คดีที่ 2! ศาลทุจริตฯ สั่งจำคุก 3 ปี 9 ด. อดีตนายกอบต.บางรักพัฒนา จ้างปิดกั้นคลองเท็จ

297

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา ‘บัวทิพย์ สุขจั่น’ อดีตนายกอบต.บางรักพัฒนา นนทบุรี จัดทำหลักฐานจ้างปิดกั้นคลองบางไผ่ หมู่ที่ 6 เป็นเท็จ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี 9 เดือน – หลังจากก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์ สั่งลงโทษคุก 10 ปี กรณีเบียดบังค่าเช่าแผงตลาด-ไฟฟ้าไปแล้ว

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นางบัวทิพย์หรือ ดร.บัวทิพย์ สุขจั่น เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี กับพวก 2 ราย คือ นายอภัย สุขเพ็ชร์ และนายอิสรานันต์ จงสุขสันต์ จัดทำหลักฐานการจัดจ้างปิดกั้นคลองบางไผ่ หมู่ที่ 6 เป็นเท็จ

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 และ 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 83 มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา

โดยความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาว่า นางบัวทิพย์หรือ ดร.บัวทิพย์ สุขจั่น จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 151, 157 และ 162 (1) (4) คงจำคุก มีกำหนด 3 ปี 9 เดือน

นายอภัย สุขเพ็ชร์ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 83 คงจำคุกมีกำหนด 1 ปี 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

นายอิสรานันต์ จงสุขสันต์ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 83 คงจำคุกมีกำหนด 2 ปี 6 เดือน

อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 162 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการดังต่อไปนี้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่

(1) รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ

(2) รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง

(3) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด หรือจดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น หรือ

(4) รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

อนึ่งก่อนหน้านี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นางบัวทิพย์หรือ ดร.บัวทิพย์ สุขจั่น เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี กรณีเบียดบังค่าไฟฟ้าและค่าดูแลตลาดหมู่บ้านบัวทอง ซอย 6 หมู่ที่ 10 ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2559 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2562 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 รวม 2 กระทง สั่งลงโทษจำคุก กระทงละ 5 ปี รวมเป็น 10 ปี โดยไม่ลงโทษปรับ เนื่องจากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือน พ.ย.2559 สำนักข่าวอิศรา เคยสืบค้นฐานข้อมูลการไต่สวนคดีของ ป.ป.ช. พบว่า นางบัวทิพย์ สุขจั่น อดีตนายก อบต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง กับพวก 2 คน เคยปรากฎชื่อถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งไต่สวนหลายคดี ได้แก่

1.กรณีจัดจ้างปิดกั้นคลองโครงการปิดกั้น คลองบางแพรก (คาร์ฟูร์) ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 7.50 เมตร ลึกประมาณ 3 เมตร โดยวิธีตกลงราคา วงเงิน 68,000 บาท

2.กรณีจัดจ้างปิดกั้นคลองโครงการปิดกั้น คลองนายพื้น หมู่ที่ 6 ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 7.50 เมตร ลึกประมาณ 3 เมตร โดยวิธีตกลงราคา วงเงิน 68,000 บาท

3. กรณีจัดจ้างปิดกั้นคลองโครงการปิดกั้น คลองวัดลาดปลาดุก ข้างกำแพงหมู่บ้านเศรณี หมู่ที่ 8 ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร ลึกประมาณ 3 เมตร โดยวิธีตกลงราคา วงเงิน 60,000 บาท

4. กรณีจัดจ้างปิดกั้นคลองโครงการปิดกั้น คลองบางไผ่ หมู่ที่ 6 ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 10 เมตร ลึกประมาณ 3 เมตร โดยวิธีตกลงราคา วงเงิน 90,000 บาท

เบื้องต้นมีการกล่าวหาว่า ในการดำเนินงานโครงการเหล่านี้ ไม่มีการติดต่อสอบถามผู้มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างโดยตรงรายอื่น ให้เข้ามาเสนอราคา แต่มีการทำเอกสารหลักฐานย้อนหลัง เป็นเท็จว่า ผู้เสนอราคารายอื่นได้เสนอราคาปิดกั้นคลอง ดังกล่าวต่อ อบต.บางรักพัฒนา ทั้งที่ ผู้เสนอราคาดังกล่าวไม่ได้มาเสนอราคาจริง อีกทั้ง ยังมีการนำวัสดุอุปกรณ์ของ อบต.บางรักพัฒนา ไปใช้ และให้พนักงานลูกจ้างของ อบต.บางรักพัฒนา ไปทำงานปิดกั้นคลองด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนำวงเงินโครงการทั้งหมดข้างต้นมารวมกันพบว่า ใช้งบฯ โดยประมาณเป็นเงิน 286,000 บาท

อบต.บางรักพัฒนา ปัจจุบันยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองบางรักพัฒนา

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews-news/93505-newspccs096.html

- Advertisement -