วันอาทิตย์ 28 มิถุนายน 2026
หน้าแรก ต่างประเทศ จับตาจีนใช้เกม “เทกโอเวอร์” แก้ปัญหาหนี้ “เอเวอร์แกรนด์

จับตาจีนใช้เกม “เทกโอเวอร์” แก้ปัญหาหนี้ “เอเวอร์แกรนด์

59

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางคนเตือนให้ระวังว่า ปัญหา “เอเวอร์แกรนด์” อาจลุกลามบานปลายจนกลายเป็น “เลห์แมน โมเมนต์” เวอร์ชั่นจีนไปได้ในที่สุด

แต่มีนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์อีกไม่น้อย รวมทั้ง “ไซมอน แมคอดัม” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ แคปิตอล อีโคโนมิกส์ ที่ยืนยันว่า แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน หรืออาจจะในโลกด้วยซ้ำไป แต่ “เอเวอร์แกรนด์” ก็ยังไม่ใหญ่โตพอที่จะก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ลุกลามออกไปทั่วโลกเหมือน “วิกฤตซับไพรม์” ที่เกิดขึ้นจากเลห์แมน บราเธอร์สในอดีต

นอกจากนั้น หนี้ของเอเวอร์แกรนด์ยังเป็นหนี้ “ออนชอร์” จำกัดอยู่แค่ภายในประเทศอีกด้วย

กระนั้นปัญหาหนี้มหาศาลของเอเวอร์แกรนด์ไม่ได้เล็กน้อยชนิดไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใด ๆ เลยแน่นอน

“เจนนี เซิ่ง” นักวิเคราะห์ของอัลไลแอนซ์เบิร์นสไตน์ ระบุว่า นอกเหนือจากเจ้าหนี้ทั้งที่เป็นนักลงทุน, ซัพพลายเออร์, และบริษัทรับเหมาก่อสร้างทั้งหลายที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงแล้ว ตอนนี้ยังมีสัญญาณแสดงให้เห็นว่าปัญหานี้ได้ลุกลามออกไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ในจีนแล้วด้วย

บริษัทที่ว่าเหล่านี้เป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กของจีนที่กำลังเจอ “โดมิโนเอฟเฟ็กต์” จากปัญหายืดเยื้อของเอเวอร์แกรนด์ เริ่มมีปัญหาในการ “รีไฟแนนซ์” ในตลาดต่างประเทศ (ออฟชอร์) จนสภาพคล่องตึงตัวอย่างยิ่งชนิดที่หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกไม่นานบริษัทเหล่านี้อาจพังพาบลงก่อนเอเวอร์แกรนด์ด้วยซ้ำไป

ที่เป็นปัญหามากก็คือ บริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทขนาดเล็กก็จริง แต่มีจำนวนไม่น้อยรวม ๆ กันแล้วคิดเป็นสัดส่วนราว 10-15 เปอร์เซ็นต์ของตลาดรวม

นั่นยิ่งทำให้โอกาสที่ปัญหาจะลุกลามออกไปสู่เศรษฐกิจจีนโดยรวมเป็นวงกว้างมีมากยิ่งขึ้น

คำเตือนที่ว่านี้มีขึ้นพร้อม ๆ กับที่สถานการณ์หนี้ของเอเวอร์แกรนด์หนักหนาสาหัสขึ้นตามลำดับ ซัพพลายเออร์เริ่มเข้ามาร่วมประท้วงกับนักลงทุน ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทในนครเสิ่นเจิ้น ในขณะที่ราคาหุ้นเอเวอร์แกรนด์ในตลาดฮ่องกงรูดลงไปอีกเกือบ 18% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี

ว่ากันว่า ธนาคารจีนที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ๆ ถึงกับได้รับคำบอกว่า จะไม่ได้รับชำระดอกเบี้ยจากเอเวอร์แกรนด์ที่จะถึงกำหนดในวันที่ 21 กันยายนนี้แน่นอนแล้ว ในขณะเอเวอร์แกรนด์เองยังมีกำหนดต้องชำระดอกเบี้ยพันธบัตรอีก 84 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 23 กันยายนนี้อีกด้วย

พันธบัตรของเอเวอร์แกรนด์ถูกนำออกเร่ขายในราคา 20 เซนต์ต่อดอลลาร์ ในขณะที่พันธบัตรของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ของจีนถูกโก่งค่าตอบแทนขึ้นสุดกู่

ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในขณะที่บทบรรณาธิการของ “โกลบอลไทมส์” สื่อทางการจีนออกมายืนยันว่า เอเวอร์แกรนด์ไม่ได้ “ใหญ่โตจนล้มไม่ได้” เป็นการส่งสัญญาณชัดแจ้งว่า รัฐบาลจีนจะไม่เข้ามาอุ้มบริษัทโดยตรงอย่างที่คาดหวังกัน

พนักงานระดับผู้บริหาร 2 รายของเอเวอร์แกรนด์ บอกกับไฟแนนเชียลไทมส์ อย่างตรงไปตรงมาว่า ธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ “ต้อง” หันหน้ามาร่วมมือกับเอเวอร์แกรนด์แก้ปัญหาครั้งนี้ ไม่ว่าจะด้วยการยืดกำหนดชำระหนี้ หรือด้วยการโรลโอเวอร์ก็ตาม เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้น “เราตายได้ในทันที” และไม่มีใครรู้ว่า ความตายของเอเวอร์แกรนด์จะลุกลามออกไปขนาดไหน

ผู้บริหาร 2 รายที่ว่านี้ ให้ข้อมูลสำคัญที่ส่อให้เห็นถึงการเตรียมการจัดการกับปัญหานี้ของทางการจีนเอาไว้ว่า มีการเตรียมการเข้ามา “เทกโอเวอร์” ส่วนงานปฏิบัติการของกลุ่มบริษัทเอเวอร์แกรนด์โดยรัฐบาลท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ทำธุรกิจอสังหาฯ

แต่จะใช้เป็นทางออกสุดท้าย เมื่อไม่มีทางแก้ปัญหาอย่างอื่นแล้วเท่านั้น

แผนก็คือให้เป็นการดำเนินการแบบอยู่ในท้องที่ใคร รัฐบาลท้องถิ่นในท้องที่นั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบเข้า “เทกโอเวอร์” ซึ่งก่อให้เกิดกระบวนการละเอียดซับซ้อนขึ้น ชนิดที่ไม่มีใครอธิบายได้ชัดเจนในเวลานี้

โปรเจ็กต์นับพันแห่งที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาของบริษัท จะถูกแยกไปตกอยู่ในมือของแต่ละมณฑลได้อย่างไร และจะรับมือกับนักลงทุนรายย่อยจำนวนมหาศาลได้อย่างไร ? ยังคงเป็นที่กังขา

แต่ความเห็นนี้สอดคล้องกับแนวทางที่เกิดขึ้นในอดีตหมาด ๆ ที่ผ่านมา อย่างเช่นกรณีของ “เอชเอ็นเอ กรุ๊ป” บริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวควบกับการบิน ที่ยื่นขอล้มละลายกับทางการมณฑลเหอหนาน

แล้วปัจจุบันนี้ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของทางการเหอหนาน ทำหน้าที่ปรับโครงสร้างเพื่อฟื้นฟูกิจการ

ทั้ง ๆ ที่เอชเอ็นเอเป็นกิจการเอกชนร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับเอเวอร์แกรนด์ !

Cr : https://www.prachachat.net/world-news/news-765416

- Advertisement -