (Digital Culture and Tourism)
ปัญญาประดิษฐ์เชิงธุรกิจ (Business Artificial Intelligence)
กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า การเพิ่มสาขาวิชาใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมเดิม ผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างโครงสร้างเศรษฐกิจอัจฉริยะรูปแบบใหม่ และเพิ่มศักยภาพของภาคบริการในยุคดิจิทัล แบ่งเป็น
กลุ่มที่ 1 คือ สาขาด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยีและทรัพยากร เช่น สาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมแร่หายาก และสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมใต้พิภพ แสดงถึงความสำคัญของแร่หายากและทรัพยากรใต้พิภพและการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมขั้นสูง โดยจีนเป็นผู้ผลิตและแปรรูปแร่หายากรายใหญ่ของโลก การเปิดหลักสูตรที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจึงมีความสำคัญอย่างมาก
กลุ่มที่ 2 คือ สาขาที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมเดิม เช่น สาขาหุ่นยนต์เพื่อเกษตรกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรและโครงสร้างพื้นฐานสู่ระบบอัตโนมัติและพลังงานอัจฉริยะ
กลุ่มที่ 3 คือ สาขาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอนาคต ได้แก่ สาขาการผลิตทางชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมอง–คอมพิวเตอร์ สาขาเหล่านี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ AI ของชาติและการพัฒนา frontier technology ที่ถูกระบุไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15
มหาวิทยาลัยแห่ง เช่น Harbin Institute of Technology มหาวิทยาลัย Beihang มหาวิทยาลัย Shanghai Jiao Tong และมหาวิทยาลัย Zhejiang ได้รับการสนับสนุนให้เปิดหลักสูตร embodied intelligence เพื่อเร่งสร้างบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติขั้นสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของจีนในทศวรรษหน้า
อีกหนึ่งสาขาวิชาที่สะท้อนทิศทางใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจจีน คือ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมอง–คอมพิวเตอร์ ซึ่งถูกบรรจุในสาขาวิชาระดับประเทศเป็นครั้งแรก และเริ่มเปิดสอนในบางมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัย Tianjin และ Harbin Institute of Technology โดยสาขานี้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทั้งการแพทย์ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
นอกจานี้ สาขาวิชาใหม่ยังมีสาขาวิชด้าน “เศรษฐกิจบริการอัจฉริยะ” เช่น การค้าดิจทัล การเงินดิจิทัล การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมดิจิทัล และ ธุรกิจ AI เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ แพลตฟอร์ม AI เป็นต้น
ปัจจุบัน จีนมีหลักสูตรระดับปริญญาตรีครอบคลุม 13 หมวด 92 สาขาวิชา และ 883 สาขาวิชา การเพิ่มสาขาวิชาใหม่ 38 สาขา ในหลักสูตรปริญญาตรีปีนี้จึงเป็นการปรับแผนการศึกษาตามยุทธศาสตร์ “education-industry alignment” เพื่อเชื่อมระบบการศึกษาเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสร้างบุคลากรที่มีทักษะตรงความต้องการของตลาด ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ของจีน
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : CGTN










