หลังปักหมุดดำเนินธุรกิจในไทยครบ 3 ปี ค่ายยานยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากจีน “บีวายดี” (BYD) ยังคงเดินหน้าสายพานการผลิตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยอดประกอบรถยนต์จากฐานผลิตในประเทศเตรียมแตะหลัก 100,000 คัน พร้อมเร่งสปีดยกระดับโรงงานไทยสู่ฐานส่งออกป้อนตลาดโลก
เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา บีวายดีเปิดโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จ.ระยอง ต้อนรับคณะสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ ซึ่งโรงงานแห่งนี้นับเป็นฐานการผลิตรถยนต์นอกประเทศจีนแห่งแรกของค่าย โดยวางระบบการผลิตครบวงจร 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ปั๊มขึ้นรูป (Stamping) เชื่อมประกอบ (Welding) พ่นสี (Painting) และประกอบขั้นสุดท้าย (Assembly) ทั้งยังผลิตชิ้นส่วนหัวใจสำคัญอย่าง แบตเตอรี่, มอเตอร์ไฟฟ้า และตัวควบคุมมอเตอร์ได้เองในโรงงาน ปัจจุบันเดินสายการผลิต 1 กะ กำลังผลิตอยู่ที่ 5,000–6,000 คันต่อเดือน รองรับการผลิตรถยนต์ 5 รุ่น ได้แก่ Atto 3, Dolphin, Seal, Sealion 5 และ Sealion 6 ครอบคลุมทั้งรุ่นพวงมาลัยขวาและพวงมาลัยซ้าย

ชูโรงงานอัจฉริยะ ดันแรงงานไทยนั่งแท่นคุมสายผลิต
ด้านเทคโนโลยีการผลิต BYD เน้นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โรงปั๊มขึ้นรูปติดตั้งเครื่องปั๊มแรงกด 2,500 ตัน โรงเชื่อมใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติกว่า 500 ตัวทำงานเชื่อมจุด ส่วนกระบวนการอื่นใช้ระบบออโตเมชันเกิน 70% ขณะที่โรงพ่นสีขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์กว่า 60 ตัว ทำงานอัตโนมัติ 100% พร้อมเลือกใช้สีสูตรน้ำและเทคโนโลยี RTO กำจัดไอเสีย สะท้อนดีเอ็นเอของบริษัทที่มุ่งเน้นความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีมากกว่าการทุ่มงบโฆษณา
ในแง่ทรัพยากรบุคคล ปัจจุบันโรงงานมีการจ้างงานกว่า 5,500 ตำแหน่ง โดยเป็นสัดส่วนแรงงานไทยสูงถึง 94% (เพิ่มขึ้นราว 5% จากปีก่อนหน้า) ระดับหัวหน้างานและหัวหน้ากลุ่มสายการผลิตกว่า 200 ตำแหน่งเป็นคนไทยทั้งหมด เช่นเดียวกับทีมวิศวกรไทยที่มีมากกว่า 300 คน หากอนาคตขยายกำลังผลิตเป็น 2 กะ คาดว่าจะจ้างงานแตะ 9,000 คน พร้อมดึงสัดส่วนคนไทยเพิ่มขึ้น โดยบริษัทเน้นถ่ายทอดโนว์ฮาวผ่านการส่งพนักงานไปเทรนงานที่จีน จับมือมหาวิทยาลัยพัฒนาทักษะวิชาชีพ จนได้รับรางวัลองค์กรผู้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยจากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา
ดึงซัพพลายเออร์นานาชาติ หนุน Local Content ทะลุ 50%
ด้านห่วงโซ่อุปทาน BYD คัดกรองซัพพลายเออร์เข้าสู่ระบบจัดซื้อแล้ว 266 ราย มีทั้งผู้ประกอบการไทย จีน ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ แบ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 125 ราย และผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันยานยนต์ 40 ราย ครอบคลุมชิ้นส่วนราว 1,090 รายการ โดยประเมินสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ไว้ที่ประมาณ 50% และอยู่ระหว่างทบทวนสูตรคำนวณที่อาจสะท้อนตัวเลขจริงสูงกว่านี้
ปรับกลยุทธ์ในประเทศ พร้อมดันยอดส่งออกแตะ 40%
ท่ามกลางความท้าทายของตลาดยานยนต์ไทยที่ชะลอตัว ยอดขายรวมทั้งประเทศหดตัวลงมาอยู่ที่ราว 600,000 คันต่อปี จากที่เคยแตะระดับ 1 ล้านคัน (ในจำนวนนี้เป็นรถนำเข้าถึง 100,000 คัน) ประกอบกับการแข่งขันจากค่ายรถจีนที่เข้ามาตั้งโรงงานในไทยราว 8 แบรนด์ ตลอดจนต้นทุนการผลิตในประเทศที่ยังเสียเปรียบรถนำเข้าสำเร็จรูป BYD จึงมุ่งเร่งขยายตลาดต่างประเทศอีกทางหนึ่ง
ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา รถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานระยองราว 40% ถูกส่งออกไปยังกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน ออสเตรเลีย ปากีสถาน และยุโรป เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นฐานผลิตระดับสากลอย่างเต็มตัว
ทั้งนี้ แม้ภาพรวมตลาดไทยจะไม่เติบโตตามเป้านัก แต่บริษัทยังเชื่อมั่นศักยภาพระยะยาว เดินหน้าผนึกกำลังภาครัฐและชุมชนต่อเนื่อง พร้อมคาดหวังให้มีมาตรการรัฐสนับสนุนผู้ลงทุนที่สร้างฐานการผลิตจริงในประเทศ เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันอย่างยั่งยืน











