วันศุกร์ 24 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก ต่างประเทศ จีนเปิดแผนพัฒนากีฬา 5 ปี ปูทางสู่ “มหาอำนาจกีฬา” ดันอุตสาหกรรมกีฬาแตะ 35 ล้านล้านบาท

จีนเปิดแผนพัฒนากีฬา 5 ปี ปูทางสู่ “มหาอำนาจกีฬา” ดันอุตสาหกรรมกีฬาแตะ 35 ล้านล้านบาท

1

จีนเปิดแผนพัฒนากีฬาระยะ 5 ปี ระหว่างปีค.ศ. 2026–2030 มุ่งทำให้การออกกำลังกายเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ควบคู่กับการยกระดับกีฬาแข่งขัน ขยายเศรษฐกิจกีฬา และเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยตั้งเป้าขยายมูลค่าอุตสาหกรรมกีฬาให้เกิน 7 ล้านล้านหยวน (35 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น “ประเทศมหาอำนาจด้านกีฬา” ภายในปี 2035

สำนักงานการกีฬาแห่งชาติจีน (General Administration of Sport of China) เผยแพร่ “แผนการสร้างประเทศมหาอำนาจด้านกีฬาในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15” เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม หลังได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีจีน นับเป็นครั้งแรกที่จีนจัดทำแผนเฉพาะระดับชาติภายใต้เป้าหมายการสร้างประเทศมหาอำนาจด้านกีฬาโดยตรง

แผนกำหนดตัวชี้วัดสำคัญภายในปี 2030 ได้แก่ เพิ่มพื้นที่กีฬาต่อประชากรเป็นประมาณ 4 ตารางเมตร เพิ่มสัดส่วนประชาชนที่ออกกำลังกายเป็นประจำเป็นประมาณร้อยละ 40 และเพิ่มสัดส่วนประชาชนที่มีสมรรถภาพทางกายในระดับดีเป็นร้อยละ 31.1 ขณะเดียวกัน จีนตั้งเป้ารักษาผลงานของนักกีฬาในเวทีโลกให้อยู่ในกลุ่มแนวหน้า และขยายมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมกีฬาให้เกิน 7 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 35 ล้านล้านบาท

โครงสร้างของแผนแบ่งเป็น 11 ส่วน ครอบคลุมภารกิจสำคัญ 38 ข้อ และโครงการหลัก 8 กลุ่ม ตั้งแต่การพัฒนาสถานที่ออกกำลังกาย กีฬาเยาวชน กีฬาแข่งขัน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร อุตสาหกรรมกีฬากลางแจ้ง และการยกระดับกฎหมายและระบบต่อต้านการใช้สารกระตุ้น

ด้านการส่งเสริมสุขภาพประชาชน จีนจะเพิ่มสนามกีฬาและพื้นที่ออกกำลังกายขนาดเล็กใกล้ชุมชน โดยนำพื้นที่ว่างในเมือง พื้นที่ใต้ทางยกระดับ สวนขนาดเล็ก และพื้นที่สาธารณะที่ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ มาพัฒนาเป็นสนามอเนกประสงค์และศูนย์ออกกำลังกาย พร้อมปรับปรุงสถานที่ให้รองรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ

มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานในช่วงปี 2021–2025 ซึ่งทำให้จีนมีสถานที่กีฬามากกว่า 5 ล้านแห่ง รวมพื้นที่ประมาณ 4.37 พันล้านตารางเมตร หรือเฉลี่ย 3.11 ตารางเมตรต่อคน ขณะที่ประชาชนอายุ 19 ปีขึ้นไปร้อยละ 90.4 สามารถเข้าถึงสถานที่ออกกำลังกายได้ภายในเวลาเดินหรือปั่นจักรยานไม่เกิน 15 นาที

อย่างไรก็ตาม จีนไม่ได้มุ่งเพิ่มจำนวนสนามกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่จะยกระดับบริการด้านการออกกำลังกายในชุมชน ทั้งการตรวจประเมินสมรรถภาพ การให้คำแนะนำ และการออกแบบกิจกรรมให้เหมาะกับประชาชนแต่ละช่วงวัย โดยจีนมีผู้ฝึกสอนกีฬาชุมชนแล้วมากกว่า 3.9 ล้านคน

แผนยังผลักดันการเชื่อมกีฬาเข้ากับระบบการศึกษาและสาธารณสุข โดยใช้โปรแกรมออกกำลังกายตามหลักวิทยาศาสตร์ช่วยลดปัญหาสายตาสั้น โรคอ้วน ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง และปัญหาสุขภาวะทางจิตในเด็กและเยาวชน พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และอุปกรณ์สวมใส่มาใช้ประเมินสมรรถภาพและจัดโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคล

ด้านกีฬาแข่งขัน จีนจะปรับปรุงระบบคัดเลือกและฝึกนักกีฬา เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทีมชาติ และขยายฐานนักกีฬาจากโรงเรียน สโมสร และชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟู “กีฬาลูกบอลสามประเภท” ได้แก่ ฟุตบอล บาสเกตบอล และวอลเลย์บอล ซึ่งจีนยังต้องการยกระดับทั้งผลงานการแข่งขันและระบบพัฒนาเยาวชน

เศรษฐกิจกีฬาเป็นอีกเสาหลักของแผน หลังอุตสาหกรรมกีฬาจีนมีมูลค่าเกิน 5 ล้านล้านหยวน (25 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 และขยายตัวต่อเนื่องขณะที่การใช้จ่ายด้านกีฬาของประชาชนอายุ 19–59 ปีอยู่ที่เกือบ 2,500 หยวนต่อคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 จากปี 2020

พฤติกรรมผู้บริโภคจีนยังเปลี่ยนจากการซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ไปสู่บริการฝึกสอน การชมการแข่งขัน การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และกิจกรรมเชิงประสบการณ์มากขึ้น รัฐบาลจึงเตรียมใช้การแข่งขันกีฬาและลีกระดับท้องถิ่นกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม การค้าปลีก และแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่กับการพัฒนาอุปกรณ์กีฬาอัจฉริยะ

จีนยังตั้งเป้าพัฒนาแหล่งกีฬากลางแจ้งคุณภาพสูงประมาณ 100 แห่งภายในปี 2030 โดยจะใช้เงินทุนจากรัฐบาลกลาง กองทุนสาธารณประโยชน์จากสลากกีฬา และสินเชื่อจากสถาบันการเงินสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยการประเมินว่าอุตสาหกรรมกีฬากลางแจ้งของจีนมีมูลค่าเกิน 3 ล้านล้านหยวน (15 ล้านล้านบาท) แล้ว

ในมิติระหว่างประเทศ จีนจะขยายความร่วมมือกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee) สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (Olympic Council of Asia) และองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ พร้อมเพิ่มบทบาทในการกำกับดูแลกีฬาระดับโลก และส่งเสริมกีฬาดั้งเดิมของจีน เช่น ศิลปะการต่อสู้ การแข่งเรือมังกร และหมากล้อม ให้เป็นสื่อกลางด้านวัฒนธรรมและความเข้าใจระหว่างประชาชน

แผนยังให้ความสำคัญกับการยกระดับธรรมาภิบาลในวงการกีฬา โดยจะปราบปรามการบิดเบือนผลการแข่งขัน การใช้ความรุนแรง การปลอมอายุและสวมสิทธิ์ในการแข่งขันเยาวชน ตลอดจนวัฒนธรรมแฟนคลับแบบสุดโต่ง และเพิ่มความเข้มงวดด้านจริยธรรม กฎหมาย และมาตรฐานต่อต้านสารกระตุ้น

ภาพรวมของแผนพัฒนากีฬาฯ แสดงให้เห็นว่า บนเส้นทางไปสู่การเป็น “มหาอำนาจด้านกีฬา” นอกจากความสำเร็จด้านการแข่งขันแล้ว จีนกำลังทำให้กีฬาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศในระยะยาว

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ภาพ CGTN

- Advertisement -