ฟอร์ด ยึดไทยฐานผลิตใหญ่ ลงทุนเพิ่ม 2.8 หมื่นล้าน ปรับปรุงโรงงานผลิต จ.ระยอง

11

ฟอร์ดปักธงฐานผลิตในไทย ทุ่มเงิน 2.8 หมื่นล้านปรับปรุงโรงงาน 2 แห่ง เตรียมรับการผลิตปิกอัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ปีหน้า พร้อมเพิ่มการจ้างงานอีกกว่า 1,250 ตำแหน่ง

อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยยังเนื้อหอม ล่าสุดค่ายฟอร์ด ลงทุนเพิ่มอีก 28,000 ล้านบาท หรือ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยลงทุนในส่วนของการปรับปรุงโรงงาน ติดตั้งเครื่องไม้เครื่องมือ การจ้างงานเพิ่ม เพื่อรองรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ อย่าง ปิกอัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ที่จะผลิตเพื่อป้อนทั้งตลาดในประเทศและส่งออกไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลกในปีหน้า

สำหรับการลงทุนเพิ่มครั้งนี้ ทำให้ฟอร์ดเป็นหนึ่งในบริษัทยานยนต์ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนสะสมรวมกว่า 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1 แสนล้านบาท ตลอดระยะเวลา 25 ปีของการดำเนินธุรกิจ การยกระดับกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะส่งเสริมบทบาทของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตสำคัญระดับโลกของฟอร์ด ทั้งที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ซึ่งฟอร์ดเป็นเจ้าของ และโรงงานร่วมทุน ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที)

ยกระดับโรงงานในไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก

นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน และตลาดเกิดใหม่ ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความมุ่งมั่นของฟอร์ดตลอดระยะเวลา 25 ปีในการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการยกระดับการดำเนินงานในไทยให้มีความทันสมัย พร้อมรองรับการผลิตฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชัน ใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในรถฟอร์ดที่มียอดการผลิตสูงสุด และมียอดขายสูงสุดทั่วโลก รวมถึงฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ด้วย

เพิ่มการจ้างงานอีก 1,250 ตำแหน่ง

นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มกะการทำงานที่โรงงานเอฟทีเอ็ม ส่งเสริมให้มีการจ้างงานเพิ่มเติม 1,250 ตำแหน่ง ทำให้ฟอร์ดมีจำนวนพนักงานในประเทศไทยรวมกว่า 9,000 คน

นอกจากนั้นแล้วฟอร์ดได้สนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ด้วยเงินลงทุนกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 13,000 ล้านบาท เพื่อผลิตและยกระดับคุณภาพชิ้นส่วนด้วยแม่พิมพ์และอุปกรณ์การผลิตมาตรฐาน ก่อให้เกิดการจ้างงานของพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอีก 250 ตำแหน่ง

โรงงานในไทยอยู่ในระดับเวิลด์คลาส

สำหรับการปรับปรุงโรงงานครั้งนี้ ทำให้โรงงานฟอร์ดในประเทศไทยมีประสิทธิภาพการผลิตเทียบเท่าโรงงานระดับแถวหน้าของโลก เพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตรถได้หลากหลายรูปแบบในสายการผลิตเดียว อีกทั้งฟอร์ดยังได้เพิ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจำนวน 356 ตัว เพื่อเสริมกำลังการผลิตที่โรงงานเอเอที และเอฟทีเอ็ม

โดยหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นนี้ จะนำมาใช้ในส่วนงานประกอบตัวถัง และงานพ่นสี ซึ่งจะทำให้ฟอร์ดมีจำนวนเครื่องจักรในส่วนงานประกอบตัวถังที่โรงงานเอฟทีเอ็มและเอเอที เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34 เป็นร้อยละ 80 และร้อยละ 69 ตามลำดับ

การลงทุนในครั้งนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเทคโนโลยีตรวจสอบพื้นผิวหรือสแกนบ็อกซ์ มาใช้ตรวจสอบรถทั้งคันในระหว่างขั้นตอนการประกอบรถได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน และรวดเร็วกว่าเดิมถึง 5 เท่า เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น

นายวิชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ฟอร์ดได้ยกระดับความสามารถในการผลิตรถกระบะที่โรงงานเอฟทีเอ็ม ให้ครอบคลุมการผลิตรถรุ่นย่อยต่างๆ โดยโรงงานจะผลิตตัวถังรถกระบะได้หลากหลายรูปแบบ เช่น แบบตอนเดียว ตอนครึ่ง และแบบ 4 ประตู ได้ในสายการผลิตเดียว เพิ่มความคล่องตัวในการวางแผนและจัดสรรตารางการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด และลดระยะเวลาในการส่งมอบรถให้ลูกค้าอีกด้วย

กำลังการผลิตเพิ่มรวม 2.7 แสนคัน

ปัจจุบันฟอร์ด มีโรงงาน 2 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ซึ่งฟอร์ดเป็นเจ้าของ มีกำลังการผลิต 1 แสนคัน และโรงงานร่วมทุน ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) มีกำลังการผลิต 1.3 แสนคัน โดยโรงงานทั้ง 2 แห่งผลิตรถ 2 รุ่นหลักของฟอร์ด ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ซึ่งหลังจากลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะทำให้ทั้ง 2 โรงงานมีกำลังการผลิตรวม 2.7 แสนคัน (เอฟทีเอ็ม 1.35 แสนคัน ,เอเอที 1.35 แสนคัน )

Cr : https://www.thansettakij.com/motor/506090

- Advertisement -