ตำรวจไทยจับชาวเมียนมาข้อหายาเสพติด สื่อเมียนมาชี้เป็นนายหน้าค้าอาวุธให้กองทัพเมียนมา และใกล้ชิด ‘มิน อ่อง หล่าย’ อีกทั้งเคยมีประวัติธุรกิจกับสมาชิกวุฒิสภาไทย อดีตสามี ‘ปารีณา ไกรคุปต์’
ทวิตเตอร์ Justice For Myanmar (@JusticeMyanmar) ซึ่งรายงานความเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมา รายงานว่า ทางการไทยได้จับกุม ‘ทุน มิน ลัต’ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นนายหน้าค้าอาวุธให้กองทัพเมียนมา และเป็นคนใกล้ชิดกับพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำการรัฐประหาร ในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด
ในเวลาต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกเอกสารชี้แจงยืนยันวันนี้ (21 ก.ย.) ว่า มีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับสัญชาติเมียนมา อายุ 53 ปี แต่ไม่ได้ระบุชื่อ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ขณะเดียวกันยังจับกุมคนไทย 3 คน โดยให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหามีความผิดข้อหาร่วมกันสมคบกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, ร่วมกันช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันสมคบการฟอกเงินฯ โดยมีการยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเปิดเผยด้วยว่า ในวันนี้ (20 ก.ย.) พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาเพื่อควบคุมไว้ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
โดยรายงานจากสื่อเมียนมาระบุว่า ทุน มิน ลัต มีพฤติกรรมฟอกเงิน ผ่านธุรกิจขายไฟฟ้าที่ท่าขี้เหล็ก ซึ่งเขาประกอบธุรกิจบ่อนการพนันที่ท่าขี้เหล็กด้วย นอกจากนี้ทุน มิน ลัต ยังมีประวัติเชื่อมโยงกับนายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภาของไทย ซึ่งเป็นอดีตสามีของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ
รายงานระบุว่า นายอุปกิตเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับนายทุน มิน ลัต ผ่านบริษัท Myanmar UPA ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Star Sapphire ของนายทุน มิน ลัต
นอกจากนี้สื่อเมียนมายังระบุด้วยว่า นายอุปกิตมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท Myanmar Allure Group ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในไทย แต่ได้รับสัมปทาน 30 ปีในการสร้างกาสิโนที่ท่าขี้เหล็ก โดยผู้มอบสัมปทานในขณะนั้นคือ ขิ่น หม่อง ลัต พ่อของนายทุน มิน ลัต ซึ่งสื่อเมียนมาระบุว่าเป็นคนที่ทางการไทยเพิ่งจับกุมล่าสุด
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวอิศรา รายงานอ้างบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2562 โดยระบุว่า นายอุปกิตมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,774,334,576 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 48,468,415 บาท มีรายได้รวม 566,954,720 บาท มีรายจ่ายรวม 6.4 ล้านบาท
นายอุปกิต เคยแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินช่วงเป็นสามี น.ส.ปารีณา กรณีพ้นตำแหน่ง ส.ส.ราชบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2562 ระบุตอนหนึ่งว่า มีเงินลงทุน 2 รายการ วงเงิน 375,440,000 บาท ได้แก่ Allure Group Co.Ltd ซึ่งเป็นธุรกิจโรงแรมท่าขี้เหล็กในประเทศเมียนมา และบริษัท อันดามันพาวเวอร์แอนด์ ยูทิลิตี้ จำกัด
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวอิศรารายงานเพิ่มเติมว่า เอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สินของนายอุปกิต ทำหนังสือเรียนชี้แจงต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีการขายธุรกิจโรงแรมท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ลงวันที่ 7 ส.ค. 2562
ข้อความตอนหนึ่งของเอกสารดังกล่าวระบุว่า ข้าพเจ้าขอเรียนแจ้งข้อเท็จจริงการขายโรงแรมของข้าพเจ้า ดังนี้ ข้าพเจ้าได้ขายโรงแรม Allure Resort Hotel Tachileik Myanmar ตั้งอยู่ในสหภาพเมียนมา เนื่องจากต้องการให้ปราศจากข้อครหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม อีกทั้งไม่ได้เข้าไปดูที่โรงแรมมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว จึงตัดสินใจขายกิจการโรงแรมออกไปก่อนได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ส.ว.
โดยในเอกสารชี้แจงของนายอุปกิตยังเปิดเผยด้วยว่า ได้รับการชำระเงินค่าโรงแรมดังกล่าวในต่างประเทศ โดยเข้าบัญชีธนาคาร B.I.C. (CAMBODIA) BANK PLC. เลขบัญชีที่ 00001-01-000083-09 เป็นเงินทั้งสิ้น 8,150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 251,672,000 บาท) จึงขอยื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติมในการรับการชำระเงินค่าโรงแรมดังกล่าว ซึ่งผู้สื่อข่าวอิศรารายงานว่า บุคคลที่ซื้อโรงแรมต่อจากนายอุปกิต มีสัญชาติไทย
ที่มา https://www.facebook.com/photo/?fbid=470053248501304&set=a.306545454852085
https://www.justiceformyanmar.org/stories/star-sapphire-companies-funnelling-arms-and-money-to-military
https://twitter.com/JusticeMyanmar/status/1572154385593139205
https://www.isranews.org/isranews-news/79434-isranews-79434.html










