18 พ.ย.2567 – นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์เฟซบุ๊กว่าสาเหตุที่การป้องกันและปราบปรามการทุจริตไม่ได้ผลไร้ประสิทธิภาพและพวก คนโกงคนชั่วหรือเหิมลำพอง อยู่ได้ก็เพราะ
1.ใช้หลักกฎหมาย ผู้กล่าวหาเป็นผู้พิสูจน์ ซึ่งล้าสมัยแล้ว ปัจจุบันนี้ หลายประเทศเปลี่ยนมาใช้หลักการ ผู้ได้ครองข้อมูลผู้นั้นมีหน้าที่พิสูจน์ เช่นที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมาย ศุลกากร กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเป็นต้น
2. ผู้ทุจริตคอร์รัปชันมีเวลาเคลื่อนย้ายทรัพย์สินหลบหนี นานมาก ซึ่งหลายประเทศ ได้แก้ไขจุดอ่อนนี้ โดยให้อำนาจ ป.ป.ช ทำการยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ได้ทันทีที่เริ่มการไต่สวน
3. กฎหมายปัจจุบันเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดอยู่ในอำนาจหน้าที่ ใช้อำนาจปกป้องคุ้มครอง การกระทำความผิด และพูดสนับสนุนการกระทำความผิด เป็นเวลานาน จนกระทั่งออกจากราชการไปแล้ว ดังนั้นต้องปรับปรุงกฎหมาย ให้ปปชสามารถ สั่งพักราชการได้ทันทีที่รับไต่สวนตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ใช้อำนาจหน้าที่ปกป้องคุ้มครองการกระทำความผิดนั้นต่อไป
4. ควรมีระบบให้สินบน แก่ประชาชนที่แจ้งเบาะแสการกระทำความผิด และให้สินบนในอัตราส่วน 10-20% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นของรัฐได้ และให้ได้รับยกเว้นภาษีด้วย
5. การบริหารจัดการในการตรวจสอบไต่สวน ต้องให้โอกาส กรรมการปปช ในการจัด ตรวจสอบไปสวนว่าเรื่องใดเป็นเรื่องเร่งด่วน เรื่องใดเป็นเรื่องใหญ่สำคัญและอยู่ในความสนใจประชาชน ก็สามารถสั่งให้ตรวจสอบไปสวนเป็นการด่วนก่อนได้
ดังนั้นจึงควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เป็นแบบให้เป็นลักษณะนี้ ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
6. ที่มาของกรรมการปปช ต้องได้รับความเชื่อถือมากกว่านี้ ปัจจุบันนี้ขาดความเชื่อถือ เพราะสว. ถูกกล่าวหาว่า เป็นเครื่องมือทางการเมือง ของนักการเมืองไปแล้ว ดังนั้นจึงทำให้ปปช. ไม่ได้รับความเชื่อมั่นว่าดำรงความเป็นกลาง ในเฉพาะหน้านี้ต้อง แก้ไขแหล่งที่มาของกรรมการปปช โดยเปลี่ยนเป็นคณะ ที่ได้รับความเชื่อถือ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบแทนสว. ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง สูงสุด อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และประธานองคมนตรี และเมื่อใดที่มีการปรับปรุง สว. จนมีความเชื่อมั่นว่า เป็นผู้แทนของประชาชนที่แท้จริงแล้ว จึงค่อยแก้ไขกฎหมายกลับไปให้สวให้ความเห็นชอบ
Cr : https://liff.line.me/1454988218-NjbXbq18/v2/article/DRWJ26m?utm_source=copyshare










