” สืบพงษ์ ปราบใหญ่ !!! กราบวอน ก.ต. เมตตา สอบ- ตรวจ – คุมสำนวน อ.609/2567หวั่น!คดีถูกล้วงลูก!ที่ศาลอาญา!!!

1795

เมื่อเร็วๆนี้ (13-14 สค.2568 )มีข่าวใหญ่ในแวดวงกระบวนการยุติธรรม เมื่อเห็นอดีตตุลาการดังระดับปธ. ศาลฯและรองปธ. ศาลฯ มาขึ้นศาลเป็นพยานจำเลยในคดีฟ้องเท็จ-เบิกความเท็จ ในคดีอาญา หมายเลขดำ อ.609/ 2567 ระหว่าง นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ม.ราม คำแหง โจทก์ และ นาย วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาการอธิการบดี ม.ราม คำแหง จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย ของ ศาลอาญา รัชดา กรุงเทพมหานคร

…โดยในวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่บัลลังก์ 904 มีการสืบพยานโจทก์รวม 5 ปาก โดยในวันดังกล่าว รับฟังเป็นที่ยุติได้ว่า จากการสืบพยานโจทก์ ของ นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ได้ยึดถือ ” คำสั่งของศาลปกครองกลางในการมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะ ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ” นับตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา ในการกระทำการต่างๆในวันพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวันที่ 22-23-24 กุมภาพันธ์ ขณะเกิดเหตุ รวมทั้ง ลงนามในเอกสารต่างๆในฐานะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเชื่อว่า ฝ่ายจำเลย ทราบเป็นอย่างดี เนื่องจาก มีหมายแจ้งคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ในฐานะอธิการบดี ไปยัง มหาวิทยาลัยรามคำแหง แล้ว แต่ปรากฏว่า ทางฝ่ายจำเลย กับไปฟ้องคดีอาญาแก่ นายสิบพงศ์ ปราบใหญ่ เป็นจำเลย ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ความผิดทางอาญา ฐาน แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานฯ ต่อมา ศาลแขวงพระนครเหนือ ได้ไต่สวนมูลฟ้องแล้วและมีคำพิพากษายกฟ้องแก่ฝ่ายจำเลย ดังนั้น จึงเป็นที่มาของคดีนี้ ที่นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ฟ้องคดีอาญา แก่ฝ่ายจำเลย ฐาน ฟ้องเท็จ และ เบิกความเท็จ

..ต่อมาในวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ย้ายบัลลังก์ จาก 904 มาสืบพยานจำเลยที่ บัลลังก์ 905 แทน จากการสืบพยานจำเลยกับพวก รับฟัง เป็นที่ยุติว่า ” ได้ยึด ถือ ” มติของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ถอดถอน นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ออกจากตำแหน่ง อธิการบดี ” เป็นหลักสำคัญ แม้นว่า ” ศาลปกครองกลาง จะมีคำสั่งคุ้ม ครองชั่วคราว นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ในฐานะ อธิการบดี ” ก็ตาม จึงเป็นเหตุของฝ่ายจำเลย ที่ไปฟ้องคดีอาญาแก่ นาย

สืบพงศ์ ปราบใหญ่ ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ฐาน ” แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานฯ ” ในฐานะอธิการบดี “ในงานพระราชพิธี พระราชทานปริญญาบัตรและลงนามในเอกสารต่างๆในมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่สิ่งที่แปลกและน่าตกใจตลอดจน เชื่อว่าไม่เคยปรากฏมาก่อน คือ

1.รองอธิการบดีฯม. รามคำแหงฝ่ายจำเลยทำหนังสือร้องไปยังอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กรณีฝ่ายจำเลยถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ สิ่งที่เชื่อว่าผิดปกติคือ เอาหนังสือที่ร้องถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มาใช้สืบและอ้างส่งต่อองค์คณะฯโดยใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานฝ่ายจำเลย เพื่ออะไร??…โดยองค์คณะฯ..ก็รับไว้เป็นหมายล….

2.อดีตปธ.ศาลฯขึ้นเบิกความเป็นพยานจำเลย ไม่ต้องยืนพนมมือสาบานตนดั่งพยานทั่วไปหรือไม่ ” โดยนั่งพนมมือสาบานตน และฟังจากเบิกความรับฟังได้ว่าพยาน ” ยึดมติของสภามหา วิทยาลัยรามคำแหง ” โดย “คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง ที่มีคำสั่งคุ้มครอง นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ในฐานะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคําแหง ” นั้น ไม่สามารถปฏิบัติ ตามได้

3.อดีตรองปธ.ศาลขึ้นเบิกความเป็นพยานจำเลยไม่ต้องยืนพนมมือสาบานตน ดังพยานทั่วไปหรือไม่” โดยนั่งพนมมือสาบานตนและฟังจากคำเบิกความรับฟังในทำนองเดียวกันได้ว่า ” ยึดมติของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ถอดถอน นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ออกจากการเป็นอธิการบดีฯ เป็นหลัก ส่วนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง ที่มีคำสั่งคุ้มครอง นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง นั้น ไม่สามารถปฏิบัติได้ แต่ที่น่าตกใจ คือ มีการตำหนิตุลาการฯศาลฯอื่น ที่มีคำสั่งคุ้มครองฯ นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ถึง 3 ครั้ง ต่อหน้าองค์คณะฯและมีเสียงหัวเราะดัง กระทั่งเป็นที่ขบขันและอื่นๆ

ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่หวั่นวิตกและหวั่นเกรงของนายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ในฐานะ โจทก์และเป็นผู้เสียหายในคดี จึงอยากกราบวิงวอน ขอความเมตตา ท่านประธานก.ต.และ คณะกรรมการก.ต.ได้โปรดเมตตาตรวจดูวีดีโอ

ที่มีการบันทึกการสืบพยานระหว่างการพิจารณาคดีที่บัลลังก์ 904 และ 905 ในวันที่ 13 สิงหาคม และ 14 สิงหาคม 2568 จะเป็นพยานหลักฐานสำคัญให้เกิดแก่กระบวนการยุติธรรมของไทยว่ามีการแทรกแซงของผูัหนึ่งผู้ใดในคดีนี้หรือไม่ โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 09.00น ที่จะถึงนี้!!!

 

- Advertisement -