“ตร.ท่องเที่ยว”ล็อกกลางกรุง! วายร้ายข้ามโลก “มองโกเลีย” ล้วงเงินเหยื่อ หญิงชราชาวจีน

18

จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ ตำรวจ 3 ประสาน ประกอบด้วย ท่องเที่ยว ,ตรวจคนเข้าเมือง และสภ.หนองปรือ เดินเครื่องเต็มฝีจักร ตามล่าวายร้ายข้ามโลกชาวมองโกเลีย หลังจากที่แฝงตัวเข้าประเทศไทยในคราบของนักท่องเที่ยว แล้วมาก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์นักท่องเที่ยว ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร
โดยเหตุการณ์ล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันที่ 11 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งทาง ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้รับแจ้งจาก สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่าเกิดเหตุนักท่องเที่ยวหญิงชราชาวจีนถูกล้วงกระเป๋าในตลาดน้ำ 4 ภาค สูญเสียทรัพย์สินไปหลายรายการ

จากคดีดังกล่าว พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงมอบหมายนโยบาย พร้อมทั้งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการสืบสวนปราบปรามจับกุมกวาดล้างอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว ตามแผนรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชน เพื่อสนองนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวและนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาล

ต่อมา สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 จึงได้บูรณาการร่วมกับ กองกำกับการ 3 กองบังคับกองกำกับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และ กองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนหาข่าว แกะรอยกลุ่มคนได้ จนทราบเบาะแสถึงแหล่งกบดานของกลุ่มคนร้าย
จึงสนธิกำลังกันภายในกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทาง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และท้องที่เกิดเหตุ วางแผนเข้าจับกุมตัว ทั้งนี้แผนปฏิบัติการทั้งหมดอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.,พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย,พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง, พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สอท.ปรก.รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร วรวรรณ ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.พัฒนา พัฒนชัย,พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล,พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1,พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผบก.สส.ภ.7 ปรก.รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.2 บก.ทท.1,พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม.และพ.ต.อ.ทวี กุกแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ชุดที่เข้าจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ศุภรัตน์ มีปรีชา, พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1, ร.ต.อ.สมบัติ ศรีณรงค์ รอง สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1, ด.ต.วราวุธ อภิสิทธิ์โสภณ, ด.ต.ยุทธพงศ์ มาเดช, จ.ส.ต.กฤษฎา ภู่มาลี ผบ.หมู่ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1

โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ทท.1 ประกอบด้วย พ.ต.ต.เสกสันติ์ ฐิรเรืองรัตน์ สว.กก.3 บก.ทท.1, ร.ต.ท.สมชาย โต๊ะสุวรรณ, ร.ต.ท.วัฒนา ศิโรทศ, ร.ต.ต.นฤชา ใจคง รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ทท.1, ส.ต.อ.ชัชวาลย์ ชูนาม ผบ.หมู่ กก.3 บก.ทท.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม. ประกอบด้วย พ.ต.ต.ภูริศ คำหมื่น สว.กก.2 บก.สส.สตม., ร.ต.อ.กรกต เทศทอง รอง สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม., ด.ต.วิรุฒิ บัวจำรัส, ส.ต.อ.พิทยา จันทจิตร์ ผบ.หมู่ กก.2 บก.สส.สตม.

รวมทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ประกอบด้วย พ.ต.ท.ชุมพล แสนวิชัย รอง ผกก.ป.สภ.หนองปรือ พ.ต.ท.ณธกร จันทร์ลอด สวป.สภ.หนองปรือ,ร.ต.อ.สุรชัย ช่วยคูณ รองฯสวป.สภ.หนองปรือ, ด.ต.ยอด ฤทธิ์ฉ่ำ ,จ.ส.ต.ธรณินทร์ วัจนะ, ส.ต.อ.จิรพัทธ์ พงษ์นิล ผบ.หมู่(ป.) สภ.หนองปรือ เข้าร่วมปฏิบัติการ ตามแผน “ล็อกกลางกรุง”

กระทั่ง เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2567 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้มาพักอยู่ที่โรงแรมย่านถนนอ่อนนุช กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบชาวมองโกเลีย จำนวน 5 คน พร้อมทรัพย์สินหลายรายการ จึงได้เชิญตัวทั้งหมดมาที่ กก.3 บก.ทท.1 เพื่อตรวจสอบเอกสารและทรัพย์สินที่ตรวจพบทั้งหมด
โดยในจำนวนนี้ มีผู้ต้องสงสัย ประกอบด้วย Mr.Naidan Nansalmaa อายุ 32 ปี สัญชาติมองโกเลีย หนังสือเดินทางเลขที่ PE0001613 Mr.Gangzorig Avirmed อายุ 25 ปีหนังสือเดินทางเลขที่ PE0304018 Mr.Amabold Dorikhorol อายุ 24 ปี หนังสือเดินทางเลขที่ PE0017367 ซึ่งทั้งสามคนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรพร้อมกัน เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ได้รับการอนุญาตประเภท (ท่องเที่ยว) ผ.ผ.30 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2567

ต่อมา ชุดจับกุมได้ตรวจสอบพบว่า Mr.Naidan Nansalmaa อายุ 32 ปี Mr.Gangzorig Avirmed อายุ 25 ปี และ Mr.Amabold Dorikhorol อายุ 24 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 174/2567 , 175/2567,176/2567 ตามลำดับ ซึ่งผู้ถูกจับทั้งสามคน ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวจีนในบริเวณตลาดน้ำ4 ภาคเมืองพัทยาจริง

วายร้ายมองโกเลียทั้งสามคน ยังสารภาพต่ออีกว่า จะเลือกตระเวนก่อเหตุล้วงกระเป๋าตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ในการก่อเหตุทุกครั้งจะมีหัวหน้าร่วมก่อเหตุและสั่งการ หลังก่อเหตุแล้ว จะนำทรัพย์สินที่ได้มอบให้กับหัวหน้า และจะได้ส่วนแบ่งในภายหลัง

สามโจรจากดินแดนนักรบ “เจงกีสข่าน” ยังเปิดปากต่ออีกว่า หลังจากเดินทางเข้าประเทศไทยได้เพียง 2 วัน ทั้งสามก็ได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นหญิงชราชาวจีน บริเวณตลาดน้ำ 4 ภาค เมืองพัทยา เมื่อตอนบ่ายโมงครึ่ง ของวันที่ 11 มีนาคม 2567ที่ผ่านมา

รายงานข่าว ระบุว่าสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ Mrs.Sun Yueying อายุ 71 ปี เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยกับบริษัททัวร์ จนวันที่เกิดเหตุระหว่างท่องเที่ยวตามโปรแกรมทัวร์ในตลาดน้ำ 4 ภาค ได้ถูกคนร้ายซึ่งไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดลักเอาทรัพย์สิน เป็นเงินสด 4,200 หยวน หรือ ประมาณ 21,000 บาท และเงินบาทไทยอีก1,800 บาท ซึ่งอยู่ในกระเป๋าสตางค์ และเก็บซุกอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำไป
ภายหลังเกิดเหตุ ได้นำความเข้าแจ้งกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จากนั้นฝ่ายสืบสวน ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 จึงลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนทราบว่ากลุ่มคนร้ายได้พยายามก่อเหตุอีกหลายครั้งในพื้นที่เมืองพัทยา และได้มาก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่กรุงเทพฯ บริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ห้างสรรพสินค้า และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

โดยแผนประทุษกรรม ของแก๊งโฉดมองโกเลียรายนี้ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ จะมีคนทำหน้าที่เลือกเหยื่อ เปิดกระเป๋า ถือร่มบังสายตา ล้วงประเป๋า ชุดสืบสวน ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 จึงประสานข้อมูลกับ กก.3 บก.ทท.1, กก.2 บก.สส.สตม. และ สภ.หนองปรือ ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพัทยา จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้น ตำรวจชุดจับกุมได้ทำบันทึกจับกุมตามหมายจับ โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ดำเนินคดี
ขณะที่ บก.สส.สตม. ได้ทำการเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรของผู้ถูกจับทั้ง 3 ราย และชาวมองโกเลียอีก 2 ราย ซึ่งมีพฤติกรรมร่วมก่อเหตุกับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย และขึ้นบัญชี black list เพื่อป้องกันไม่ให้เดินทางกลับเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยอีก

- Advertisement -