ยกคำร้องฝากขัง’อานนท์’และพวกรวม 4 คน ทนายความรอรับตัวคืนนี้ ยันไม่มีอายัดซ้ำ

20

ศาลยกคำร้องขอฝากขังแกนนำและผู้ชุมนุมม็อบคณะราษฎรอีก 4 คน ประกอบด้วย ‘อานนท์-สมยศ-เอกชัย-สุรนาถ’ ทนายความรอรับตัวคืนนี้ ประสาน สน.ประชาชื่น ยืนยันไม่มีขออายัดตัวต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2563 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมม็อบคณะราษฎร 4 คน ประกอบด้วย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ และนายอานนท์ นำภา หลังทั้ง 4 คนถูกคุมขังเกือบ 20 วัน ทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพเย็นนี้

ต่อมาเมื่อเวลา 20.10 น. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า วันนี้ผู้ต้องขังทั้ง 4 คน ครบกำหนดฝากขัง ทีมทนายความได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังของพนักงานสอบสวน ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขัง ดังนั้นทั้ง 4 คนจะได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ แต่เนื่องจากศาลไม่ได้ออกหมายปล่อยตัวให้ ทำให้ต้องรอให้ครบกำหนด 7 วันที่รับฝากขัง ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.2563 ก็จะครบกำหนดเวลาในช่วงเที่ยงคืนวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำได้แจ้งว่า ขณะนี้ทั้ง 4 คนอยู่ในจุดปล่อยตัวแล้ว แต่ต้องรอให้ครบกำหนดเวลาเสียก่อน นอกจากนั้นยังได้รับคำยืนยันจาก สน.ประชาชื่นด้วยว่าจะไม่มีการอายัดตัวใด ๆทั้งสิ้น แสดงว่าทั้ง 4 คนจะได้กลับบ้านอย่างแน่นอน

ยกคำร้องฝากขัง’รุ้ง’คดีชุมนุมสกายวอล์ก
วันเดียวกันนี้ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นผัดฟ้องฝากขัง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) แกนนำคณะราษฎร 2563 จำนวน 2 สำนวน คดีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 กรณีนำมวลชนชุมนุมที่สกายวอล์ก บริเวณสี่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2563 และกรณีชุมนุมเพื่อทวงความเป็นธรรมให้นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับอ่านประกาศคณะราษฎร เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา

โดยศาลพิเคราะห์คำร้อง คำคัดค้าน ประกอบคำเบิกความชั้นไต่สวนของผู้ร้องแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ต้องหาคดีนี้ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ต้องหาอื่นอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน การสอบสวนได้กระทำการเสร็จสิ้นแล้ว โดยได้ส่งสำนวนการสอบสวนผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดอีก 2 คน ไปให้พนักงานอัยการเพื่อดำเนินการฟ้องคดี

สำหรับผู้ต้องหาคดีนี้ เหลือเพียงรอผลการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเท่านั้น ประกอบกับผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษา มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งที่สามารถติดต่อได้ ไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงยังไม่มีความจำเป็นให้คุมขังผู้ต้องหาไว้ จึงยกคำร้องขอฝากขัง โดยอนุญาตให้ผัดฟ้องได้ 6 วัน และให้เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาออกจากฐานข้อมูล

ปรับ‘อานนท์-พวก’รายละ 500-600 บาท ฉายโฮโลแกรมอ่านประกาศคณะราษฎร
ส่วนที่ศาลแขวงดุสิต ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอานนท์ นำภา น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายกรกช แสงเย็นพันธ์ นายอานันท์ ลุ่มจันทร์ นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ และนายปิยรัฐ จงเทพ กลุ่มแกนนำคณะราษฎร 2563 เป็นจำเลยที่ 1-7 กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองฯ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ โดยใช้เครื่องขยายเสียง รวมถึงกรณีวางเครื่องฉายโฮโลแกรมบนทางเท้า และอ่านประกาศคณะราษฎร

ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายอานนท์) มีความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานร่วมกันตั้ง วาง กองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งวางกองวัตถุใด ๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,000 บาท ฐานใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 200 บาท รวมปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,200 บาท

ส่วนจำเลยที่ 2-7 มีความผิดฐานร่วมกันตั้ง วาง กองวัตถุใด ๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งวางกองวัตถุใด ๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 1,000 บาท

ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 7 ราย ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 600 บาท คงปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 500 บาท

หมายเหตุ : ภาพประกอบ น.ส.ปนัสยา จาก ไทยพีบีเอส, ภาพนายอานนท์ จาก ไทยโพสต์ และภาพจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/93186-isranews-555.html

- Advertisement -