‘โมเดอร์นา’ สั่นคลอน!! สหรัฐฯ ชะลอใช้ – จ่อเตือน! วัคซีนทำเสี่ยงหัวใจอักเสบ!!

13

สำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ (FDA) กล่าวเมื่อวันศุกร์ ที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้แจ้งถึงทางโมเดอร์นาว่า “ทางหน่วยงานจำเป็นต้องขยายเวลาเพิ่มเติมเพื่อประเมินผลวิเคราะห์และศึกษาเรื่องผลข้างเคียง รวมไปถึงความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังฉีดวัคซีนโมเดอร์นา”

โดยสำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การประเมินสำหรับออกคำแนะนำว่าควรฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาให้เด็กอายุ 12 ถึง 17 ปีหรือไม่? อาจใช้เวลาจนถึงเดือนมกราคม ปี 2022

อย่างไรก็ตามผลการศึกษาหนึ่งที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี ระบุว่า อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง อย่างโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีความเกี่ยวข้องกับวัคซีนต้านโควิด-19 ของโมเดอร์นา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายอายุน้อย และกลุ่มเด็กผู้ชาย โดยพบว่าความเสี่ยงของอาการดังกล่าวจะสูงขึ้นอย่างมากหลังจากติดเชื้อโควิด-19

ขณะเดียวกันผลการศึกษาของซีดีซี ยังพบว่าภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หลังฉีดวัคซีนเทคโนโลยี mRNA อีกตัว ที่ผลิตโดยไฟเซอร์ – ไบออนเทค เกิดขึ้นน้อยมากและโดยทั่วไปมีอาการไม่รุนแรง ซึ่งเมื่อวันศุกร์ ที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ยังได้รับอนุมัติจากสหรัฐฯ สำหรับฉีดให้เด็กอายุ 5 ถึง 11 ขวบ ในปริมาณที่น้อยกว่าวัยผู้ใหญ่แล้ว

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงต้นเดือตุลาคมที่ผ่านมา โมเดอร์นา ก็ได้ออกถ้อยแถลงชี้แจงลักษณะเดียวกัน หลังจากเกิดข่าวการระงับใช้โมเดอร์นาในเดนมาร์ก สวีเดน และฟินแลนด์ ให้มีการหยุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของโมเดอร์นาในกลุ่มคนหนุ่มสาวเป็นการชั่วคราว โดยบอกว่าอาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก โดยส่วนใหญ่จะมีอาการไม่มาก และสามารถหายได้เองในเวลาอันสั้นเช่นกัน

ซึ่งถ้อยแถลงในครั้งนั้น ระบุด้วยว่าโมเดอร์นา มีความตระหนักถึงประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขของ 4 ชาตินอร์ดิก อย่างประเทศเดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ และนอร์เวย์ ที่แนะนำให้มีการหยุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของโมเดอร์นาเป็นการชั่วคราว ซึ่งสวีเดน และฟินแลนด์ ได้มีการระงับการใช้งานวัคซีนของโมเดอร์นากับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ส่วนเดนมาร์ก และนอร์เวย์ได้ออกคำสั่งตามมา แต่ว่าสองประเทศนี้ห้ามใช้วัคซีนโมเดอร์นาฉีดให้กับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

รวมไปถึงไอซ์แลนด์ ที่มีการระงับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของโมเดอร์นาให้กับประชากรทุกวัย ตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศนอร์ดิก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบด้วยเช่นกัน และจนกว่าจะมีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีนยี่ห้อดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม โมเดอร์นา ได้กล่าวเพิ่มเติมในคำแถลงว่า ความปลอดภัยของผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เรามีความมุ่งมั่นที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งนับตั้งแต่มีการระบาดมาจนถึงเวลานี้ได้ส่งผลกระทบต่อประชากรหลายล้านรายทั่วโลก และคร่าชีวิตคนไปแล้วกว่า 4 ล้านราย

สำหรับประเทศไทย โมเดอร์นาเป็นวัคซีนทางเลือกที่จะได้นำมาใช้ในประเทศโดยภาคเอกชน ซึ่งเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมานี้ ทางคณะกรรมการอาหารและยา ก็ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนดังกล่าวในตำรับยาแผนปัจจุบัน ในฐานะยาควบคุมพิเศษ

ล่าสุดวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา วัคซีนโมเดอร์นาล็อตแรก จำนวน 560,200 โดส ได้ถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งขนส่งโดยสายการบิน Lufthasa (ลุฟท์ฮันซ่า) เที่ยวบิน H772 โดยหลังจากนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ในการตรวจสอบคุณภาพวัคซีน แล้วจะกระจายไปยังโรงพยาบาลหรือศูนย์ฉีดต่าง ๆ ที่ได้มีการสั่งจองวัคซีนโมเดอร์นาเอาไว้

ส่วนในเรื่องของประกันสุขภาพหลังการรับวัคซีนโมเดอร์นา สำหรับประชาชนจะมีการชดเชยอย่างไรนั้น ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า สำหรับการชดเชยหลังฉีดวัคซีนโมเดอร์นาทั้งเข็มกระตุ้น และฉีดแบบ 2 เข็ม ทางองค์การเภสัชกรรมได้ทำประกันจากบริษัท ทิพยประกันภัย ซึ่งติดไปกับการซื้อวัคซีนของ รพ.เอกชน เพื่อฉีดให้ประชาชน เบื้องต้น กรณีโคม่า หรือเสียชีวิตได้รับชดเชย 1 ล้านบาท ทุพพลภาพถาวร ชดเชย 5 แสนบาท สำหรับอาการไข้ หรือต้องเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน มีค่าชดเชยเป็นค่ารักษาพยาบาล 1 แสนบาท

อย่างไรก็ตาม วัคซีนโมเดอร์นา เป็นวัคซีนทางเลือกที่ประชาชนยังคงมีความต้องการสูง มีประสิทธิภาพทั่วไปในการป้องกันโควิด-19 อยู่ที่ราว 94.1 – 94.5% ซึ่งนับว่าแทบจะสูงที่สุดในบรรดาวัคซีนโควิด-19 ที่มีในปัจจุบัน จากผลการทดลองในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้สูงถึง 94% ในกลุ่มผู้ใหญ่ ขณะที่การรวบรวมผลประสิทธิภาพจากการใช้จริงในการฉีดให้แก่ประชาชนทั่วไปสามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้ 91% เมื่อได้รับวัคซีนครบ 2 โดส และสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีต่อการยับยั้งสายพันธุ์เดลตาด้วย

ถึงอย่างนั้นแล้วก็คงต้องติดตามกันต่อไป ในส่วนของ FDA ว่าจะเห็นชอบวัคซีนของโมเดอร์นา เพื่อใช้กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือไม่ ก่อนจะขออนุมัติใช้กับเด็กอายุต่ำกว่านั้นเป็นลำดับถัดไป

Cr : https://thestatestimes.com/post/2021110508

- Advertisement -