ปม “โกงสอบท้องถิ่น” กำลังกลายเป็นมหากาพย์ที่ยิ่งขุด ยิ่งแฉให้เห็นถึงความเน่าเฟะ ปล่อยปะละเลยกันตั้งแต่ระดับบนจนถึงท้ายขบวน เป็นขบวนการที่อุกอาจท้าทายกฎหมายบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง …!!!
เพราะท้ายสุดแล้ว มักจะได้แต่ปลาซิวปลาสร้อยมาสังเวย เพื่อลดกระแสสังคมวิพากษวิจารณ์ได้เพียงเท่านั้น ไหนเลยจะลากไปถึงตัวการใหญ่ที่ทำให้บ้านเมืองวิปริตมาได้ถึงเพียงนี้
ที่สำคัญ ไม่เคยหลาบจำ แต่กลับยิงตรงกันข้าม จัดกระบวนการโกงใหญ่โตขึ้น มาคราวนี้ล่อกันทั่วประเทศ ยัดคนโกงเข้าระบบนับพันรายหรืออาจปาไปถึงกว่าครึ่งหมื่น สวาปามกันไปไม่ต่ำกว่า 5,000 พันล้านบาท
หันมาดูการสอบสวนกันบ้าง เพราะงานนี้ กำลังถูกโยนไปยัง 2 หน่วยงาน คือหน่วยงานแรกที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นเจ้าของโครงการ กรมส่งเสริมการปกครองส่วยท้องถิ่น (สถ.) และหน่วยงานที่รับไปดำเนินการจัดสอบ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. ให้สัมภาษณ์ ตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขคะแนน และมีคนที่มีแนวโน้ม หรือมีส่วนเกี่ยวข้องคือข้าราชการของ สถ. และผู้ได้รับการว่าจ้าง รวมถึงเอกชน และบุคคลภายนอก รวมถึงบริษัทที่ ป.ป.ช.ไปตรวจจับที่ จ.นนทบุรี และมีคนอื่นอีก ซึ่งมีคนอยู่ในกระบวนการเยอะพอสมควร
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นำผลสอบข้อเท็จจริงมาตั้งคณะกรรมการสอบวินัยบุคคลที่อยู่ในข่ายของกระทรวงมหาดไทยจำนวน 5 คน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งอยู่ในมือของตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งสอบสวนอยู่ประมาณ 10 กว่าคน โดยจะมีการขยายผลต่อไป รวมถึง ป.ป.ช.จะตรวจสอบย้อนหลังว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยใช้เวลา 3-6 เดือน ซึ่งเป็นที่มาของผู้เกี่ยวข้องไม่ได้มีเพียงแค่ 5 คน
ขณะที่ มศว ก็ตั้งโต๊ะแถลงผลสอบในเวลาไล่เรี่ยกัน โดย ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มศว ออกโรงเอง เบื้องต้นระบุว่า มหาวิทยาลัยให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ และได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการตรวจสอบพบประเด็นที่อาจนำไปสู่การทุจริต 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอก กระบวนการประกาศผลสอบ และขั้นตอนการจัดการข้อมูลคะแนน โดยเฉพาะขั้นตอนการส่งผลคะแนนระหว่าง มศว กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ.
ทั้งนี้ ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ใน TOR มศว จะบันทึกผลคะแนนลงแฟลชไดรฟ์ 2 ชุด ชุดแรกส่งให้ สถ. ส่วนอีกชุดเก็บไว้เป็นข้อมูลสำรอง จากนั้น สถ.จะส่งข้อมูลกลับมายัง มศว เพื่อประทับตรา ก่อนส่งคืนให้ สถ.นำไปประกาศผล กระบวนการส่งข้อมูลไป-กลับนี้เป็นจุดที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า อาจเปิดช่องให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลคะแนนระหว่างทาง
มศว ชี้แจงว่า ไฟล์คะแนนมีการลง digital signature ซึ่งสามารถตรวจสอบร่องรอยการแก้ไขได้ หากนำแฟลชไดรฟ์ของ มศว มาเปรียบเทียบกับข้อมูลของ สถ. จะสามารถพิสูจน์ได้ว่า มีการแก้ไขข้อมูลหรือไม่ แก้ในช่วงใด และเกิดขึ้นในขั้นตอนไหน โดยขณะนี้หลักฐานสำคัญทั้งแฟลชไดรฟ์และกระดาษคำตอบอยู่ในความครอบครองของสำนักงาน ป.ป.ช.แล้ว
สอดคล้องกับที่นายไทกร พลสุวรรณ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มศว เรียกร้องให้นายอนุทิน นำแฟลชไดรฟ์ของ มศว และแฟลชไดรฟ์ของ สถ. ที่หากนายกรัฐมนตรีเชื่อว่ามีการแก้ไขข้อมูลข้อสอบ ก็สามารถดำเนินการผ่านสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อนำแฟลชไดรฟ์ทั้งสองชุดมาเปิดตรวจสอบพร้อมกัน เพื่อเปรียบเทียบว่า มีการแก้ไขข้อมูลหรือไม่ แก้ไขในจุดใด และผู้ใดเป็นผู้ดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวระบวุว่า หากไล่เลียงชื่อ ข้าราชการสังกัด สถ. ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยเข้าไปเกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์ ขณะนี้มีเพียง 3 คน คือ รุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต, ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม อดีต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ สังกัดเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งบทลงโทษจากหน่วยงานต้นสังกัด มีทั้งถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน และถูกเด้งพ้นจากหน้าที่ไปปฎิบัติหน้าที่อื่นและถูกพักราชการ
สำหรับ จ.ส.ต.พิชิต นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจค้น บริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด สถานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขข้อมูลกระดาษคำตอบ เพื่อปรับคะแนนให้สอดคล้องกับผลคะแนนที่ประกาศ ออกมาแล้ว ช่วยแก้ไขข้อมูลมีรายชื่อผู้สมัครที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ ก็ยังไม่ได้ปรากฏตัวที่ไหน
แม้จะส่งหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่คณะกรรมการพนักงานเทศบาล (ก.ท.จ.) เพชรบูรณ์ มีมติสั่งพักราชการ ไว้ก่อน จนกว่ากระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2569 คณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง ได้ส่งหนังสือด่วนให้ จ.ส.ต.พิชิต เข้าให้ถ้อยคำหลังที่ห้องประชุมสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์แล้วก็ตาม แต่จนถึงขณะนี้ “ตัวละคร” และการคลี่เส้นเงินที่มูลค่ามากกว่า 4.5 พันล้านบาท ยังไม่สามารถสาวถึงผู้บงการได้เลย
สำหรับการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินของขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น มีรายงานจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ระบุว่า มีนายหน้ากระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง ภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ ประมาณ 10 กลุ่ม ซึ่ง CIB ปปง.และป.ป.ช.กำลังขะมักเขม้นตรวจสอบเครือข่ายเชิงลึก ความสัมพันธ์ของ “ปลาใหญ่-ปลาเล็ก” และ “บิ๊กหลังฉาก” ว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร
ด้วยว่าขบวนการโกงสอบทั้งถิ่นเกิดขึ้นทุกภาคทั้งประเทศ สำหรับอัตราบรรจุ 6,669 อัตรา ขณะที่มูลค่าความเสียหายสูงถึง 4 ,500 ล้านบาท ขณะที่สุ่มตรวจกระดาษคำตอบ พบมีการแก้คะแนนเกินครึ่ง แต่มีข้าราชการ สถ.ถูกชี้มีความผิดเข้าวินัยเพียง 5 คนเท่านั้น ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงที่ควรจะเป็น เฉพาะเส้นเงินทุจริตในพื้นที่แห่งหนึ่ง จากเครือข่ายข้าราชการรายเดียวก็มากกว่า 400 ล้านบาทแล้ว
และหากมีการตรวจสอบรูรั่วของเส้นเงินอย่างเข้มข้นจริงๆ ทั้งการ “จ่ายตรงแบบชนมือ” หรือ “ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์” คงทำได้ไม่ยาก หากไม่มีการตัดตอน “ปลาใหญ่” และฆ่า “ปลาเล็ก” เซ่นสังเวยขบวนการนี้ไปเสียก่อน!!!
มาถึงตรงนี้ คงกล่าวไม่เกินจริง หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบไปเต็ม หนีไม่พ้น สถ.
และอีกคนที่ต้องถามถึง ก็คือคนชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่นั่งเก้าอี้มหาดไทยที่ดูแล หน่วยงาน สถ.มาหลายสมัย ไม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบอะไรเลยหรือ..!!??










