ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด!’บิ๊กตู่’จี้สอบทุจริต’เราเที่ยวด้วยกัน’สั่งดำเนินคดีจนถึงที่สุด

27

ททท.พบโรงแรม 300 แห่ง เข้าข่ายทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ‘บิ๊กตู่’ จี้สอบรายละเอียด ย้ำคนทำผิดต้องถูกจัดการขั้นเด็ดขาด สั่งดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวด่วนถึงกรณีการได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำทุจริตในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ว่า ขณะนี้ ททท.ได้ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทย เข้าไปตรวจสอบพฤติกรรมและการทำธุรกรรมของโครงการนี้พบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดถึง 6 รูปแบบเป็นอย่างต่ำ เช่น การใช้ส่วนต่างคูปองในโครงการ , การตั้งราคาห้องพักสูงเกินจริง , เปิดให้จองที่พักแต่ไม่ได้ไปพักจริง หรือการเปิดให้จองพักแต่โรงแรมยังไม่ได้เปิดให้บริการ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า มีโรงแรมต้องสงสัยรวม 312 แห่ง และร้านค้าทุจริตเรื่องคูปองกว่า 202 แห่ง ส่วนมากเป็นโรงแรมขนาดเล็กๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมไปถึงมีโรงแรมขนาดใหญ่บางแห่งด้วย โดย ททท. มีรายชื่อโรงแรมและร้านอาหารต้องสงสัยทั้งหมดแล้ว จากนี้จะทำการตรวจสอบทุกกรณีโดยเร็วที่สุด หากพบว่าโรงแรมและร้านอาหารใดทำผิด หรือทุจริตจริง จะต้องถูกถอดออกจากโครงการ และขึ้นบัญชีดำ พร้อมกับดำเนินคดีทั้งแพ่ง และอาญา โดยใช้กฎหมายที่มีโทษขั้นสูงสุด อย่างไรก็ตามขณะนี้ต้องเลื่อนการลงทะเบียนรอบใหม่ในวันที่ 16 ธ.ค.ออกไปก่อน เพื่อดูผลสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ และขอให้ติดตามการกำหนดวันลงทะเบียนรับสิทธิ์ใหม่อีก 1 ล้านสิทธิ่ผานทางหน้เว็บไซต์เราเที่ยวด้วยกัน

(ที่มาข่าว : https://www.dailynews.co.th/economic/812855)

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการมาแล้วว่าให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการนี้ แต่อย่างไรก็ตามตรงนี้ก็ต้องไปดูในรายละเอียดก่อนว่าจะมีความผิดตามกฎหมายข้อไหนบ้าง แต่ขอยืนยันว่าความผิดนั้นเป็นความผิดทั้งทางฝั่งโรงแรม และฝั่งผู้ทุจริต ซึ่งก็คงต้องไปด้วยกันทั้งหมด

ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีการแสวงประโยชน์ร่วมกันในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือพูดง่ายๆ ว่ามีการโกงเกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบหาคนทำผิดให้เจอ ไม่ว่าคนกลุ่มนี้จะเป็นใคร ผู้ประกอบการโรงแรมไหน จะต้องถูกจัดการขั้นเด็ดขาด ต้องถูกดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะรัฐบาลเห็นว่า การดำเนินโครงการเพื่อประชาชน ไม่ควรมีการกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews-news/94219-isranews-eco-2.html

- Advertisement -