ยังหนัก!’สมุทรสาคร’ป่วยโควิดเพิ่ม 541 เป็นแรงงานต่างด้าว 455 ราย

28

สมุทรสาคร อัพเดตโควิด 14.00 น.พบผู้ป่วยรายใหม่ 541 ราย เป็นคนไทย 76 ราย แรงงานต่างด้าว 455 ราย ขณะที่ ศบค.แถลงประจำวันไทยป่วยเพิ่ม 315 ราย ติดในประเทศ 274 ราย ศบค.ยังไม่ยกระดับมาตรคุมโควิด-รอนายกฯลงนาม ‘นพ.ทวีศิลป์’เผยที่ประชุมทบทวนผ่อนปรนมาตรการ อนุญาตให้นั่งกินอาหารในร้านได้ แต่ต้องจัดระเบียบควบคุมโรค ส่วนทั่วโลกป่วยสะสม 84.97 ล้านราย

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2564 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานสถานการณ์ ณ เวลา 14.00 น. จ.สมุทรสาคร พบผู้ป่วยรายใหม่ 541 ราย เป็นผู้ป่วยมาจากการค้นหาเชิงรุก 505 ราย และเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล 36 ราย

ทั้งนี้เมื่อแยกผู้ป่วยรายใหม่ 541 ราย จะพบว่า เป็นคนไทย 76 ราย และเป็นแรงงานต่างด้าว 455 ราย

โดยในภาพรวม จ.สมุทรสาคร ผลการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ดำเนินการค้นหากลุ่มเสี่ยงแล้ว 20,125 ราย ส่งตรวจแลป 15,682 ราย และพบเชื้อทั้งหมด 1,945 ราย

ศบค.พบป่วยเพิ่ม 315 ราย ติดเชื้อในประเทศ 274 ราย
ก่อนหน้านี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยพบผู้ป่วยรายใหม่ 315 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 274 ราย เกิดจากการค้นหาเชิงรุกและพบการติดเชื้อในแรงงานต่างด้าว 20 ราย และอีก 21 รายเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ รวมผู้ป่วยสะสม 7,694 ราย หายป่วยเพิ่ม 38 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล 3,293 ราย และเสียชีวิตคงเดิม 64 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศ 274 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่ 53 จังหวัด เชื่อมโยงกลุ่มคลัสเตอร์ จ.สมุทรสาคร 2 ราย คลัสเตอร์ พัทยาและชลบุรี 1 ราย มีประวัติไปสถานที่เสี่ยงหรือมีอาชีพเสี่ยง 37 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 234 ราย พบเชื้อที่ กทม. 2 ราย นนทบุรี 1 ราย สมุทรสาคร 38 ราย ระยอง 43 ราย ชลบุรี 62 ราย สมุทรปราการ 8 ราย จันทบุรี 68 ราย และตราด 12 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2563 – 3 ม.ค.2564 ข้อมูล ณ วันที่ 3 ม.ค. เวลา 24.00 น. ยอดสะสม 3,286 ราย เชื่อมโยงคลัสเตอร์ จ.สมุทรสาคร 2,125 ราย และคลัสเตอร์ จ.ระยอง 407 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 757 ราย

ส่วนผู้ป่วยรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 21 ราย ประกอบด้วย บาห์เรน 1 ราย ปากีสถาน 3 ราย คูเวต 1 ราย สหรัฐอเมริกา 4 ราย รัสเซีย 2 ราย อิตาลี 1 ราย อินโดนีเซีย 1 ราย กาตาร์ 2 ราย อียิปต์ 3 ราย เอธิโอเปีย 1 ราย อินเดีย 1 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย

ทั่วโลกป่วย 549,080 ราย สะสม 84.97 ล้านราย
ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกพบผู้ป่วยเพิ่ม 549,080 ราย รวม 84,975,277 ราย อาการหนัก 106,510 ราย หายป่วย 60,093,000 ราย เสียชีวิต 1,843,313 ราย โดยสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยเพิ่ม 232,227 ราย รวม 20,904,701 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2,107 ราย รวม 358,682 ราย อินเดีย พบเพิ่ม 21,222 ราย รวม 10,324,631 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 266 ราย รวม 149,471 ราย บราซิล พบเพิ่ม 15,827 ราย รวม 7,716,405 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 301 ราย รวม 195,742 ราย ส่วนไทยอยู่ในอันดับที่ 136 ของโลก

ส่วนกระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า วันนี้จะมีคนเดินทางกลับเข้าไทยอีก 76 ราย 12 เที่ยวบิน ประกอบด้วย กาตาร์ 2 เที่ยวบิน 19 ราย บาห์เรน 1 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 20 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย ไต้หวัน 2 เที่ยวบิน 9 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 เที่ยวบิน 17 ราย เนเธอร์แลนด์ 2 ราย ฮ่องกง 4 ราย และสิงคโปร์ 3 ราย โดยทั้งหมดต้องเข้าอยู่ในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้เป็นระยะเวลา 14 วัน

ศบค.รอนายกฯลงนามมาตรการคุมโควิด-ผ่อนปรนนั่งกินในร้านตามความเหมาะสม
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ได้ทบทวนมาตรการต่างๆ ที่จะบังคับใช้ในพื้นที่ 28 จังหวัดที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ทั้งนี้ได้มีการปรับปรุงแก้ไขมีรายละเอียดประมาณ 8 ข้อ โดยหลังจากนี้จะนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้

1.ห้ามใช้อาคารหรือสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามใช้อาคารของโรงเรียน สถาบันการศึกษา ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด

2.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการควบคุมโรค เช่น ประชุม สัมมนา จัดเลี้ยง แจกจ่ายอาหาร หรือสิ่งของต่างๆ เว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ยกตัวอย่างกรณีการจัดงานแต่งงาน ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และต้องมีมาตรการสาธารณสุขรองรับ ทั้งนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์แต่ละพื้นที่ความรับผิดชอบ

3.ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอาศัยอำนาจตามกฎหมายพิจารณาสั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด

4.เงื่อนไขการเปิดดำเนินการในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สถานที่ กิจการ กิจกรรมดังต่อไปนี้ เปิดภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา และการจัดระบบระเบียบที่กำหนด

1)จำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม ให้จัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน การจัดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค โดยอาจให้เป็นลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่น โดยให้ ศบค. มหาดไทย และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณา กำหนดรูปแบบและการกำกับการดำเนินการตามข้อปฏิบัติของแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสม ซึ่งหมายถึงการปรับโทนมาตรการให้เบาลง

2) การจำหน่ายสุรา สำหรับร้านอาหาร สถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้าม จำหน่ายเพื่อบริโภคในร้าน

3) ห้างสรรพสินค้าเปิดได้ตามปกติ

5.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเปิดหรือปิดสถานที่ต่างๆตามสถานการณ์ได้

6.ทั้งนี้ขอความร่วมมือ แต่ไม่ได้หามการเดินทาง โดยให้ทำการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองโรค โดยเฉพาะการเดินทางของบุคคลจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้ดำเนินการตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด และต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนงดหรือชะลอข้ามเขตพื้นที่เว้นแต่มีเหตุจำเป็น

7.ให้ทำงาน Work From Home สลับวันเวลา หรือเหลื่อมเวลาทำงานให้ทำกันอย่างเต็มขีดความสามารถ

8.ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายข้อบังคับการใช้มาตรการป้องกันและยับยั้ง เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อให้อนุญาตให้ผ่อนคลายหรือกระชับมาตรการเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการทั้งหมดนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ จนกว่านายกรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบ ซึ่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นผู้นำรายละเอียดเสนอต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
สำหรับเหตุผลที่ยังไม่ใช้คำว่าล็อกดาวน์ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เมื่อไรก็ตามที่ ศบค.ต้องประกาศล็อกดาวน์ นั่นหมายความว่าคำสั่งจะทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจ กระทบต่อการหารายได้ของทุกคน ก็ต้องมีการเยียวยา ซึ่งเป็นภาระของภาษีเงินของทั้งประเทศ และเราก็เผชิญอยู่ในภาวะการตกต่ำของเศรษฐกิจทั้งโลก การใช้มาตรการต่างๆเหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายต้องเสีย ต้องเป็นภาพที่ทำให้ทุกคนลำบากทั้งหมด ฉะนั้ตอนนี้หากเรากระจายความรับผิดชอบ กระจายความร่วมมือกันได้ ทุกคนล้วนแต่อยากทำมาหากินและอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน ก็ต้องช่วยกัน

“คนที่เจ็บปวดที่สุดคือประชาชนปกติที่ต้องถูกจำกัดบริเวณ จำกัดเวลา จำกัดพื้นที่ แต่คนที่ทำผิดกฎหมายก็ยังทำอยู่อย่างนั้น ยังพบการละเมิดกฎหมาย ไปเล่นพนัน อยู่สถานที่มั่วสุม ดื่มสุราเหมือนเดิม ฉะนั้นเราจะไม่ให้คนที่ปกติต้องเดือดร้อน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/94721-isranews-covid-7.html

- Advertisement -