ส่องคดีทุจริตโลก: อดีตเพื่อนบ้าน รมต.สธ.อังกฤษได้สัญญาหลอดแก้วโควิด 1.2 พัน ล.

74

อดีตเพื่อนบ้านของนายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำลังถูกสอบสวนจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของอังกฤษ หลังจากที่พบว่าเพื่อนบ้านรายนี้ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของผับนั้นได้รับสัญญาให้ผลิตหลอดแก้วสำหรับหลอดชุดตรวจโควิดนับล้านหลอดให้กับหน่วยงานบริการสาธารณสุขของอังกฤษหรือ NHS คิดเป็นมูลค่าสัญญาทั้งสิ้น 30 ล้านปอนด์

ส่องคดีทุจริตโลก สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ในสัปดาห์นี้ขอนำเสนอกรณีการตรวจสอบสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอันเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือโคโรน่าไวรัสที่ประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง

โดยเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักข่าวการ์เดี้ยนของอังกฤษได้เผยแพร่รายงานข่าวว่าอดีตเพื่อนบ้านของนายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำลังถูกสอบสวนจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของอังกฤษ หลังจากที่พบว่าเพื่อนบ้านรายนี้ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของผับนั้นได้รับสัญญาให้ผลิตหลอดแก้วสำหรับหลอดชุดตรวจโควิดนับล้านหลอดให้กับหน่วยงานบริการสาธารณสุขของอังกฤษหรือ NHS คิดเป็นมูลค่าสัญญาทั้งสิ้น 30 ล้านปอนด์ (1,273,415,342 บาท)

ตัวอย่างหลอดแก้วสำหรับชุดตรวจโควิดที่ถูกผลิตโดยบริษัทโคคาโคลา (อ้างอิงวิดีโอจากสำนักข่าว ABC)

ซึ่งเพื่อนบ้านคนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่านายอเล็กซ์ บอร์น เป็นผู้เคยทำธุรกิจผับชื่อว่าค็อกอิน อันมีที่ตั้งร้านอยู่ใกล้กับบ้านหลังเก่าของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่หมู่บ้านเธอร์โลว์ แต่อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเพิ่มไม่พบว่านายบอร์นนั้นเคยมีประสบการณ์ในด้านการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์แต่อย่างใด

โดยก่อนหน้าจะเกิดเหตุโรคระบาดนั้น พบข้อมูลว่าบริษัท Hinpack ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของนายบอร์นได้เคยประกอบกิจการการผลิตถ้วยพลาสติก และกล่องอาหารสำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมด้านการจัดเลี้ยง แต่ ณ เวลานี้บริษัทแห่งนี้ได้ผลิตหลอดแก้วนับล้านๆใบจากที่ตั้งโรงงานที่อยู่ในฟาร์มอุตสาหกรรมมันฝรั่งในพื้นที่แคมบริดจ์เชอร์

และจากข้อพิรุธดังกล่าวนั้นทำให้ทางด้านขององค์กรกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของอังกฤษ หรือ MHRA ได้เข้ามาสืบสวนสอบสวนบริษัทของนายบอร์นแล้ว โดยนายเกรม ทันบริดจ์ ผู้อำนวยการด้านอุปกรณ์ที่ MHRA กล่าวว่าการตรวจสอบนั้นข้อกล่าวหาของบริษัท Hinpack นั้นจะต้องมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความปลอดภัยของคนไข้เป็นสำคัญ

สำนักข่าวการ์เดี้ยนได้รายงานเพิ่มเติมต่อไปว่าเข้าใจว่าการสอบสวนของ MHRA นั้นเริ่มต้นขึ้นแล้วก่อนหน้านี้หลังจากที่สภาท้องถิ่นในแคมบริดจ์เชอร์ได้แสดงความกังวลเนื่องจากมีรายงานเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัยในช่วงปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นายบอร์นได้ชี้แจงผ่านทีมทนายความว่าตัวนายบอร์นนั้นยังไม่ทราบเกี่ยวกับการสอบสวนใดๆที่ทำเนินการโดย MHRA และยังไม่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานควบคุมใดๆทั้งสิ้น

อนึ่ง ก่อนหน้านี้นายบอร์นเคยปรากฏเป็นข่าวในสำนักข่าวการ์เดี้ยนไปแล้วเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา เมื่อเขาได้เสนอบริการการรับมือกับโรคระบาดผ่านทางแอปพลิเคชั่นวอทแอปส์ (WhatsApp)ให้กับนายแฮนค็อก

และยังมีรายงานด้วยว่าตัวนายแฮนค็อกก็ได้เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการให้กับผับของนายบอร์นและภรรยา ทั้งการไปร่วมงานเปิดตัวผับหลังจากปิดปรับปรุงในช่วงปี 2559 และเสนอชื่อให้ผับนี้ได้รับรางวัลในปี 2560

ขณะที่ทางด้านของทนายความของนายบอร์นก็ได้เคยให้สัมภาษณ์ปฏิเสธไปแล้วในช่วงเดือน พ.ย. 2563 ว่าลูกความเขานั้นไม่เคยได้มีการสนทนาในประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดส่งเวชภัณฑ์อันเกี่ยวข้องกับไวรัสโควิด-19 กับนายแฮนค็อกมาก่อนเลย และต่อมานายบอร์นก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวการ์เดี้ยนว่าตัวเขามีแค่การเลือกเปลี่ยนข้อความและอีเมลกับนายแฮนค็อกมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายบอร์นก็ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ในข้อกล่าวหาที่ว่าตัวเขานั้นได้รับผลประโยชน์จากเส้นสายส่วนตัวที่รู้จักกับนายแฮนค็อก และกรมอนามัยและสวัสดิการสังคมของอังกฤษ และนายบอร์นยังได้ยืนยันด้วยว่า ณ เวลานี้ไม่มีหลักฐานจะสนับสนุนข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

อนึ่งบริษัทของนายบอร์นนั้นเป็นบริษัทที่จัดหาหลอดทดสอบผ่านผู้จัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ที่มีสัญญากับกรมอนามัยฯ

ส่วนทางด้านทนายความของนายบอร์นกล่าวว่าที่มีการกล่าวหากันว่านายบอร์นนั้นไม่มีประสบการณ์ในด้านเกี่ยวกับอุปกรณ์การแพทย์ที่มีการควบคุมสุงนั้น ต้องขอเรียนว่าตัวลูกความนั้นได้มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทคู่ค้าที่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง และได้มีการจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติอันเหมาะสมมาช่วยดำเนินการแล้ว โดยอุปกรณ์การแพทย์ที่ผลิตโดยบริษัท Hinpack นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ซับซ้อนละยังอยู่ในขอบเขตทักษะของลูกความ

อย่างไรก็ตาม ทั้งจากการสอบสวนจาก MHRA และจากข้อมูลที่สำนักข่าวการ์เดี้ยนได้รับมานั้น ทำให้เกิดคำถามว่านายบอร์นได้มีการดำเนินการตามมาตรฐานที่เหมาะสมหรือไม่

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้น พบว่านายบอร์นได้มีการสร้างโรงงานที่ระบุว่ามีความสามารถในระดับทางการแพทย์ มีการติดตั้งห้องที่มีความสะอาด ห้องพองลมยางในอาคารที่อยู่ในฟาร์มอุตสาหกรรม ซึ่งมีเจ้าของฟาร์มก็คือนายโรเบิร์ต สมิธ ที่เป็นพ่อตาของนายบอร์น และยังเป็นหนึ่งในผู้จัดส่งมันฝรั่งรายใหญ่ให้กับซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง

ซึ่งในข้อกล่าวหาจากแหล่งข่าวของสำนักข่าวการ์เดี้ยนนั้นปรากฏข้อมูลว่ามีช่วงระยะเวลาหลายเดือนในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการผลิตหลอดแก้ว คนงานในโรงงานกลับไม่มีห้องน้ำที่ถาวรและไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำที่จะใช้ในการล้างมือ

มีรายงานต่อไปด้วยว่าคนงานนั้นยังล้มเหลวที่จะดำเนินการตามมาตรการด้านความสะอาดที่ต้องมีความเข้มงวดเมื่อจะต้องห้องพองลมยาง ซึ่งทางด้านของแหล่งข่าวได้ระบุต่อไปด้วยว่าคนงานนั้นได้ล้มเหลวในเรื่องของการเปลี่ยนชุดป้องกันให้เหมาะสมในช่วงเวลาพักเบรก และมีหลายช่วงเวลาที่คนงานต้องใช้ห้องน้ำประเภทเคลื่อนย้ายได้ที่อยู่นอกตัวอาคาร ที่ไม่มีการตัดตั้งอุปกรณ์สำหรับล้างมือให้เหมาะสม

แต่ทางด้านของทีมทนายความของนายบอร์นกล่าวว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่จริง และยังตั้งข้อสังเกตุว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้อาจมีจุดประสงค์ร้ายบางประการ โดยพวกเขาได้ยืนยันว่าโรงงานนั้นมีการดำเนินการอย่างครอบคลุมในมาตรฐานความสะอาด มีการทิ้งชุดป้องกันอย่างเหมาะสม มีการติดตั้งห้องน้ำและมีการเข้าถึงทรัพยากรน้ำสำหรับพนักงานโรงงานที่ทำงาน และพนักงานโรงงานก็มีความตระหนักเป็นอย่างดีที่จะต้องทำตามมาตรการอันเข้มงวดด้านความสะอาด

ทีมทนายความยังได้กล่าวเน้นย้ำว่า MHRA เองก็ได้เคยอนุมัติและมีการมาตรวจสอบโรงงาน การปฏิบัติงาน และผลิตภัณฑ์ของบริษัท Hinpack แล้ว

สำนักข่าวการ์เดี้ยนรายงานต่อไปว่ายังมีอีกข้อกล่าวหาหนึ่งก็คือประเด็นเรื่องการเผาทำลายของเสีย ที่แหล่งข่าวซึ่งทราบข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการณ์ของบริษัท Hinpack ได้ข้อมูลว่าบริษัทแห่งนี้นั้นมีการเผาขยะซ้ำๆกันตลอดเวลาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ที่ผ่านมา

ในช่วงเดือน ต.ค. หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมหรือ EA ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบส่วนอื่นๆของฟาร์มก็ได้มีการบันทึกหลักฐานเกี่ยวกับการเผาขยะของบริษัท Hinpack และได้มีการส่งคำแนะนำไปยังนายบอร์น แต่คำแนะนำดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ถ้าหากมีเรื่องนี้เกิดขึ้นอีก

พอมาถึงเดือน พ.ย. ผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงก็มีการรายงานถึงการเผาขยะในพื้นที่ แต่ทาง EA ได้รายงานไปว่ายังไม่พบข้อมูลที่เพียงพอที่จะระบุว่าเป็นความรับผิดชอบของบริษัท Hinpack

แต่ถึงกระนั้นในเวลาถัดมานายโรเบิร์ต สมิธพ่อตาของนายบอร์นก็ได้เขียนจดหมายให้ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ได้ทราบถึงปัญหาของการเผาขยะ

โดยในจดหมาย นายสมิธกล่าวว่าตัวลูกเขยของเขาในตอนแรกได้พยายามที่จะหาสถานที่สำหรับการผลิต และขอร้องให้ตัวเขาย้ายที่อยู่อาศัยไปยังอาคารที่นายบอร์นได้มีการจัดเตรียมไว้ให้ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น โดยนายบอร์นยังได้ให้ความมั่นใจกับตัวเขาว่าจะไม่มีการเผาขยะในพื้นที่อีกในอนาคต

ส่วนทีมทนายความของนายบอร์นก็ยังยืนยันเช่นเดิมว่ารายงานการเผาขยะในช่วงเดือน พ.ย.นั้นไม่จริง และอาจจะมาจากข้อร้องเรียนที่มีความประสงค์ร้ายก็เป็นได้

ขณะเดียวกัน ทางด้านของนายริชาร์ด วิลเลี่ยม สมาชิกสภาท้องถิ่นจากหมู่บ้านทริปโลว์ในพื้นที่แคมบริดจ์เชอร์ และยังเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมก็ได้เรียกร้องไปยังสภาท้องถิ่นแห่งเซาธ์แคมบริดจ์เชอร์ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่ามรการละเมิดมาตรการที่ทางบริษัทได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาหรือไม่

ต่อมาเมื่อช่วงเดือน ธ.ค. ก็มีการถามคำถามเหล่านี้ไปยังนายแฮนค็อกในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ถนนดาวนิง แต่นายแฮนค็อกก็ได้กล่าวว่าตัวเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอนกับสัญญาดังกล่าว

นายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตอบคำถามสื่อเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2563 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องในนาทีที่ 31.22 (อ้างอิงวิดีโอจาก 10 Downing Street)

แต่ก็ยังมีคำถามค้างคาอยู่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างนายแฮนค็อกกับนายบอร์น โดยชาวบ้านในพื้นที่อธิบายว่านายบอร์นและนายแฮนค็อกว่าเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกัน ขณะที่กรมอนามัยฯที่เป็นผู้ทำสัญญาก็ปฎิเสธจะให้ความเห็นในเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายบอร์นเองก็ได้ปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์กับนายแฮนค็อกเช่นกัน

พอมาถึงต้นเดือน ก.พ. ก็ปรากฏที่เป็นไวรัล หรือก็คือเผยแพร่และถูกกล่าวถึงไปทั่ว โดยภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพของนายแฮนค็อกที่มีรูปภาพของผับที่เป็นธุรกิจเดิมของนายบอร์นติดอยู่บนผนังที่กำแพงบ้านของนายแฮนค็อก ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นสถานที่ที่เขามักจะให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์อยู่เป็นบางครั้ง

นายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำลังให้สัมภาษณ์สื่อ โดยมีภาพของผับค็อกอินอยู่บนกำแพง

และยังปรากฏข้อมูลอีกว่าสมาชิกครอบครัวของตระกูลเวสตี้ส์ ที่เป็นหนึ่งในอดีตสมาชิกบ้าน ส.ส.ของนายแฮนค็อกเองก็เพิ่งจะซื้อบ้านจากนายบอร์นในกรุงลอนดอนเมื่อช่วง พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้ซื้อคือนายโรบิน เวสตี้ คิดเป็นมูลค่าการจัดซื้อบ้านทั้งสิ้น 1.2 ล้านปอนด์ (50,915,333 บาท)

ขณะที่นายแฮนค็อกก็ยืนยันว่าการซื้อบ้านหลังดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่มีความผิดแต่อย่างใด ส่วนทางด้านทีมทนายความของนายบอร์นกล่าวว่าที่ตระกูลเวสตี้ได้มาซื้อบ้านนั้นเพราะเพราะชอบบ้านหลังนี้เท่านั้น แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโครงการการผลิตหลอดแก้วสำหรับชุดตรวจโควิดของนายบอร์นแต่ประการใด ส่วนตระกูลเวสตี้ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องเหล่านี้

อนึ่งก่อนหน้านี้กรมอนามัยฯได้เคยเปิดเผยว่ารัฐบาลอังกฤษได้มีการใช้นโยบายการระดมพลเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา เพื่อจะจัดหาอุปกรณ์สำหรับการตรวจโควิด-19 ในประเทศให้ได้มากที่สุด เนื่องจากความต้องการชุดตรวจโควิดระดับโลกนั้นมีสูงมากจนทำให้สินค้าขาดตลาด

โดยโฆษกกรมอนามัยฯได้กล่าวว่าข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของผลิตภัณฑ์นั้นถูกแชร์ต่อไปยังผู้ที่มีความเหมาะสมในการจะเป็นผู้จัดส่งผลิตภัณฑ์ได้ และผู้จัดส่งผลิตภัณฑ์ทุกรายก็มีความจำเป็นที่จะต้องผ่านกระบวนการกำกับดูแลและการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สูง และทางกรมอนามัยฯยังได้มีการดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อจะให้ยืนยันได้แน่ชัดว่าสัญญานั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใส

เรียบเรียงเนื้อหาและรูปภาพจาก : https://www.theguardian.com/politics/2021/feb/21/matt-hancock-ex-neighbour-alex-bourne-under-investigation-uk-medical-regulator

Cr : https://www.isranews.org/article/main-investigative/96417-Coviddd.html

- Advertisement -