จีนเตรียมวางระบบมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หลังตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีผู้ผลิตจำนวนมากเข้าสู่การแข่งขัน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน (MIIT) เสนอร่างแนวทางจัดทำมาตรฐานสำคัญอย่างน้อย 100 รายการภายในปี 2028 ครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบความสามารถ เทคโนโลยีหลัก ระบบและแพลตฟอร์ม การนำไปใช้งาน ความปลอดภัยและจริยธรรม
ร่าง “แนวทางการสร้างระบบมาตรฐานอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งชาติ ฉบับปี 2026” กำลังเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 23 กันยายน 2026
ตามร่างดังกล่าว จีนต้องการสร้างระบบมาตรฐานที่ครอบคลุมทั้งหลักเกณฑ์พื้นฐาน ระบบประมวลผล เทคโนโลยีเลียนแบบการทำงานของสมอง ส่วนประกอบสำคัญ ตัวหุ่นยนต์ ระบบควบคุม การประยุกต์ใช้ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและจริยธรรม โดยตั้งเป้าให้มีบริษัทมากกว่า 200 แห่งนำมาตรฐานเหล่านี้ไปใช้ภายในปี 2028
หนึ่งในประเด็นที่ต้องการกำหนดให้ชัดเจน คือ วิธีทดสอบและจัดระดับความสามารถของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เช่น ความสามารถในการเคลื่อนไหว การทำงานในสภาพแวดล้อมต่างๆ การรับรู้สิ่งรอบตัว รวมถึงความสามารถในการปรับตัวเมื่อทำงานในโรงงานหรือพื้นที่กึ่งโครงสร้าง
ร่างมาตรฐานยังครอบคลุมเรื่องตัวระบุเฉพาะของหุ่นยนต์ การเข้ารหัส การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ และการทำงานร่วมกับระบบอื่น เพื่อให้หุ่นยนต์จากผู้ผลิตหลายรายสามารถนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมเดียวกันได้ง่ายขึ้น
ด้านความปลอดภัย จีนเตรียมจัดทำข้อกำหนดสำหรับหุ่นยนต์ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับมนุษย์ รวมถึงหลักจริยธรรมและการประเมินผลกระทบต่อสังคม ซึ่งจะมีความสำคัญมากขึ้น หากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ถูกนำไปใช้ในโรงงาน ร้านค้า พื้นที่บริการ หรือครัวเรือนในวงกว้าง
การเดินหน้าจัดทำมาตรฐานเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนขยายตัวเร็ว ข้อมูลจาก MIIT ที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาระบุว่า จีนพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แบบสมบูรณ์แล้วมากกว่า 400 รุ่น คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนรุ่นทั่วโลก
ขณะที่รายงานการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ปี 2026 ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จีนส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 40,000 ตัว คิดเป็นประมาณ 97% ของยอดส่งมอบทั่วโลก
ตัวเลขดังกล่าว ทำให้เรื่องมาตรฐานมีความสำคัญมากขึ้น เพราะเมื่อจำนวนผู้ผลิต จำนวนรุ่น และยอดส่งมอบเพิ่มขึ้น แต่ละบริษัทอาจใช้ชิ้นส่วน ระบบเชื่อมต่อ วิธีทดสอบ และเกณฑ์วัดประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน หากไม่มีมาตรฐานกลาง ผู้ใช้งานจะเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และต้นทุนได้ยาก
สำหรับโรงงาน หรือ ธุรกิจที่ต้องการใช้หุ่นยนต์จำนวนมาก ปัญหาอาจเกิดขึ้นตั้งแต่การเชื่อมต่อระบบ ไปจนถึงการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนชิ้นส่วน หากหุ่นยนต์แต่ละยี่ห้อใช้มาตรฐานคนละชุด
จีนจึงเริ่มผลักดันเรื่องมาตรฐานควบคู่กับการเพิ่มกำลังการผลิต ก่อนหน้านี้ MIIT ได้ตั้งคณะกรรมการด้านมาตรฐานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และ Embodied Intelligence โดยมีบริษัทและสถาบันวิจัยมากกว่า 70 แห่งเข้าร่วม และมีการเสนอร่างมาตรฐานเฉพาะด้านหลายเรื่อง เช่น การเก็บข้อมูลสำหรับหุ่นยนต์ ข้อกำหนดทางเทคนิคของตัวหุ่นยนต์ และมาตรฐานอินเทอร์เฟซของมือและอุปกรณ์จับยึด
ในภาคการผลิต โรงงานหลายแห่งของจีนเริ่มนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปทดลองใช้ในงานจริง เช่น การตรวจสอบคุณภาพ การหยิบจับชิ้นงาน การขนส่งในสายการผลิต และงานที่ต้องทำซ้ำต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน โรงงานผลิตหุ่นยนต์บางแห่งเริ่มตั้งเป้ากำลังการผลิตระดับหลักหมื่นตัวต่อปี
รัฐบาลจีนยังมีโครงการทดสอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และระบบ Embodied AI ในสถานการณ์จริง โดยตั้งเป้าให้ภายในสิ้นปี 2026 สามารถรองรับการใช้งานในพื้นที่ตัวอย่างระดับ 10,000 ตัว
การวางมาตรฐานจึงมีผลโดยตรงต่อการนำหุ่นยนต์เข้าสู่ตลาดในวงกว้าง เพราะผู้ผลิตต้องมีเกณฑ์กลางสำหรับการทดสอบ ขณะที่ผู้ใช้งานต้องมีข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจลงทุน
อีกด้านหนึ่ง จีนยังมีเป้าหมายผลักดันมาตรฐานของตัวเองเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ โดยเข้าร่วมการจัดทำมาตรฐานสากลด้านหุ่นยนต์และ Embodied Intelligence มากขึ้น หากมาตรฐานจีนถูกใช้แพร่หลายในห่วงโซ่อุปทานและระบบการผลิต ก็มีโอกาสถูกนำไปอ้างอิงในตลาดอื่นตามไปด้วย
การตั้งเป้าจัดทำมาตรฐานอย่างน้อย 100 รายการภายในปี 2028 จึงเป็นอีกขั้นของจีนในการเตรียมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้พร้อมสำหรับการผลิตและใช้งานในระดับที่ใหญ่ขึ้น
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย










