วันจันทร์ 28 กันยายน 2026
หน้าแรก การเมือง จีน–สหรัฐวางกรอบสัมพันธ์ใหม่ บรรลุฉันทามติ 8 ข้อ หลังการพบกันของสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์

จีน–สหรัฐวางกรอบสัมพันธ์ใหม่ บรรลุฉันทามติ 8 ข้อ หลังการพบกันของสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์

2

การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ปิดฉากลงพร้อมผลลัพธ์ที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งสองฝ่ายบรรลุฉันทามติร่วม 8 ข้อ เช่น กรอบความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ เศรษฐกิจและการค้า ปัญญาประดิษฐ์ การปราบปรามยาเสพติด และประเด็นระหว่างประเทศ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2026 และหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้นำทั้งสองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งเรื่องความสัมพันธ์จีน–สหรัฐและสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนประกาศผลการหารืออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กันยายนว่า สองประเทศบรรลุฉันทามติ 8 ข้อ

ข้อแรก และถือเป็นกรอบใหญ่ที่สุดของการหารือ คือ จีนและสหรัฐเห็นพ้องเดินหน้าสร้าง “ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐเชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของความเคารพ ความเป็นธรรม และการต่างตอบแทน”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวระหว่างการหารือว่า จีนและสหรัฐควรพาความสัมพันธ์ไปในทิศทางที่ “ความร่วมมือเป็นแกนหลัก การแข่งขันอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ความแตกต่างสามารถบริหารจัดการได้ และสันติภาพเป็นสิ่งที่คาดหวังได้” พร้อมระบุว่า ทั้งสองประเทศมีเงื่อนไขเพียงพอที่จะแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันผ่านความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ส่งเสริมซึ่งกันและกันผ่านการแข่งขันที่สร้างสรรค์ และบริหารความแตกต่างด้วยการแสวงหาจุดร่วม

ข้อที่ 2 ทั้งสองฝ่ายตกลงสนับสนุนกันในการเป็นเจ้าภาพเวทีพหุภาคีสำคัญ โดยสหรัฐจะสนับสนุนจีนในการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ APEC ขณะที่จีนจะสนับสนุนสหรัฐในการจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม G20 และผู้นำทั้งสองมีความตั้งใจจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมที่อีกฝ่ายเป็นเจ้าภาพ

ข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นว่า แม้จีนและสหรัฐยังมีการแข่งขันและความแตกต่างในหลายด้าน แต่ทั้งสองฝ่ายยังเห็นความสำคัญของการประสานงานผ่านเวทีเศรษฐกิจพหุภาคี ซึ่งจีนและสหรัฐต่างมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

ข้อที่ 3 ผู้นำจีนและสหรัฐเห็นตรงกันว่า อิหร่านควรปฏิบัติตามพันธกรณีที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมยืนยันว่า ไม่ควรมีประเทศหรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ

ประเด็นนี้ทำให้ผลการหารือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ขยายไปถึงประเด็นความมั่นคงและการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการค้า พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานของโลก

ข้อที่ 4 ผู้นำทั้งสองประเทศย้อนถึงประวัติศาสตร์ที่จีนและสหรัฐเคยเป็นพันธมิตรกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และร่วมต่อสู้จนได้รับชัยชนะ

การหยิบยกประวัติศาสตร์ช่วงดังกล่าวขึ้นมากล่าวในการหารือครั้งนี้จึงมีนัยทางการทูต เพราะเป็นการเน้นย้ำว่า ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐไม่ได้มีเพียงการแข่งขัน แต่ในอดีตทั้งสองประเทศยังเคยร่วมมือกันในประเด็นสำคัญระดับโลก

ข้อที่ 5 เป็นผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่จับต้องได้มากที่สุดของการประชุม ผู้นำทั้งสองยอมรับบทบาทเชิงบวกของกลไกการหารือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน–สหรัฐ รวมถึงผลการเจรจาของทีมเศรษฐกิจทั้งสองฝ่าย และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าปฏิบัติตามฉันทามติที่บรรลุร่วมกัน

หนึ่งในนั้น คือ ข้อตกลงเกี่ยวกับการลดภาษีแบบต่างตอบแทน โดยเอกสารของฝ่ายจีนระบุถึงข้อตกลงลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับสินค้ามูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทำเนียบขาวให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ครอบคลุมการให้สิทธิทางภาษีที่เอื้อประโยชน์มากขึ้นแก่สินค้าที่ไม่อ่อนไหว มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเดินหน้ากลไกด้านการค้า และขยายเวลาผลการหารือทางเศรษฐกิจและการค้าที่กัวลาลัมเปอร์ พร้อมมอบหมายให้ทีมงานของทั้งสองประเทศดำเนินการตามข้อตกลงต่อไป

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวว่า ผลการหารือทางเศรษฐกิจรอบล่าสุดถือเป็นข่าวดีต่อภาคธุรกิจ ประชาชนของทั้งสองประเทศ และเศรษฐกิจโลก พร้อมระบุว่า หากต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ ทั้งสองฝ่ายควรเพิ่มรายการความร่วมมือและลดรายการปัญหาที่เป็นข้อขัดแย้ง

ข้อที่ 6 คือ ความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งฝ่ายจีนระบุว่าเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนและสหรัฐได้ร่วมกันคลี่คลายคดีที่เกี่ยวข้องกับสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่และสารตั้งต้นทางเคมีหลายคดี และจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายสิบคนในสองประเทศ

ความร่วมมือนี้เป็นอีกตัวอย่างของพื้นที่ที่จีนและสหรัฐยังสามารถทำงานร่วมกันได้ แม้จะมีความแตกต่างในประเด็นอื่น

ข้อที่ 7 จีนและสหรัฐตกลงจัดตั้งกลไกการหารือด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของเทคโนโลยี พร้อมกำหนดจัดการหารือรอบถัดไปในเดือนพฤศจิกายน 2026 และตั้งช่องทางสื่อสารสำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะ

ความตกลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่จีนและสหรัฐต่างเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรม AI โลก แม้การแข่งขันด้านเทคโนโลยียังคงดำเนินต่อไป แต่การเปิดช่องทางหารือโดยตรงเพิ่มพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและจัดการความเสี่ยงที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญร่วมกัน

ข้อที่ 8 แม้จะเป็นประเด็นที่เบากว่าเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง แต่มีความหมายในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน เมื่อฝ่ายสหรัฐแสดงความยินดีต่อการเดินทางมาถึงของแพนด้ายักษ์ 2 ตัว ที่จีนให้สวนสัตว์แอตแลนตายืมเลี้ยง

“การทูตแพนด้า” เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่อยู่คู่ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐมายาวนาน และการนำเรื่องนี้เข้าเป็นหนึ่งในผลลัพธ์อย่างเป็นทางการของการเยือนครั้งนี้ ทำให้มิติความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนถูกวางไว้เคียงข้างประเด็นเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง

นอกจากฉันทามติ 8 ข้อแล้ว กองทัพจีนและสหรัฐยังเห็นพ้องที่จะเร่งลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อเสริมการสื่อสารและการป้องกันวิกฤต รวมถึงเดินหน้าความร่วมมือในการค้นหาร่างทหารสหรัฐที่สูญหายในจีนต่อไป

การหารือครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับแนวทางที่จีนเสนอมาอย่างต่อเนื่องว่า สองมหาอำนาจสามารถแข่งขันและร่วมมือกันได้ในเวลาเดียวกัน หากยังรักษาการเจรจา แสวงหาผลประโยชน์ร่วม และบริหารความแตกต่างไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ทั้งหมด ซึ่งทำให้ทั้งสองประเทศมีกรอบและช่องทางในการจัดการความสัมพันธ์ที่ชัดเจนขึ้น ในช่วงเวลาที่ทิศทางความสัมพันธ์ของสองมหาอำนาจต่างมีผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ การค้า และเสถียรภาพของโลก

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ภาพ : CGTN

- Advertisement -