สืบจังหวัดชลบุรีเปิดปฏิบัติการล่อซื้อยาเสพติดล็อตใหญ่ นัดส่งกลางปั๊มย่านพัทยาเหนือ รวบสองสามีภรรยาพร้อมไอซ์กว่า 2.1 กก. และเคตามีน 2.1 กก. ก่อนขยายผลติดตามจับ “นายหนุ่ม” ถึงกรุงเทพฯ เปิดเส้นทางรับยาและวิธีส่งมอบเงินให้เจ้าของยา
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.ต.ประสิทธิบุญ บุญประสิทธิ์ หรือ “สารวัตรมึน” สว.กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีประสบการณ์ด้านการปราบปรามยาเสพติด พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี เปิดปฏิบัติการสืบสวนติดตามขบวนการค้ายาเสพติด ก่อนวางแผนให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาไอซ์และยาเคตามีนจาก “นายหนุ่ม” ซึ่งพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยสั่งซื้อยาไอซ์จำนวน 2 กิโลกรัม และยาเคตามีนจำนวน 2 กิโลกรัม รวม 4 กิโลกรัม ในราคา 480,000 บาท
หลังการติดต่อซื้อขาย เจ้าหน้าที่ได้นัดหมายส่งมอบยาเสพติดบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ย่านพัทยาเหนือ โดยนายหนุ่มให้ภรรยา คือ นางสาวฐิติพร เสนากุล อายุ 46 ปี หรือ “มิ้ว” ขับรถนำยาเสพติดมาส่งให้กับสายลับ กระทั่งเวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมบริเวณร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 2 ถุง น้ำหนักรวม 2,127 กรัม และยาเคตามีน 2 ถุง น้ำหนักรวม 2,100 กรัม
จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ ชนะกูล อายุ 42 ปี และนางสาวฐิติพร เสนากุล อายุ 46 ปี สองสามีภรรยา ชาวจังหวัดพิษณุโลก โดยทั้งสองยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อทันที โดยนางสาวฐิติพรให้ความร่วมมือพาเจ้าหน้าที่ติดตามไปจับกุม “นายหนุ่ม” ผู้สั่งการและเกี่ยวข้องกับยาเสพติดล็อตดังกล่าวได้ที่กรุงเทพมหานคร ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักหมายเลข 502 ชั้น 5 ของโรงแรมแห่งหนึ่งภายในซอยท่าข้าม 9/1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
จากแนวทางการสอบสวน นายหนุ่มให้การว่า รับยาเสพติดมาจากบุคคลชื่อ “นายโอ๊ต” โดยมีวิธีการชำระเงินให้กับเจ้าของยาโดยไม่ส่งมอบกันโดยตรง กล่าวคือ นายหนุ่มจะให้นางสาวฐิติพรนำเงินค่ายาไปวางไว้บริเวณข้างทาง จากนั้นโทรศัพท์แจ้งเจ้าของยาให้ทราบตำแหน่ง เมื่อผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง เจ้าของยาจะแจ้งกลับว่ายาเสพติดถูกนำไปวางไว้บริเวณใด ก่อนให้นายหนุ่มไปเก็บยาและนำมาส่งต่อให้กับสายลับ
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการ รวมถึงแหล่งที่มาของยาเสพติดล็อตดังกล่าวต่อไป.













