วันจันทร์ 29 มิถุนายน 2026
หน้าแรก ทั่วไป สาว LGBTQ ร้องสื่อ! ผ่าตัดเสริมหน้าอก 2 รอบ แผลไม่ปิด เลือดไหลไม่หยุด จิตตกหนัก วอนคลินิกรับผิดชอบ ไม่ขอรักษากับหมอคนเดิม

สาว LGBTQ ร้องสื่อ! ผ่าตัดเสริมหน้าอก 2 รอบ แผลไม่ปิด เลือดไหลไม่หยุด จิตตกหนัก วอนคลินิกรับผิดชอบ ไม่ขอรักษากับหมอคนเดิม

1

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายศราวุธ แสนทวีสุข อายุ 24 ปี หรือ “น้องซันนี่” สาว LGBTQ หลังเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกกับคลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่หลังการผ่าตัดกลับเกิดภาวะแผลผิดปกติ มีเลือดสีดำและเลือดสดไหลออกจากแผลใต้ราวนมด้านซ้ายอย่างต่อเนื่อง แม้จะเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขกับแพทย์คนเดิมเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ พร้อมเรียกร้องให้คลินิกแสดงความรับผิดชอบ และยืนยันว่าไม่ต้องการเข้ารับการรักษากับแพทย์คนเดิมอีก เนื่องจากหมดความเชื่อมั่นในการรักษา

น้องซันนี่ เปิดเผยว่า ได้เข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่คลินิกสาขาในพื้นที่ย่านอุดมสุข กรุงเทพมหานคร หลังผ่าตัดได้พักฟื้นตามคำแนะนำ กระทั่งวันที่ 18 มิถุนายน พบว่ามีเลือดสีดำคล้ายเลือดคั่งไหลออกจากแผลใต้ราวนมด้านซ้าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเลือดสด ทำให้รู้สึกตกใจและรีบเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำแผลเบื้องต้น

จากนั้นได้แจ้งอาการไปยังคลินิก ก่อนเข้าพบที่สาขาพัทยา ซึ่งในวันแรกพบเพียงผู้ช่วยแพทย์เป็นผู้ทำแผล ถ่ายภาพส่งให้แพทย์เจ้าของไข้ประเมิน โดยได้รับคำตอบว่าอาการดังกล่าวยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และนัดพบแพทย์ในวันที่ 19 มิถุนายน

เมื่อถึงวันนัด น้องซันนี่ระบุว่าต้องรอพบแพทย์นานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนที่แพทย์จะแจ้งว่าจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข เนื่องจากสงสัยว่ามีเนื้อตายบริเวณแผล จึงต้องตัดเนื้อที่เสียออก พร้อมล้างโพรงหน้าอกและเย็บปิดแผลใหม่ โดยเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่สองเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งดำเนินการโดยแพทย์และทีมเดิมจากสาขากรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม หลังผ่านไปประมาณ 7 วัน อาการกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง โดยพบเลือดสีดำไหลออกจากรูแผลใต้ราวนมด้านซ้ายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีอาการเจ็บ ปวด บวม หน้าอกทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน สร้างความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ แม้จะแจ้งกลับไปยังคลินิก ก็ได้รับคำแนะนำให้เข้าสู่กระบวนการรักษาในรูปแบบเดิม ทำให้ตนเองไม่กล้าที่จะกลับไปรักษากับแพทย์คนเดิมอีก เพราะหมดความเชื่อมั่นแล้ว

น้องซันนี่ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ จนเกิดภาวะเครียดและวิตกกังวลอย่างหนัก ถึงขั้นต้องรับประทานยานอนหลับ แต่ก็ยังไม่สามารถพักผ่อนได้เต็มที่ เพราะยังคงมีอาการเจ็บแผลและหวาดระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ผู้เสียหายยืนยันว่า การออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาต้องการโจมตีหรือสร้างความเสียหายให้กับคลินิก แต่ต้องการให้เรื่องราวของตนเองเป็นอุทาหรณ์เตือนผู้ที่กำลังตัดสินใจทำศัลยกรรม ให้ศึกษาข้อมูลและติดตามการดูแลหลังผ่าตัดอย่างรอบคอบ รวมถึงเรียกร้องให้คลินิกแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และเปิดโอกาสให้ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น เนื่องจากไม่ต้องการให้แพทย์คนเดิมเป็นผู้ดำเนินการรักษาอีกต่อไป เพราะขาดความเชื่อมั่นในการดูแลรักษา

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อมูลจากคำให้สัมภาษณ์ของผู้ร้องเรียนเพียงฝ่ายเดียว โดยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของอาการผิดปกติ รวมถึงแนวทางการรักษาและความรับผิดชอบ ยังอยู่ระหว่างรอคำชี้แจงจากคลินิกและแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

- Advertisement -