ละเอียด! เจาะขั้นตอนเอกชนสมคบ‘นักการเมือง-ผอ.ร.ร.’วางแผนทุจริตคดีฟุตซอลโคราช?

33

“…ในสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุพฤติการณ์ข้างต้นว่า เป็นการตระเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อจะให้บริษัทเหล่านี้เป็นผู้รับงานโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ตามกลอุบายที่ได้วางแผนสมคบกันตั้งแต่ต้น การร่วมกันขอสินเชื่อวงเงินหนังสือค้ำประกัน จำนวน 28 ล้านบาท ดังกล่าวข้างต้น ก็เพื่อให้กลุ่มผู้รับเหมา สามารถมาขอสินเชื่อจากธนาคารได้ตามข้อตกลง แสดงให้เห็นถึงการมีผลประโยชน์ร่วมกัน และไม่อาจแข่งขันกันได้โดยสภาพการธุรกิจ…”

คดีทุจริตการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอล โดยเฉพาะโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหลายแห่ง จ.นครราชสีมา กำลังกลายเป็นเรื่องร้อน ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมพวกที่เป็นกลุ่มนักการเมือง กลุ่มผู้บริหารในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้อำนวยการโรงเรียน และกลุ่มเอกชน รวม 7 สำนวน ทำให้มีกลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียน และข้าราชการครูจำนวนหนึ่งแสดงความไม่พอใจ และอ้างว่ามติดังกล่าวของ ป.ป.ช. มีอคติ พร้อมกับทำหนังสือร้องเรียนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวขึ้นใหม่อีกครั้ง (อ่านประกอบ : ซัดมติ ป.ป.ช.มีอคติ! ชมรมพิทักษ์สิทธิครูโคราชฯชงนายกฯตั้ง กก.สอบรื้อคดีฟุตซอลใหม่)

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานแล้วว่า คดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด และส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณา เบื้องต้นมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างฝ่ายอัยการ และฝ่าย ป.ป.ช. รวม 7 คณะ โดยสำนวนแรกในพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาเขต 2 คณะทำงานร่วมฯพิจารณาเสร็จสิ้น มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ถูกล่าวหาไปยัง อสส. พิจารณาชี้ขาดแล้ว ส่วนอีก 6 สำนวนที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงานร่วมฯ

ส่วนกลุ่มผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกี่ยวข้องใน 7 สำนวนนั้น สำนักข่าวอิศราตรวจสอบตามบัญชีแนบท้ายที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งเรื่องไปยังคณะอนุกรรมการ ในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกราชการ (ทำการแทน ก.ค.ศ.) ก่อนส่งเรื่องให้เลขาธิการ สพฐ. พิจารณาลงโทษไล่ออกจากราชการ มีอย่างน้อย 95 รายชื่อ ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา มุกดาหาร และอำนาจเจริญ หากนับเฉพาะ จ.นครราชสีมา มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 64 ราย (อ่านประกอบ : 95 ชื่อ! บิ๊ก สพฐ.-ผอ.โรงเรียนภาคอีสานถูกกล่าวหาคดีทุจริตฟุตซอล-ชงลงโทษทางวินัย)

สำนักข่าวอิศราเปิดเผยข้อเท็จจริงในรายงานของ อ.ก.ค.ศ. ซึ่งพิจารณาตามสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ถึงบทบาทของกลุ่มเอกชนในกรณีนี้ไปแล้วว่ามีที่มาที่ไปกันอย่างไร (อ่านประกอบ : ชำแหละบทบาทผู้รับเหมา! คดีฟุตซอลโคราช 7 สำนวนก่อน ป.ป.ช.ฟัน-สพฐ.ไล่ออกราชการ 6 ผอ.)

คราวนี้มาดูรายละเอียดของกลุ่มเอกชนกันบ้างว่า วางแผนสมคบคิดกันกับนักการเมือง และผู้อำนวยการโรงเรียนในคดีนี้กันอย่างไร?

คีย์แมนของกลุ่มเอกชนในคดีนี้ตามสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.กลุ่มผู้ประสานงาน (มีอย่างน้อย 2 ราย) 2.กลุ่มผู้รับเหมา (มีอย่างน้อย 3 แห่ง) โดยทั้ง 2 กลุ่มมีความสัมพันธ์ คือ 1 ในผู้ประสานงาน (นาง A นามสมมติ) กับเจ้าของกลุ่มผู้รับเหมา (นาย ก นามสมมติ) เป็นสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส

เบื้องต้นกลุ่มผู้ประสานงาน อ้างว่าได้รับคำสั่งจากนักการเมืองใหญ่ ให้มาดีลกับผู้อำนวยการโรงเรียน และกลุ่มเอกชน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลดังกล่าว โดยกลุ่มผู้ประสานงาน ได้ให้โรงเรียนส่งรหัสผู้ใช้งาน และรหัสผ่าน ในการเข้าระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ไปให้พนักงานของกลุ่มผู้รับเหมา เพื่อช่วยในการลงข้อมูลระบบการจัดซื้อจัดจ้าง

เงื่อนปมสำคัญคดีนี้คือ

หนึ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนกำหนดสเปกของงานก่อสร้างดังกล่าว โดยกำหนดราคากลางจากเอกชนแห่งเดียว และรายละเอียดเนื้องาน ตรงกันกับสิ่งของที่กลุ่มผู้รับเหมาเตรียมไว้แล้ว

สอง กลุ่มผู้รับเหมาได้กู้สินเชื่อจากธนาคารกรุงไทยเพื่อมาค้ำประกันในการยื่นซองประกวดราคา โดยอ้างว่าเป็นการดำเนินโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ก่อนที่โรงเรียนจะมีการเปิดการประกวดราคา

กลุ่มผู้รับเหมา ดำเนินการยื่นขอสินเชื่อวงเงินหนังสือค้ำประกัน จำนวน 28 ล้านบาท เป็นประกันไว้ต่อธนาคารกรุงไทย โดยให้นาง A (ผู้ประสานงาน) ค้ำประกันในฐานะส่วนตัวเต็มวงเงินให้กลุ่มผู้รับเหมารวม 4 แห่ง (มี 3 แห่งที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด) ของนาย ก (เจ้าของกลุ่มผู้รับเหมา) โดยนาง A จะเป็นผู้มายื่นคำขอออกหนังสือค้ำประกันและชำระค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 ต่อปีของวงเงินค้ำประกันให้กับกลุ่มผู้รับเหมา

โดยมีการระบุให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันในนามกลุ่มผู้รับเหมา ให้กับบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่ได้กำหนด Approve List เพื่อใช้ในการค้ำประกันการยื่นซองประกวดราคา ค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา และค้ำประกันผลงาน โครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้าง สนามกีฬา

ในสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุพฤติการณ์ข้างต้นว่า เป็นการตระเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อจะให้บริษัทเหล่านี้เป็นผู้รับงานโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ตามกลอุบายที่ได้วางแผนสมคบกันตั้งแต่ต้น การร่วมกันขอสินเชื่อวงเงินหนังสือค้ำประกัน จำนวน 28 ล้านบาท ดังกล่าวข้างต้น ก็เพื่อให้กลุ่มผู้รับเหมา สามารถมาขอสินเชื่อจากธนาคารได้ตามข้อตกลง แสดงให้เห็นถึงการมีผลประโยชน์ร่วมกัน และไม่อาจแข่งขันกันได้โดยสภาพการธุรกิจ

ส่วนขั้นตอนการยื่นเอกสารประกวดราคา นาย ก (เจ้าของกลุ่มผู้รับเหมา) และนาง A (กลุ่มผู้ประสานงาน) ได้มอบหมายตัวแทนไปดำเนินการยื่นเอกสารประกวดราคาแทนกลุ่มผู้รับเหมา ขณะเดียวกันเป็นผู้จัดเตรียมเอกสารให้กลุ่มผู้รับเหมา เพื่อเป็นคู่เทียบในการประกวดราคา

นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มผู้รับเหมาได้ใช้เอกสารร่วมกันและได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแผ่นยางสังเคราะห์และหนังสือจากบริษัทเดียวกัน อันมีผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับพลศึกษา ตัวแทนจำหน่ายยางสังเคราะห์ (EVA) ตัวแทนจำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับสุขศึกษา และคู่มือเตรียมสอบ O-NET เป็นต้น

ก่อนที่กลุ่มผู้รับเหมาจะเข้ายื่นเสนอราคาโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียน โดยมีสเปกตรงกันกับ TOR ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนจัดทำเอาไว้แล้ว

นี่คือเงื่อนปมสำคัญในการวางแผนสมคิดกันระหว่าง นักการเมือง ผ่านมาถึงผู้ประสานงาน-กลุ่มเอกชน และผู้อำนวยการโรงเรียน ก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะชี้มูลความผิด 7 สำนวนแรกโรงเรียนในพื้นที่เขตการศึกษา จ.นครราชสีมา ส่งผลให้ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 64 ราย (ไม่นับกลุ่มเอกชน)

ในส่วนคดีอาญานั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของ อสส. ส่วนการดำเนินการทางวินัย เลขาธิการ สพฐ. และศึกษาธิการประจำจังหวัดนั้น ๆ ดำเนินการลงโทษทางวินัย ไล่ออกจากราชการไปแล้ว อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้บริหาร

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกกล่าวหา ยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. หรือยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางต่อไป

หมายเหตุ : ภาพประกอบสนามฟุตซอลจาก https://static.posttoday.com/

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/91180-isranews-7.html

- Advertisement -