ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา ‘พันเอก พอพันธ์ อิฐรัตน์’ อดีตนายทหารการเงิน กองทัพภาค 2 เบียดบังค่าเช่าเวลาสถานีวิทยุกระจายเสียงฯ ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ล่าสุด ศาลมณฑลทหารบกที่ 21 พิพากษาลงโทษจำคุก 3 กระทง 15 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือกระทง 2 ปี 6 เดือน คงให้ลงโทษจำคุกไว้ 6 ปี 18 เดือน คืนเงิน 3,330,000 บาท แก่กองทัพบก
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา พันเอก พอพันธ์ อิฐรัตน์ สำรองราชการมณฑลทหารบกที่ 21 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายทหารการเงิน กองทัพภาคที่ 2 และเหรัญญิก สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียง กองทัพภาคที่ 2 เบียดบังเงินค่าเช่าเวลาสถานีวิทยุกระจายเสียงฯ ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว
ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และ 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2547
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ศาลมณฑลทหารบกที่ 21 มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 147 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.อ. พ.ศ.2502 มาตรา 3 รวม 3 กระทง ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี
ลดโทษที่จำเลยให้การรับสารภาพ ลงกระทงละกึ่งหนึ่ง เป็นโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน
รวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกไว้มีกำหนด 6 ปี 18 เดือน และให้จำเลยใช้เงินจำนวน 3,330,000 บาท คืนแก่กองทัพบก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ศาลมณฑลทหารบกที่ 21
ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
สำหรับมาตรา 147 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.อ. พ.ศ.2502 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท”

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/95201-investigative-15.html










