“ศาลปกครองกลางเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ทำสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งอาจารย์ โดยมีการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก เมื่อคุณวุฒิ Doctor of Business Administration จาก Pacific States University ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผู้ฟ้องคดีสำเร็จการศึกษา มิได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ
ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเฉพาะในเรื่องของคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกขณะที่เข้าทำสัญญาจ้างเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งอาจารย์ ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 บอกเลิกสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงชอบด้วยข้อสัญญาและกฎหมาย”
นี่คือคำพิพากษา 1 ใน 3 ประเด็นที่ศาลปกครองเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 พิพากษาในคดีที่นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 28 คน กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) กับพวกรวม 5 คน …!!!
โดยทั้ง 3 ประเด็น ประกอบด้วย ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ฟ้องว่า มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง) ที่ให้บอกเลิกสัญญาจ้างกับผู้ฟ้องคดีที่ 1 และถอดถอนผู้ฟ้องคดีที่ 1 ออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง รวมทั้งแต่งตั้งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวกกระทำละเมิดต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จากการไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ทั้งนี้ หากใครติดตามเรื่องนี้มาอย่างใกล้ชิด (เพราะมีเงื่อนงำแปลกๆ) ก็คงสรุปให้ฟังแบบชาวบ้านได้ว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สืบพงศ์ ปราบใหญ่ หรือที่คนทั่วไปเรียกขานกันว่า “อาจารย์สืบพงศ์” ขณะดำรงตำแหน่ง “อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง” ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งอย่างมีเงื่อนงำ หลังได้รับการเลือกในการเข้าชิงตำแหน่งอธิการบดีฯ ที่มีคะแนนเสียงมากที่สุดทั้ง 3 สาย คือทั้งจากสายคณาจารย์ จากสายข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัยและลูกจ้าง และจากสายนักศึกษา
โดยได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2564 และมาถูกถอดถอนโดยมติของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 เพียงช่วงเวลาแค่เพียง 1 ปี ในการดำรงตำแหน่ง …!!!
- ปัญหาการรับรองวุฒิจากต่างประเทศ
สำหรับข้อกล่าวหาในการถอดถอนที่สำคัญข้อหนึ่ง จนถูกนำมาถึงการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองในเวลาต่อมา และกำลังเป็นปัญหาก็คือ ข้อกล่าวหา “วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก” Doctor of Business Administration จาก Pacific States University ประเทศสหรัฐอเมริกา ของ “อาจารย์สืบพงศ์” ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จนนำมาสู่คำวินิจฉัยของศาลปกครองเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ดังกล่าวข้างต้น …???
และคำวินิจฉัยนี้เอง ได้กลายเป็นประเด็นสร้างความหวั่นไหวให้กับแวดวงนักวิชาการที่จบการศึกษาจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก เพราะกลายเป็นว่า วุฒิการศึกษาของพวกเขา กำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นดายที่อาจถูกตีความเฉกเช่นเดียวกับกรณีของอาจารย์สืบพงศ์ จนนำไปสู่ความไม่มั่นคงในการประกอบวิชาชีพ …!!!??
ทั้งนี้ ประการแรก เป็นที่ทราบกันดีทั่วไปว่า อาจารย์สืบพงศ์ ปราบใหญ่ เป็นผู้หนึ่งที่คร่ำหวอดและให้ความสำคัญกับการอบรมศึกษา และการพัฒนาคนมาอย่างต่อเนื่อง นับแต่การศึกษามาในระดับ ปวช. มา ปวส. สาขาช่างยนต์ มาต่อปริญญาตรี ครุศาตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี ปริญญาโท Engineering Technology and Education มหาวิทยาลัย ยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ปริญญาเอก Doctor of Business Administration (International Business & Management) Pacific States University, California สหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกระบวนการอบรมพัฒนาคน พัฒนาอาชีพ มาโดยตลอด หาใช่บุคคลที่จะเข้ามาอาศัยคราบนักวิชาการในการแสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด
ประการต่อมาคือ ยังมีบุคคลในระดับนักวิชาการและข้าราชการอีกจำนวนมากที่จบการศึกษาจากต่างประเทศที่จะต้องผ่านการรับรองวุฒิ โดยเฉพาะยังมีบุคคลที่จบ Pacific States University สถาบันเดียวกับอาจารย์สืบพงศ์ อยู่ด้วย
- เปิดประเด็นน่าฉงน
อย่างไรก็ตาม เรื่องคดีความดังกล่าวข้างต้น ได้รับการยืนยันว่า ได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว แต่กระนั้นก็มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้มาพิจารณาอย่างน่าสนใจและน่าฉงนคือ
- อาจารย์สืบพงศ์ ได้รับการพิจารณาเข้าเป็นอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ ประจำภาควิชาการศึกษาต่อเนื่อง
และอาชีวศึกษา ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ด้วยวุฒิปริญญาเอก Doctor of Business Administration (International Business & Management) Pacific States University, California สหรัฐอเมริกา และก้าวขึ้นสู่กรรมการสภาคณาจารย์ฯ ต่อเนื่องมาถึงได้เป็นประธานสภาคณาจารย์ฯ และท้ายสุดได้รับเลือกเข้านั่งในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในปี 2564 รวมความคือ ทำงานที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงมาแล้วถึง 10 ปี แต่กลับมามีปัญหาเรื่องวุฒิหลังเข้าสู่ตำแหน่งอธิการบดีฯ
นั่นย่อมหมายความว่า วุฒิการศึกษาของอาจารย์สืบพงศ์ ได้ผ่านการตรวจสอบมาก่อนหน้านี้แล้ว 1 ครั้ง เมื่อก้าวเข้าสู่ตำแหน่งอาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อปี 2554 ใช่หรือไม่ ….!!!??
- จากการเปิดเผยในเวลาต่อมา พบว่า หลังการเข้าสู่ตำแหน่งอธิการบดีฯ ไม่นาน มีการร้องเรียนจาก
บุคคลภายนอกที่ไม่ทราบชื่อ ให้ระงับดำเนินการกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โดยกล่าวอ้าง การเลือกตั้งอธิการบดีฯ ไม่ชอบ รวมถึงเรื่อง วุฒิการศึกษา และสภามหาวิทยาลัยขณะนั้น (17 พฤศจิกายน 2563) พิจารณาแล้ว ไม่พบการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และมีมติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงศ์ ปราบใหญ่ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงต่อไป
นั่นก็ย่อมหมายความว่า วุฒิการศึกษาของอาจารย์สืบพงศ์ ได้ผ่านการตรวจสอบอีกครั้ง หลังเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีฯ ใช่หรือไม่ ….!!!??
- การรับรองจากหน่วยราชการไทย ที่มี 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพล
เรือน (ก.พ) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
- ก.พ.ปัดไม่ใช่หน่วยงานรับรองคุณวุฒิ
ทั้งนี้ ในส่วนของ ก.พ. เคยมีหนังสือระบุเรื่อง การยืนยันอำนาจและความรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองวุฒิจากต่างประเทศ ว่า ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 มาตรา 13 วรรคสอง บัญญัติให้สำนักงาน ก.พ. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ … (11) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิอย่างอื่น เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือน และกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทน รวมทั้งกำหนดตำแหน่งและประเภทตำแหน่งสำหรับคุณวุฒิดังกล่าว ดังนั้น อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ. ในการดำเนินการตามมาตรา 13 (11) จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือน และกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทน รวมทั้งกำหนดตำแหน่งและประเภทตำแหน่งสำหรับคุณวุฒิดังกล่าวเท่านั้น
ส่วนกรณีการรับรองคุณวุฒิของข้าราชการและบุคลากรของรัฐประเภทอื่นๆ นั้น ย่อมเป็นไปตามกฎหมายของข้าราชการและบุคลากรของรัฐประเภทนั้นๆ ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ.
อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณารับรองคุณวุฒิผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากต่างประเทศของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือพนักงานมหาวิทยาลัย ขอให้ท่านประสานกับสำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนัตกรรม ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในเรื่องนี้ต่อไป

- เปิดประกาศ อว. / ส่ง กต. ช่วยตรวจสอบ
ขณะที่ในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง แนวทางการพิจารณาคุณวุฒิผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากต่างประเทศ ความตอนหนึ่งในข้อ 2.2 ระบุว่า สถาบันการศึกษา ที่ผู้ยื่นคำร้องสำเร็จการศึกษา ต้องได้รับการรับรองวิทยะฐานะตามกฎหมายในประเทศนั้นๆ หรือจากหน่วยงานรับรองวิทยะฐานะที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังกระทรวงการต่างประเทศให้ช่วยตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษาของอาจารย์สืบพงศ์ และได้รับการแจ้งกลับมา ตามหนังสือ กต. 0302/21463 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2565 โดยมีใจความระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง ขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในช่วงปีที่นายสืบพงศ์ ปราบใหญ่ ศึกษาหลักสูตร Doctor of Business Administration จาก Pacific States University สหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2550-2554) สถาบันดังกล่าวได้รับการรับรองวิทยฐานะระดับสถาบันและระดับหลักสูตรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐอเมริกาให้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาและในหลักสูตรดังกล่าวหรือไม่ ความแจ้งแล้วนั้น
ขอเรียนว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังสถานกงศุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว และขอแจ้งผลการตรวจสอบวุฒิการศึกษาข้างต้นดังนี้
- การรับรองวิทยฐานะ
- สถานกงศุลใหญ่ฯ ได้ประสานไปยัง Accrediting Council for Independent Colleges and Schools (ACICS) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองวิทยฐานะของสถาบันอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกา และได้รับการยืนยันว่า Pacific States University ได้รับการรับรองวิทยฐานะจาก ACICS ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996-สิงหาคม 2021 (พ.ศ. 2539-2564) และ Doctor of Business Administration เป็นหลักสูตรที่อยู่ใน Pacific States University จนถึงวันที่ 1 มีนาคม 2019 (พ.ศ. 2562) แต่ ACICS เป็นหน่วยงานที่รับรองสถาบันอุดมศึกษา มิได้รับรองหลักสูตร ดังรายละเอียดปรากฎตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1
[อย่างไรก็ตาม นักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรับรองคุณวุฒิได้ให้ข้อมูลว่า ACICS รับรองสถาบันซึ่งครอบคลุมการรับรองทุกหลักสูตรของสถาบัน (แต่ไม่ใช่ profesional accreditor ซึ่งรับรองหลักสูตรเฉพาะสาขา เหมือน องค์กรวิขาชีพ เช่น คุรุสภา) ]
- สถานกงศุลใหญ่ฯ ได้ประสานเพิ่มเติมไปยัง Pacific States University แผนก Admission เกี่ยวกับหลักสูตร Doctor of Business Administration โดยได้รับแจ้งว่า หลักสูตรดังกล่าว ได้รับการรับรองจาก ACICS ในปี ค.ศ. 2011 (พ.ศ. 2554) ดังรายละเอียดปรากฎตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 2

นี่จึงเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า เกิดอะไรขึ้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงกับการดำรงอยู่ของอาจารย์สืบพงศ์
ในตำแหน่งอธิการบดีฯ ….!!??
หรือจะเป็นดังข่าวที่หลุดออกมาว่า การไม่ยอมตอบสนองต่อขาใหญ่ประจำมหาวิทยาลัย …!!!

แล้วเหตุใดคำวินิจฉัยจึงออกมาเช่นนี้ และนี่จึงน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่อาจารย์สืบพงศ์ เดินหน้าอุทธรณ์ พร้อมกับกล่าวว่า
“ แม้ผลของการอุทธรณ์จะออกมาอย่างไร ซึ่งอาจไม่ทำให้ตนเองกลับเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ตามเงื่อนไขของเวลา ก็ไม่เสียดาย แต่ที่ต้องเดินหน้าในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดก็เพื่อต้องการให้เกิดความถูกต้องในสิ่งที่ควรจะเป็น ….”










