AI ช่วยผู้ประกอบการเมืองเหวินโจว มณฑลเจ้อเจียงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
AI ถูกนำมาใช้ในภาคธุรกิจอย่างกว้างขวางในเมืองเหวินโจว มณฑลเจ้อเจียง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเปิดทางให้ผู้ประกอบการปรับตัวเข้าสู่ระบบการผลิตอัจฉริยะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Wang Bo ซึ่งทำหน้าที่เป็น “นักแปล AI” กล่าวว่า แนวคิดเรื่อง “นักแปล AI” เริ่มถูกนำมาใช้ในช่วงต้นปีนี้ เมื่อภาคอุตสาหกรรมเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตอัจฉริยะ ปัญหาที่หลายบริษัทเผชิญคือ ขาดบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี จึงเริ่มดึงผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยที่ทำงานด้าน AI เข้าไปช่วยทำหน้าที่เชื่อมระหว่างความรู้ของช่างฝีมือกับเทคโนโลยี
ที่ผ่านมา การแยกชนิดและตรวจสอบคุณภาพหนังต้องอาศัยสายตาและประสบการณ์ของช่างผู้ชำนาญเป็นหลัก และนี่คือ จุดที่ทีมของ Wang Bo เลือกเริ่มต้นพัฒนา AI โดยพยายามเปลี่ยน “ประสบการณ์ของช่าง” ให้กลายเป็นข้อมูล
เขาอธิบายว่า ทีมงานจะรวบรวมภาพจากกระบวนการตรวจสอบคุณภาพของพนักงาน จากนั้นนำตัวอย่างไปขยายดูด้วยกล้องจุลทรรศน์และจัดเก็บเป็นชุดข้อมูล ก่อนนำไปฝึกโมเดล AI ให้จดจำลักษณะเฉพาะของหนังแต่ละประเภท
เมื่อมีตัวอย่างหนังชุดใหม่เข้ามา ระบบจะถ่ายภาพและนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่มีอยู่ จากนั้นโมเดลจะสามารถระบุได้ว่า หนังดังกล่าวเป็นหนังแกะ หนังวัว หรือหนังหมู
ในอดีต การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ 1 ล็อต ตั้งแต่การสุ่มตัวอย่างจนถึงการจัดทำรายงาน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน แต่ปัจจุบัน AI สามารถจำแนกชนิดของหนังได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ขณะที่ทีมงานกำลังพัฒนาระบบ AI สำหรับตรวจหาตำหนิของวัสดุเพิ่มเติม
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ บริษัท ไมเทียน เอเนอร์จี (Maitian Energy) ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานในเหวินโจว ซึ่งมีตลาดหลักอยู่ในต่างประเทศ
นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทใช้ Token สำหรับระบบ AI คิดเป็นมูลค่าราว 300,000 หยวน (1.51 ล้านบาท)
Liu Lianbo ผู้อำนวยการฝ่าย IT บริษัทไมเทียน เอเนอร์จี กล่าวว่า บริษัทเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ภายในองค์กร เพื่อใช้ติดตามประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาสร้างเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการสิทธิบัตรและติดตามความคืบหน้าของโครงการ
เมื่อ AI เริ่มเข้าไปอยู่ในโรงงานมากขึ้น คำถามต่อมาคือ เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้าถึงธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีแม้แต่แผนก IT ได้หรือไม่
เหวินโจวเป็นเมืองที่เติบโตขึ้นมาจากแนวคิด “สินค้าชิ้นเล็ก ตลาดขนาดใหญ่” โดยเบื้องหลังระบบเศรษฐกิจนี้คือ ผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนหลายหมื่นราย
Pan Linglong เจ้าของร้าน KH Ajie Collection Store เป็นผู้ประกอบการรุ่นหลังปี 1995 และปัจจุบันกลายเป็นคนในร้านที่มีความรู้เรื่อง AI มากที่สุด
เธอกล่าวว่า ร้านเริ่มใช้ AI ตั้งแต่ปีที่แล้ว ช่วยลดต้นทุนการจ้างนางแบบจริง ซึ่งเดิมต้องใช้เงินหลายหมื่นหยวนต่อปี ปัจจุบันร้านเพียงถ่ายภาพเสื้อผ้า จากนั้นใช้ AI นำเสื้อผ้าไปสวมบนภาพนางแบบเสมือน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และสามารถสร้างภาพเสื้อผ้าได้หลายชุดภายใน 1 วัน
เพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถใช้ AI ได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง และไม่จำเป็นต้องเข้าใจระบบเบื้องหลังอย่างละเอียด ศูนย์ปฏิบัติการโทเคนภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ จึงเปิดดำเนินการในเหวินโจวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ศูนย์แห่งนี้ถือเป็น “โรงงาน Token” แห่งแรกของมณฑลเจ้อเจียงโดยมีเป้าหมายช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีทีมเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง สามารถเข้าถึงและใช้งาน AI ได้ง่ายขึ้น
ในไตรมาสแรกของปีนี้ ปริมาณการใช้ Token ในภาคการผลิตของเมืองเพิ่มขึ้นถึง 2,261 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แสดงให้เห็นว่า AI กำลังเปลี่ยนจากเทคโนโลยีที่ใช้เฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่ ไปสู่เครื่องมือที่ธุรกิจทุกระดับในเหวินโจวเริ่มนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตอัจฉริยะ
คลิปข่าวจากภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)










