คดีอนุญาตสร้าง รร.สินเกียรติธานี! ศาลจำคุก 2 จนท.- ‘พิบูลย์-พวก 4 ราย’ แยกฟ้องใหม่

230

“…สำหรับคดีในส่วน นายพิบูลย์ รัชกิจประการ จำเลยที่ 1 นายประสิทธิ์ แบ้สกุล จำเลยที่ 2 นายวิเชียร ตันติอาภรณ์ จำเลยที่ 3 และ นายสุกิจ ฐิติวรการ จำเลยที่ 5 ให้การปฏิเสธ ศาลจึงได้มีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่…นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น ส.ส. พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล เขต 1 เป็นน้องชายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา …”

การอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารโรงแรมสินเกียรติธานี หรือ โรงแรมสินเกียรติบุรี โดยมิชอบของเทศบาลเมืองสตูล จังหวัดสตูล ในยุคที่ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ดำรงตำแหน่งเป็น นายกเทศมนตรีเมืองสตูล

เป็นอีกหนึ่งคดีที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญากับผู้เกี่ยวข้อง และส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสูด (อสส.) ฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายไปตั้งแต่ช่วงปี 2561

โดยผู้เกี่ยวข้องที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญาในคดีนี้ ประกอบไปด้วย นายพิบูลย์ รัชกิจประการ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเมืองสตูล นายประสิทธิ์ แบ้สกุล นายวิเชียร ตันติอาภรณ์ นายสุชาติ ขวัญเซ่ง นายสุกิจ ฐิติวรการ และ นายสมบูรณ์ วัฒนธรรม ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้อาศัยโอกาสที่ตนมีอำนาจหน้าที่ ร่วมกัน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของทางราชการ เกี่ยวกับการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโรงแรมสินเกียรติธานี หรือ โรงแรมสินเกียรติบุรี ที่ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล จำนวนหลายครั้ง โดยมิชอบ ขณะที่การก่อสร้างอาคารก็มีปัญหาไม่ถูกต้องตามระเบียบ ต้องถูกระงับการก่อสร้างและออกคำสั่งให้แก้ไข เปลี่ยนแปลงแบบแปลน หรือรายการคำนวณ แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร จนกระทั่งการก่อสร้างอาคารโรงแรมแล้วเสร็จ เป็นเหตุให้เทศบาลเมืองสตูลได้รับความเสียหาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้มีคำพิพาษาคดีนี้เป็นทางการแล้ว แต่พิพากษาเฉพาะในส่วนของ นายสุชาติ ขวัญเซ่ง ในฐานะจำเลยที่ 4 และนายสมบูรณ์ วัฒนธรรม ในฐานะจำเลยที่ 6 เนื่องจากให้การรับสารภาพ

โดย นายสุชาติ ขวัญเซ่ง เป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นอนุญาตตามขอต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้าง ครั้งที่ 2, 3,4 และ 5 ส่วน นายสมบูรณ์ วัฒนธรรม เป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นอนุญาตตามคำขอต่ออายุใบอนุญาตการก่อสร้างครั้งที่ 3 และ 4 ทั้งที่ เอกชนผู้ยื่นคำขอยังไม่ได้ก่อสร้างอาญาและไม่มีการตรวจสอบการก่อสร้างอาคาร

ศาลฯ จึงมีคำพิพากษาว่า นายสุชาติ ขวัญเซ่ง ในฐานะจำเลยที่ 4 และนายสมบูรณ์ วัฒนธรรม ในฐานะจำเลยที่ 6 มีความผิดตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้ง 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91

ลงโทษ นายสุชาติ ขวัญเซ่ง จำเลยที่ 4 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 4 กระทง รวมจำคุก 4 ปี

ลงโทษ นายสมบูรณ์ วัฒนธรรม จำเลยที่ 6 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง รวมจำคุก 2 ปี

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 78

คงลงโทษ นายสุชาติ ขวัญเซ่ง จำคุกก ระทงละ 6 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 24 เดือน

คงลงโทษ นายสมบูรณ์ วัฒนธรรม จำคุก กระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 12 เดือน

อย่างไรก็ดี คดีนี้เป็นการสร้างความเดือร้อน ภาระและความเป็นอยู่โดยปกติสูงของชุมชนเกินสมควรเป็นเวลานาน จึงเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

แต่คดียังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งสอง มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

สำหรับคดีในส่วน นายพิบูลย์ รัชกิจประการ จำเลยที่ 1 นายประสิทธิ์ แบ้สกุล จำเลยที่ 2 นายวิเชียร ตันติอาภรณ์ จำเลยที่ 3 และ นายสุกิจ ฐิติวรการ จำเลยที่ 5 ให้การปฏิเสธ

ศาลจึงได้มีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2563 พิจารณาแล้วมีมติชอบเห็นในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9

แต่ไม่ได้การระบุถึงกรณี ศาลฯ มีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องคดีใหม่ ในส่วนของ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ นายประสิทธิ์ แบ้สกุล นายวิเชียร ตันติอาภรณ์ และ นายสุกิจ ฐิติวรการ แต่อย่างใด

ขณะที่ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น ส.ส. พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล เขต 1 เป็นน้องชายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ผลคดีส่วนนี้ จะออกมาเป็นอย่างไร? เมื่อไร? ต้องติดตามดูกันต่อไป

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/94507-investigative00-13.html

- Advertisement -