เมื่อไม่นานมานี้ “เทศกาลตรุษจีน ภาคปฏิบัติของสังคมจีนเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ตามประเพณีดั้งเดิม” ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) หรือ ยูเนสโก (UNESCO) นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ตรุษจีนในฐานะหนึ่งในตัวแทนเทศกาลดั้งเดิมของจีนได้รับการยอมรับจากทั่วโลกหลังถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดขององค์การสหประชาชาติเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตรุษจีนได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มวลมนุษยชาติร่วมแป่งปันกันมากขึ้นอีกระดับ
ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า กิจกรรมในเทศกาลตรุษจีนครอบคลุมมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้หลายประการ เช่น เรื่องเล่า (Oral Tradition) ภาคปฏิบัติในสังคม พิธีเฉลิมฉลอง งานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม และมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอันลึกซึ้งของชาวจีนเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันกลมกลืนระหว่างเวลาทางวัฒนธรรมกับเวลาทางธรรมชาติ ระบบความรู้และการปฏิบัตินี้มีรากฐานมาจากแนวคิดว่าด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาตินั้นได้ขยายบทบาทสำคัญในวิถีทางวัฒนธรรมของชาวจีนในช่วงประวัติศาสตร์ต่างๆ แรกเริ่มเดิมทีตรุษจีนเป็นเพียงพิธีกรรมข้ามปีเท่านั้น ต่อมาได้พัฒนาเป็นเทศกาลสำคัญที่แฝงไว้ด้วยประเพณีอันหลากหลาย พิธีเซ่นไหว้และกิจกรรมความบันเทิง รวมถึงเป็นทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่
เท่าที่ทราบ ในเอกสารที่จีนเสนอต่อยูเนสโกเพื่อยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมนั้นมีการอรรถาธิบาย “เทศกาลตรุษจีน” ไว้ว่า “ตรุษจีน คือ วันแรกของเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติจีน เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นปีใหม่ ในช่วงตรุษจีน ผู้คนทั้งหลายจะทำกิจกรรมทางสังคมที่หลากหลายภายใต้ธีมต้อนรับปีใหม่ อธิษฐานขอพรขอโชค เฉลิมฉลองการอยู่พร้อมหน้ากันของทั้งครอบครัว และส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน กระบวนการเฉลิมฉลองนี้เรียกว่า ‘ข้ามปี’ โดยตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ผู้คนจะเริ่มทำความสะอาดบ้าน ติดแผ่นกระดาษบทกลอนคู่และรูปภาพมงคลสำหรับฉลองปีใหม่ เตรียมอาหารการกินต่างๆ ในค่ำคืนวันส่งท้ายปีเก่า สมาชิกทั้งครอบครัวจะมารวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารด้วยกันและมักไม่เข้านอนจนดึกดื่นเพื่อต้อนรับปีใหม่ ในช่วงตรุษจีนผู้คนจะสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ และสักการะบูชาฟ้าดินและบรรพบุรุษ รวมถึงอวยพรปีใหม่แก่ผู้อาวุโส ญาติ เพื่อนฝูง และเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอันหลากหลายที่ชุมชนต่างๆจัดขึ้น เช่น งานวัด การแสดงพื้นบ้านและเทศกาลโคมไฟ ซึ่งจะดำเนินต่อเนื่องจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายตามปฏิทินจันทรคติจีน”
ทุกวันนี้ ตรุษจีนถือเป็นเทศกาลจีนแบบดั้งเดิมที่มีนัยลึกซึ้งที่สุด มีเนื้อหามากที่สุด มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด และมีอิทธิพลกว้างขวางที่สุด ก่อนและหลังตรุษจีนทุกครั้ง ชาวจีนทั่วโลกต่างก็เฉลิมฉลองเทศกาลนี้ภายใต้ธีมการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ การอธิษฐานขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและโชคดีและความสามัคคีกลมกลืนด้วยการรวมตัวอยู่พร้อมหน้ากัน ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมาตรุษจีนได้รักษาและกระชับสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ความรู้สึกระหว่างบุคคล ครอบครัว และประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง ได้ขยายบทบาทสำคัญต่อการสืบสานอารยธรรมประชาชาติจีน ควบคู่ไปกับการเผยแพร่สู่ต่างประเทศอย่างกว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆ ตรุษจีนจึงได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประชาชาติจีนที่นานาประเทศต่างก็ให้การยอมรับ เห็นชอบและชื่นชม ทั้งยังได้กลายเป็นหนึ่งในเทศกาลประจำปีที่สำคัญที่สุดในหลายประเทศและภูมิภาค และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มวลมนุษยชาติร่วมแป่งปันกันด้วย
ข้อมูลเบื้องต้น จนถึงปัจจุบันมีเกือบ 20 ประเทศที่กำหนดให้เทศกาลตรุษจีนเป็นวันหยุดตามกฎหมาย ประมาณหนึ่งในห้าของประชากรโลกเฉลิมฉลองปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีนด้วยรูปแบบต่างๆ กิจกรรมวิถีชาวบ้านเพื่อฉลองตรุษจีนได้ก้าวเข้าสู่เกือบ 200 ประเทศและภูมิภาค และกลายเป็นกิจกรรมวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก นำมาซึ่งประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความปลึ้มปิติและสนุกสนานร่าเริงมาสู่ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก
ยกตัวอย่างประเทศไทยซึ่งมีชาวจีนโพ้นทะเลและชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชุมชนชาวจีนในท้องถิ่นได้รักษาประเพณีการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบดั้งเดิมมาโดยตลอด ในช่วงเทศกาลตรุษจีนทุกปีหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องของทั้งจีนและไทยก็จะร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองที่เกี่ยวข้อง นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเทศกาลตรุษจีนประจำปี ค.ศ. 2025 ที่กำลังจะมาถึง ถึงเวลานั้นบริเวณถนนเยาวราชในกรุงเทพมหานคร นครสวรรค์ ภูเก็ต และเชียงใหม่ ฯลฯ ต่างก็จะจัดงานฉลองที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
ตรุษจีนแฝงไว้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกในความสัมพันธ์เชิงศีลธรรมและความผูกพันต่อครอบครัวและประเทศชาติของชาวจีน สะท้อนถึงแนวคิดคุณค่าที่มนุษย์กับธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีกลมกลืนระหว่างผู้คน มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสามัคคีในครอบครัว ความปรองดองของสังคม การพัฒนาเศรษฐกิจ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นต้น การที่มรดกนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาตินั้น ย่อมจะยกระดับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวจีนทั้งในและต่างประเทศอย่างแน่นอน และมีความหมายสำคัญต่อการดำเนินการตามความคิดริเริ่มว่าด้วยอารยธรรมโลกและการส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ
เขียนโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)











