กระแสความนิยมของซีรีส์จีนเรื่อง ล่าหยก (Pursuit of Jade) ทำให้ชื่อของ “เหิงเตี้ยน” กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์จีนที่กำลังเติบโต
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมจีน ซึ่งกำลังเปลี่ยนจากการผลิตคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง ไปสู่การใช้คอนเทนต์เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของจีน
เหิงเตี้ยนเวิลด์สตูดิโอส์สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1996 บนพื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันเป็นฐานการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีฉากจำลองพระราชวัง เมืองโบราณ และสถาปัตยกรรมจากหลายยุคสมัยของจีน จนได้รับสมญานามว่า “ฮอลลีวูดแห่งจีน”
ปีนี้ เหิงเตี้ยนยังมีบทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเหิงเตี้ยนกำลังพัฒนาโมเดล “ภาพยนตร์+การท่องเที่ยว” อย่างจริงจัง โดยเชื่อมโยงอุตสาหกรรมภาพยนตร์เข้ากับการท่องเที่ยว การบริการ การค้าปลีก และเศรษฐกิจประสบการณ์ (Experience Economy) เพื่อเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงเหิงเตี้ยนสามารถสวมชุดฮั่นฝู เดินเข้าสู่ฉากพระราชวังโบราณ เข้าร่วมกิจกรรมจำลองการถ่ายทำ หรือมีส่วนร่วมในประสบการณ์เสมือนจริงที่สร้างขึ้นจากโลกของซีรีส์ สอดคล้องกับแนวคิดใหม่ของจีนที่มองว่า “IP วัฒนธรรม” สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่ารายได้จากการออกอากาศ
ในอดีต ความสำเร็จของซีรีส์อาจวัดจากเรตติ้งหรือยอดรับชม แต่ในปัจจุบัน จีนกำลังวัดความสำเร็จจากความสามารถในการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในโลกจริง
แนวทางดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของจีนที่ส่งเสริมการบูรณาการวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี เพื่อกระตุ้นการบริโภคและสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ทางเศรษฐกิจ
ภายใต้เป้าหมายการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ รัฐบาลจีนส่งเสริมการบูรณาการระหว่างวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี โดยมองว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจจีนในอนาคต
ในมุมนี้ เหิงเตี้ยนจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ แต่เป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ของโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ที่ใช้เรื่องเล่า ตัวละคร และจินตนาการ สร้างการใช้จ่าย การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
จากเรื่องราวที่เริ่มต้นบนหน้าจอ สู่การเดินทางของผู้คนในโลกจริง เหิงเตี้ยนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ซีรีส์ 1 เรื่องอาจไม่ได้สร้างเพียงเรตติ้ง แต่สามารถสร้างนักท่องเที่ยว สร้างการจ้างงาน และสร้างเศรษฐกิจให้กับทั้งเมืองได้เช่นกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นในเหิงเตี้ยนสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีน จากยุคที่รายได้หลักมาจากการขายบัตรชมภาพยนตร์และลิขสิทธิ์การออกอากาศ สู่ยุคที่คุณค่าของคอนเทนต์ถูกต่อยอดไปยังการท่องเที่ยว การค้าปลีก และบริการต่าง ๆ จนเกิดเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงโลกบนจอกับโลกแห่งความเป็นจริงเข้าด้วยกัน
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : CGTN










