จุกอก!คนทั้งประเทศ! นึกคำ “แช่งชักหักกระดูก” ไม่ทัน ไม่รู้จะสรรหาคำใดที่ต่ำกว่า “ชั่วช้าสารเลว”มาใช้กับ “เดนสถุลกากนรก” อย่างพวกมันดี!
แม้แต่ “เดรัจฉาน”สายพันธุ์ใดๆ สปีชีส์ก็ยังดูสูงกว่าไอ้ป๋อง-ไอ้ธง “สองซาตานทมิฬ” ที่ลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญสุดอำมหิต นับเป็นอีกคดีที่ต้องบันทึกลงบนแฟ้มอาชญากรรม โหด ดิบ เถื่อน สะเทือนใจเป็นที่สุด
คดีเขย่าขวัญสะท้านเมือง เริ่มขึ้นหลังจาก หญิงสาววัยแรกรุ่น 22 ปี นางสาว “ไดเอน่า นาซีโมว่า” พร้อมด้วย “โรมัน”น้องชายวัย 17 ปี พากันขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น ADV 150 สีดำ-เทา ทะเบียน 4 กษ 6379 ชลบุรี
ออกจากที่พำนัก หมู่บ้านบริสตอล ปาร์ค ท้องที่หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อตอนช่วงรุ่งสางของวันที่ 26 กรกฎาคม 2569
แล้วหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ!

ภายหลังข่าวการหายตัวกระพือออกไปในทุกช่องทาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง, กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา,ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา,ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่,ตรวจคนเข้าเมือง
ทีมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ,ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, ทีมสุนัขตำรวจดมกลิ่น และสุนัขกู้ชีพเอกชน พร้อมด้วยชาวบ้านและคนรัสเซียที่พักอาศัยในพื้นที่อำเภอบางละมุง นับพันชีวิต
ระดมสรรพกำลังเข้าพื้นที่เป้าหมาย เดินดาหน้าปูพรม ลุยพื้นที่ “ป่าช้าเก่าทุ่งหลวง” เขตหมู่ที่ 9 ตำบลห้วยใหญ่ ห่างจากถนนสายนาจอมเทียน-มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด ราว 200 เมตร
กระทั่ง 2 วันผ่านพ้น จึงเจอ “หลุมดำ”ที่คนร้ายฝังกุญแจไขปมปริศนาดอกแรก คือ “ซากรถ”ที่ถูกแยกชิ้นฝังดิน 2 จุด
ในใจทุกคน พอคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้คำว่า “ปาฏิหาริย์”จะเหลือเพียงริบหรี่ ความหวังที่มีคือคำบอกกล่าวเจ้าป่าเจ้าเขา ให้ช่วยเปิดป่าเปิดทาง เจอสองพี่น้องทั้งสองโดยเร็ว
เสียงเรียกจากเศษซากมอเตอร์ไซค์ ที่กลายเป็นเศษเหล็กหมกใต้ดิน กลายเป็นกุญแจไขข้อมูลจากปากชาวบ้าน ภาพเค้าลาง “ฆาตกร”เริ่มเห็นรำไร…
ชื่อ “ไอ้ป๋อง”ปรากฏ…
ชาวบ้านหลายคน ยืนยันว่าเห็นมันขี่รถคันนี้ โชว์อวดในหมู่บ้าน ใครถาม มันบอก “หักหนี้กันมา หกหมื่น ” แต่คนที่ฟังแล้ว ไม่มีใครเชื่อ!
เพราะประวัติชั่วช้าสามานย์ ชาวบ้านเขารู้กันดี มันมีชื่อจริงว่า “ฑณา เกิดทอง” กับคู่หู “ไอ้ธง” ธงชัย ศรีนิล รวมทั้งลิ่วล้อร่วมแก๊งอันธพาลเริ่มถูกขุด จากสังคมสันติสุข ชาวบ้านเริ่มนอนผวาพากันหวาดกลัว นับแต่ไอ้ป๋องพาตัวเองหลุดจากกำแพงสี่เหลี่ยม พ้นโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ และคดีอาวุธปืน เมื่อ 2 เดือนก่อน
สังคมเริ่มหวั่นไหว ด้วยแรงเขย่า!ของมือซาตานแก๊งนรกแตก!
ยุค“กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน” มาถึงแล้วจริงตามคำทำนายแต่โบราณ ชาวบ้านเค้าว่างั้น…
ยิ่งมีข่าวแพลมออกมาว่า ไอ้ป๋อง มีสีคุ้มกะลาหัว เป็น “สุนัขรับใช้”สวมใส่ปลอกคออันเบ้อเร่อ ทำให้ยิ่งพองกร่างหนักข้อ ไม่เกรงกลัวใคร?
คำถามตัวโตเท่าหม้อแกง เพิ่งออกคุกมาแค่ 2 เดือน ไม่ได้ทำการทำงานเป็นชิ้นเป็นอันอะไร แต่ไฉนดันผ่ามีอาวุธปืนลูกโม่ ดูทรงแล้วราคาไม่ใช่ของถูก กระสุนอีกเพียบ แถมไปค้นบ้านยังเจอลูกระเบิดอีกด้วย
เอาเงินจากไหนไปซื้อปืน หรือ มีใครให้มันไว้ใช้?
แถมไปไหนมาไหน มักอ้างตัวเอง… เป็นตำรวจ!
พี่น้องสองลมหายใจอันใสซื่อบริสุทธิ์ ถูกมัดมือไพร่หลัง ก่อนเหนียวไกสังหารอำมหิตเลือดเย็น แล้วโยนลงหลุมฝังกลบอย่างเหี้ยมเกรียม ฆ่าคนเหมือนผักปลา ไม่มีใครรับได้!
สองเดนนรกแหกขุมอเวจีมาเกิด ยอมเปิดปากหลังโดนรวบว่า เจอเหยื่อทั้งสองด้วยความบังเอิญ ระหว่างที่กำลังไปหาเพื่อนชื่อ “ติ๊ก”ที่บ้าน พอเห็นรถจักรยานยนต์แล้วเกิดอยากได้ จึงเรียกให้หยุด
อ้างเป็น “ตำรวจ”ขอตรวจค้น!
เหยื่อสาวกับน้องชาย พูดภาษาไทยไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง แววตายังเดียงสาใสซื่อบริสุทธิ์ เกินกว่าจะรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเดนคุกขยะสังคม จึงเชื่อสนิทว่าเป็นตำรวจจริง เพราะที่คอมีบัตรคล้ายบัตรเจ้าหน้าที่คล้องอยู่?
ไอ้ป๋อง รวบตัว “โรมัน”ล็อกด้วยกุญแจมือแบบที่ตำรวจใช้ พาแยกไปนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ที่ตัวมันเองขับ ส่วน “ไดเอน่า”คนพี่ ถูกบังคับให้นั่งซ้อนท้ายไปกับไอ้ธงลูกกระแป๋งทาสยานรก
คุมตัวเหยื่อ มุ่งหน้า “ยางใหญ่” พื้นที่ป่าบ้านชากแง้ว!
ไปถึง ไม่ได้โต้เถียง พูดคุย หรือเจรจาต่อรองร้องขอชีวิตใดๆ ไอ้ป๋อง เล่นบทโหดสุดเลือดเย็น ชักปืนจ่อยิงเด็กหนุ่ม “โรมัน”เข้าตรงหน้าท้องกับที่หัว ล้มลงทันที ก่อนสั่งให้ลูกกระจ๊อกธงชัย เดินกลับไปเอาจอบที่รถมาขุดหลุม พอคล้อยหลังไปไม่ทันไร เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด
พอถือจอบกลับไปถึง ไอ้ธงบอกตำรวจว่า “ผู้ชายตายแล้ว แต่เห็นผู้หญิงนอนแน่นิ่ง ไม่รู้ว่าตายหรือยัง” จึงได้ช่วยกันจับร่างโยนทับกันในหลุมแล้วกลบดิน…
กลับเข้าบ้าน ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ย่ามใจถึงขนาดวันรุ่งขึ้น ขี่รถไปวน ไปโชว์ จนชาวบ้านเอะใจ!
พอกลิ่นข่าวเริ่มโชย จึงลงมือชำแหละรถขายชิ้นส่วน แต่ร้านไม่เอา เลยต้องทำลายหลักฐานฝังดินแทน ก่อนเผ่นหนี “เล่นเอาล่อเอาเถิด”กับตำรวจ ไล่ล่าข้ามหลายจังหวัด แบบข้ามวันข้ามคืน
ในที่สุดก็ไปไม่รอด โดนรวบขณะซ่อนตัวกลางสวนลำไย ในพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว
ประสบการณ์ไอ้ป๋องแก่คัมภีร์คุก สารภาพกับตำรวจตอนโดนจับคาสวนลำไย ด้วยความเก๋า พูดอะไรทรงยังกั๊กอยู่ แต่ไอ้ธงยังเป็นไข่อ่อน บี้เบาๆคายเกลี้ยง!
เรื่องที่สุดช็อก!โหดเกินมนุษย์มนา เหนือกว่าความคาดหมาย ไม่มีใครคิดว่าจากคดีฆ่าแหม่มรัสเซียกับน้องชาย มันจะกลายเป็น “กุญแจ”อีกดอกหนึ่ง ไขไปสู่หลุมมรณะ “ฆ่ายกครัว”สามพ่อ-แม่-ลูก ที่ต้องประสบชะตากรรมสุดสยดสยอง คดีที่ไม่เคยมีคำตอบจากตำรวจโรงพักห้วยใหญ่
สามชีวิต ตกอยู่ในสถานะ “ผู้สูญหาย” มาแรมเดือน!
ถ้าลูกกระจ๊อก “ฆาตกรโหด”อย่างไอ้ธงปากไม่เปราะ แข็งโป๊กเหมือนลูกพี่ รูดซิปปากสนิท ไม่ยอมคายหลังถูกตำรวจเค้นสอบ!
ป่านนี้ความจริง ก็ยังคงโดนฝังกลบอยู่ใต้ดิน และไม่รู้ว่าจะอีกนานเท่าไหร่? ความจริงที่ถูกคุกใต้แผ่นดินขังเงียบ จะได้มีโอกาสส่งเสียงร้องขอความเป็นธรรม หรือไม่?
บันทึกแห่งความโหด อุบัติขึ้นช่วง 22.00 – 23.00 น. กลางเดือนมิถุนายน 2569 ครอบครัวนายวิเชียร นาวงษา วัย 53 ปี พร้อมด้วย นางสาวฉันทนา ฉัตรอินทร์ ภรรยาวัย 50 ปี และนางสาวนิชาภา นาวงษา อายุ 18 ปี ลูกสาว
ถูกแก๊งทมิฬ “ไอ้ป๋อง”เป็นหัวโจก พร้อมด้วยไอ้ธง กับเพื่อนร่วมแก๊งอีกสองคน คือ นายชัชนันท์ แป้นเอี่ยม หรือ “ฟลุ๊ค” และ นายอัษฎางค์ ชูวงษ์ หรือ “บอล” ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน บุกไปอุ้มถึงบ้านพักแถวโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งริมถนนสุขุมวิทไปทางอำเภอสัตหีบ
ไอ้ป๋อง ไปฟอร์มกากแบบเก่า สวมเสื้อคลุมสีดำ คล้องคอคล้ายบัตรเจ้าหน้าที่ เคาะประตูบ้านเรียกให้เปิด อ้างเป็น “ตำรวจ” เข้าตรวจค้นในบ้าน ยึดโทรศัพท์มือถือ แล้วใช้กุญแจมือล็อกสองผัว-เมีย พันธนาการแน่นหนา
จังหวะนั้นประตูดวงปิดสนิท นางสาวนิชาภา นาวงษา ลูกสาวกลับจากเลิกงานร้านสะดวกซื้อมาถึงบ้านพอดี เลยถูกบังคับขึ้นรถยนต์กระบะเชฟโรเลต 4 ประตู ซึ่งเป็นรถของนายวิเชียรไปด้วย
หลังไปถึงบริเวณป่ามะพร้าว ในละแวกเดียวกันกับจุดที่ฝังร่างแหม่มสาวรัสเซีย ไอ้ธงทำหน้าที่ขุดหลุมลึก 3 เมตร หลังขุดเสร็จ “ไอ้ป๋องเดนนรก”เรียกทีละคนมายืนขอบหลุม ให้คนที่ยังเหลือนั่งดู
บังคับไอ้บอล เหนี่ยวไกยิงคนเป็นพ่อ ถีบลงหลุมต่อหน้าเมียกับลูก!
ไอ้ป๋อง เด็ดชีพผู้เป็นแม่ ยันลงหลุมตาม ต่อหน้าต่อตาลูกสาว!
ไอ้ฟลุ๊ค ปิดเกมโหด สังหารลูกสาวคนสุดท้าย!
คงไม่มีคดีไหน…โหดเหี้ยมอำมหิตบีบหัวใจไปกว่าคดีนี้อีกแล้ว!
หลังคำสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปรวบ 2 ทมิฬ “ไอ้ฟลุ๊ค-บอล” มาได้
แรงจูงใจถึงกับต้อง “ฆ่ายกครัว” ไอ้ป๋องมันอ้างว่า แค่ต้องการรถยนต์กระบะเชฟโรเลต 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ขฉ3841 ระยอง ของนายวิเชียร นาวงษา ไปไปใช้ขนยาเสพติด ฟังแล้วไม่สมอ้าง ฟังไม่ขึ้นเท่าใดนัก!
รถรุ่นเก่า โรงงานที่ระยองถูกยุบ ยุติสายพานการผลิตไปนานแล้ว ใครที่ยังมีใช้อยู่ ทุกวันนี้วิ่งไป ใช้ไป ซ่อมไป อะไหล่ก็หายาก ราคาหล่นเรี่ยดิน ขายเชียงกงยังสะบัดหน้าหนี
อ้างเหตุปล้น เพียงเพื่อต้องการรถไปขนยาเสพติด ถึงกับต้องฆ่ายกครัว… ดูหน่อมแน้มไปหน่อย!
สืบสาวราวเรื่องให้ดี… แก๊งทมิฬทีมฆ่า…รับงานใครมา หรือไม่?
ป๋องทมิฬ เป็นเด็กในคาถาเดินยา เป็นนิ้วให้คนมีสีบางคน ตามคำรำลือหนาหู จริงไหม?…ช่วยเค้นให้แตก!
ทูตมรณะ กระบอกที่ใช้สังหาร 5 ศพ เช็คให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไปตรงกับคดีอื่นที่เคยเกิดขึ้นทั่วทั้งภาค 2 มีไหม? ปืนเถื่อน หรือมีทะเบียน ถ้ามีชื่อใครเป็นผู้ครอบครอง ตกมาอยู่ในมือโจรได้ยังไง?
ควานหาโทรศัพท์มือถือของแก๊งนรก ยึดมาชำแหละแยกแยะดูข้อมูล อาจเจอ “ชอทเด็ด” ขยายผลต่อยอดไปต่อได้… เชื่อมโยงใครหรือไม่?อย่างไร?
ก่อนเปลี่ยนที่อยู่ไปกินข้าวแดงในคุกตะราง ไอ้ป๋องเคยก่อกรรมทำเลวอะไรกับใครไว้บ้าง หลังไอ้ป๋องเกม “น้ำลดตอผุด” เหยื่อที่เคยถูกกระทำ เริ่มกล้าออกมาแฉ คาดว่าจะมีเพิ่มมาเรื่อยๆ
เท่าที่รู้ข้อมูล ลูกชายของหญิงรายหนึ่ง โพสข้อความระบุว่า แม่ของเขาถูกไอ้ป๋องกระทำยำยี และพยายามฆ่าด้วยการ “ปาดคอ” แต่ “โกงความตาย”หนีมาทั้งที่เลือดโชกร่าง รอดตายมาได้ฉิ่วเฉียด ทุกวันนี้ต้องอพยพโยกย้ายไปอยู่ถิ่นอื่น
อีกรายสาวทอม ออกมาแฉผ่านรายการดัง โดนหลอกพาไปกักขังหน่วงเหนี่ยว ถูกล่วงละเมิดนาน 4 เดือน หนีออกมาได้ ยังถูกโทรศัพท์ข่มขู่สารพัด จะปล่อยคลิป จะฝังดิน ทุกวันนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวาหลบๆซ่อนๆ
พอแก๊งทมิฬเปิดปาก ควักมือเรียก “ความจริง”ที่ถูกฝังกลบเงียบอยู่ใต้ดินให้ผุดขึ้นมา ลองเข้าไปส่องตามเพจข่าวดู จะรู้เหล่ารถทัวร์ต่างพากันแห่ไปจอดแน่นโรงพักห้วยใหญ่… ทำไมถึงพากัน รักตำรวจ ขึ้นมามากมายอักโข นะหรือ?

ลองฟังทางญาติของสามพ่อแม่ลูก…กันดู!
ภายหลังทั้งสามคน หายไปในคืนวันที่ 27 มิถุนายน 2569 อย่างไร้ร่องรอย ไม่รู้เป็นตายร้ายดีประการใด ญาติพยายามติดต่อทุกช่องทางแล้ว แต่กลับไม่มีการตอบรับใดๆ เกรงว่าอาจกำลังอยู่ในห้วงภยันตราย
นางปริศนา บลันเดล น้องของนางสาวฉันทนา ฉัตรอินทร์ จึงนำเรื่องเข้าแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569
แต่เรื่องกลับเงียบหายเข้ากลีบเมฆ!
เทียวไล้เทียวขื่อ ไปๆมาๆโรงพักหลายรอบ แต่คำตอบที่ได้รับคือ เงียบ! แถมต้องพกความเจ็บช้ำจากคำพูดกลับมาด้วยทุกครั้ง
ข้อมูลที่ยัดใส่มือตำรวจ ญาติมั่นใจเป็นฝีมือไอ้ป๋อง เพราะหลังจากครอบครัวพี่สาวหายไปปริศนา ไอ้ป๋องยังนำรถกระบะเชฟโรเลตไปใช้งานตลอด และจะขับกลับมาจอดที่บ้านผู้ตายราวว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มันนำรถไปใช้ขนอะไรบ้าง? สืบจากรถ น่าจะเจอร่องรอย!
หนึ่งเดือนกับสี่วัน กับคำว่า “รอ” ญาติถึงกลับท้อ ทำไมตำรวจไม่ไล่กล้อง ทำไมไม่ออกสืบสวน ทำไมๆๆๆ เห็นสามชีวิตเป็นอากาศธาตุ! หรือสะดุด “ปลอกคอ” เจ้าของคอกหมา!
ถ้าวันนั้น… ตำรวจ ช่วยเป็นธุระออกติดตามสืบสาวราวเรื่องจริงๆจังๆ “แก๊งทมิฬ” คงไม่เหิมเกริม หลุดรอดตาข่ายมาก่อคดีเขย่าขวัญ สะท้านเมืองได้เช่นนี้!
ความจริงที่ถูกกลบฝังเงียบในหลุมศพ กวักมือเรียก “บิ๊กหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บินด่วนมาดูความคืบหน้าของคดี
ทั้งที่นายกรัฐมนตรีมีหมายงานไปเดินชมตลาดน้ำเมืองสุพรรณบุรี แต่ต้องยกเลิกกระทันหัน มาพื้นที่ชลบุรีแทน
โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี รวมทั้งแม่ทัพ-นายกองสีกากีน้อยใหญ่ ลงพื้นที่ไปดูจุดฝังร่างแหม่มสาวชาวรัสเซียกับน้องชาย เลยไปถึงหลุมฝังร่างสามพ่อแม่ลูก ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร

ก่อนต่อไปยัง สถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าของทั้งสองคดีว่าเป็นอย่างไร? โดยมีญาติของผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียมารอพบนายกรัฐมนตรีฯ
เพื่อมอบดอกไม้ช่อใหญ่ แสดงความขอบคุณ “นายกฯหนู” ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยฯที่ช่วยเหลือค้นหา ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาได้…
ท่ามกลางกระแสเสียงเรียกร้องดังขรม เขย่า “หลักประหาร”สั่นครืน! ทุกคนเชื่อ “ผีมีจริง” แต่ไม่เคยโดนหลอก เช่นเดียวกับโทษประหาร มันมีจริง…แต่ไม่ใช้!
สังคม เริ่มชักไม่แน่ใจ กับคำว่า “คืนคนดีสู่สังคม”เพราะหากมี “สนิมนรก”หลุดออกมาเกาะสังคมสันติสุข เพียงแค่เท่าหยิบมือ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ถ้าบังเอิญ “จับพลัดจับผลู”เข้าไปอยู่บนเส้นทางทมิฬ
สันดานเก่า ขัดเกลาไม่ออก แถมยังเข้าไปฝึกฝน “คัมภีร์โจร” ซึมซับความกร้าวร้าวหนักข้อยิ่งขึ้นไปอีก
โจรถ่อยสถุลคัมภีร์แก่กล้า คำว่า “ประหาร” ในสายตาซาตานทมิฬ มันไม่รู้สึกรู้สาสะทกสะท้านอันใดหรอก
มันเห็นเป็นแค่ “เสือกระดาษ” เล็บกุด เขี้ยวหัก กัดไม่ตาย !
ทำไม? … ต้องกลัว!
อั๋นพันดาว










