ท่องเที่ยวเฮ รัฐปลดล็อกต่างชาติเที่ยวไทย ไฟเขียวกต.ออก “ทัวริสต์ วีซ่า”

30

รัฐบาลพร้อมปลดล็อกต่างชาติเที่ยวไทย เปิดทาง กต.อนุมัติให้ต่างชาติขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ แต่ยังต้องกักตัว 14 วัน ทั้งนำร่องสเปเชี่ยลทัวริสต์ วีซ่า (STV) หวังลดจำนวนวันกักตัวลงจนถึงไม่ต้องกักตัวเลยในสเต็ปต่อไป

นับจากกลางเดือนตุลาคม ประเทศไทยเริ่มทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่เป็นลักษณะจำกัด โดยยังคงต้องกักตัวในที่พักทางเลือก (ASQ) 14 วัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และรักษาสมดุลด้านการควบ คุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

เนื่องจากโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่ต้องอยู่ไปอีกหลายปี การจะไม่เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเลย เศรษฐกิจไทย จะอยู่ไม่ได้ เพราะในปีที่ผ่านมา มีรายได้จากการท่องเที่ยวร่วม 2.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 20% ของจีดีพี ซึ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 ใน 3 และมีการจ้างงานกว่า 8.3 ล้านตำแหน่ง

การจะหวังพึ่งการกระตุ้นเพียงรายได้จากไทยเที่ยวไทยอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะไทยมีรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น และมีเฉพาะจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯเท่านั้น ที่อาจจะดีขึ้นบ้าง แต่ในภาพรวมยังย่ำแย่อยู่มาก โดยเฉพาะเมืองที่มีลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ดังนั้นรัฐบาลจึงปลดล็อกให้ต่างชาติที่ถือวีซ่าประเภทต่างๆสามารถขอวีซ่าเข้าไทยได้แล้ว โดยนอกจากจะเปิดให้ต่างชาติผู้ถือวีซ่าลองสเตย์ วีซ่า (OA-OX), ผู้ถือบัตรไทยแลนด์ อีลิท การ์ด, ผู้ถือบัตร APEC, ผู้ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant), ผู้ถือวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยวพิเศษ (STV)

ล่าสุดกระทรวงต่างประเทศ (กต.) จะเปิดให้คนต่างชาติที่ขอวีซ่านักท่องเที่ยว(Tourist Visa) สามารถยื่นขอวีซ่าเข้าไทย อยู่ได้ 15 วัน 30 วันขึ้นกับสัญชาติของนักท่องเที่ยว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปดำเนินการในแนวทางปฏิบัติต่อไป

นื่องจากแต่ละเดือนไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยเดือนละ 2-3 ล้านคน แต่นับจากโควิด-19 มีการจำกัดการเดินทางของต่างชาติเข้าไทย สายการบินต่างชาติสามารถทำการบินเข้าไทยได้ โดยขนสินค้า และขายตั๋วได้เฉพาะเที่ยวบินขาออกจากไทยไปยังต่างประเทศได้เท่านั้น

แต่ล่าสุดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศ ไทย (กพท.) ได้อนุญาติให้ 10 สายการบินต่างชาติ ได้แก่ เอมิเรตส์, กาตาร์แอร์เวย์, เอทิฮัด, คาเธ่ย์ แปซิฟิค, สิงคโปร์แอร์ไลน์, ลุฟต์ฮันซา, สวิสอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์ไลน์, ออสเตรียนแอร์ไลน์, อีวีเอแอร์, เคแอลเอ็ม เปิดทำการบินขาเข้าประเทศไทย ในแบบขนส่งผู้โดยสารเข้าไทยได้แล้ว และจะทยอยอนุญาตสายการบินต่างๆ เพิ่มขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้เดินทางเข้ามาต้องกักตัวในไทย 14 วัน

รวมถึงทางกต.ยังจะมีการเรียกผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวและกลุ่มDestination Management company(DMC) มาบรรยายสรุปถึงแนวทางการนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยด้วย

ทั้งนี้การทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมี 2 หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย(ททท.)จะรับผิดชอบการเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบจำกัด ภายใต้วีซ่าแบบพิเศษ หรือ สเปเชี่ยลทัวริสต์ วีซ่า หรือ STV จำกัดจำนวนอยู่ที่ 1,200 คนต่อเดือน ซึ่งในเดือนตุลาคมนี้จะมีทั้งหมด 3 เที่ยวบิน เดินทางจากเซี้ยงไฮ้และกวางเจา เข้ากรุงเทพฯ โดย 3 สายการบิน คือ สปริงแอร์ไลน์,ไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ และการบินไทย โดยคนที่เดินทางผ่านทางSTV จะต้องอยู่ในไทยขั้นต่ำ 30 วัน

สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวในแบบทัวริสต์วีซ่า รับผิดชอบโดยกระทรวงการต่างประเทศนั้น นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไทยต้องไปยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตไทยในต่างประเทศเท่านั้น และต้องยอมรับเงื่อนไขการกักตัว 14 วันเช่นกัน เบื้องต้นจากการหารือร่วมกันในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. จะเปิดรับนักท่องเที่ยวทุกชาติ เพราะประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเองก็มีคนติดโควิด-19 หรือประเทศที่มีความเสี่ยง บางเมืองก็ไม่มีคนเป็นโควิด-19

ดังนั้นจะยึดมาตรการการควบคุมโควิด-19 ของไทยเป็นหลัก เพราะมีมาตรการดีและเป็นที่ยอมรับระดับโลก โดยจะคุมการแพร่ระบาดตั้งแต่ต้นทาง ทั้งใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly) การตรวจหาเชื่อโควิด-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง การตรวจเชื้อที่สนามบินเมื่อเข้าไทย โดยถ้าพบเชื้อก็จะส่งกลับประเทศทันที เมื่อเข้าไทยก็ต้องกักตัว 14 วัน

อย่างไรก็ตามการกักตัว 14 วัน เป็นพื้นฐานที่ไทยจะผลักดันให้ต่างชาติเริ่มเข้าไทย แต่ในขณะเดียวกัน การกักตัว 14 วันในทางปฏิบัติจะไม่จูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย แต่จะได้เฉพาะกลุ่มลองเสตย์, นักธุรกิจ,คนที่เข้ามาทำงานในไทย เป็นหลัก ทำให้ โครงการเปิดรับท่องเที่ยวแบบจำกัด หรือ STV จึงจะเป็นโครงการนำร่อง เพื่อนำไปสู่การ ลดจำนวนวันกักตัวลง และมองไปถึงการไม่ต้องกักตัว เลย หากทำได้ดี

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เราหวังว่านักท่องเที่ยว STV ชุดแรก ที่เข้ามาจะไม่มีติดเชื้อโควิดเลย เพื่อทำให้คนไทยสบายใจ ความกดดันจะได้น้อยลง และจะได้เข้าสู่เฟส 2 ของนักท่องเที่ยวกลุ่ม STV คือ ให้เข้าพักในห้องของโรงแรมที่เป็นสถานกักตัวทางเลือก 7 วัน และอีก 7 วัน ให้ออกนอกห้องพักได้แต่ต้องอยู่ในพื้นที่ของโรงแรม ถ้าเฟส 2 ทำได้ดี ก็มองไว้ในเฟส 3 ต่อไป คือเมื่อเดินทางถึงไทยและมีการทดสอบ โควิด-19 เสร็จที่สนามบินเสร็จ หากไม่มีอะไรก็ให้เที่ยวได้เลย

Credit : https://www.thansettakij.com/content/business/453860?as=

- Advertisement -