หนุ่มลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ ทะเลาะแฟนสาวกลางวงสุรา ก่อนขว้างระเบิดขวดแบบประดิษฐ์ใส่โต๊ะม้าหินอ่อน ระเบิดสนั่นบ้านพักพัทยา แรงอัด-สะเก็ดกระจกกระเด็นใส่แฟนสาวและกลุ่มเพื่อน บาดเจ็บรวม 4 ราย เคราะห์ดีไม่โดนลูกอ่อนที่นอนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ขณะที่ฝ่ายชายอาการวิกฤต เสี่ยงสูญเสียการมองเห็น 1 ข้าง แม่เผยแพทย์เร่งผ่าตัด ตำรวจแจ้งข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส รอสอบปากคำหลังพ้นขีดอันตราย
จากกรณีเหตุระเบิดภายในบ้านพักเลขที่ 46/1 หมู่ 14 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ภายหลังนายคริสเตียน อายุ 28 ปี ลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ มีปากเสียงกับ น.ส.พัชริดา หรือมิ้นต์ อายุ 23 ปี แฟนสาว กลางวงสุรา ก่อนที่ฝ่ายชายจะขว้างระเบิดขวดแบบประดิษฐ์เอง ใส่โต๊ะม้าหินอ่อน ส่งผลให้เกิดแรงระเบิดและสะเก็ดกระจกกระเด็นใส่ผู้ที่อยู่ในวง ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน เมื่อคืนวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา
ล่าสุดช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง และได้พบกับ น.ส.พัชริดา หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน โดยให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเอง แฟนหนุ่ม และกลุ่มเพื่อนรวม 4 คน นั่งดื่มสุราอยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน จนกระทั่งช่วงก่อนเที่ยงคืน เกิดมีปากเสียงกับแฟนหนุ่มเล็กน้อย แต่ยังไม่ได้มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
ต่อมาแฟนหนุ่มได้ออกไปซื้อของ และกลับเข้ามานั่งที่วงสุราอีกครั้ง ขณะที่ตนเองนั่งนิ่งไม่ได้พูดคุยอะไร ทำให้ฝ่ายชายอาจเกิดความคิดมาก เข้าใจว่าตนงอนหรือไม่พอใจ ก่อนจะวิ่งไปหยิบระเบิดขวด ขนาดใกล้เคียงเครื่องดื่มชูกำลัง พันด้วยเทปสีดำ ขว้างใส่กลางโต๊ะหินอ่อน จนเกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 4 คน
น.ส.พัชริดา ระบุว่า เคราะห์ดีที่สะเก็ดระเบิดไม่กระเด็นเข้าไปถูกลูกอ่อน ซึ่งนอนอยู่ภายในห้องพักที่อยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ พร้อมยืนยันว่า สาเหตุการทะเลาะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ฝ่ายชายเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่เป็นประจำ

สำหรับอาการบาดเจ็บของตนเอง พบว่ามีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดตามร่างกายหลายแห่ง อาการค่อนข้างหนัก แต่โชคดีที่ไม่ถูกดวงตาหรืออวัยวะสำคัญ ขณะที่อาการของนายคริสเตียน ล่าสุดได้รับแจ้งจากแพทย์ว่า อาจต้องสูญเสียการมองเห็นดวงตาไป 1 ข้าง เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิดในระยะใกล้ ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ถึงขั้นสาหัส
นอกจากนี้ น.ส.พัชริดา ยังยอมรับว่า เคยเห็นระเบิดขวดดังกล่าวมาก่อน และเคยเตือนแฟนหนุ่มไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยว แต่ฝ่ายชายไม่เชื่อฟัง จนกระทั่งเกิดเหตุรุนแรงขึ้นดังกล่าว
ขณะที่ ชาวบ้านละแวกดังกล่าว ให้การในลักษณะเดียวกันว่ากลางดึกได้ยินเสียงระเบิดดังตูมสนั่นหวั่นไหว จนต้องลุกจากที่นอนขึ้นมาดู ตอนแรกคิดว่าเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด แต่ไม่นานก็เห็นรถกู้ภัยมารับตัวคนเจ็บ จนถึงรู้ว่าเป็นเสียงของระเบิดขวด
ด้าน นางดาวลอย อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน และเป็นมารดาของนายคริสเตียน เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการของบุตรชายยังอยู่ในขั้นวิกฤต แพทย์อยู่ระหว่างการผ่าตัดรักษาบาดแผลจากแรงระเบิด โดยมีความเสี่ยงสูงที่ดวงตาข้างขวาจะสูญเสียการมองเห็น
นางดาวลอย กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน ตนเดินทางไปเฝ้ารอเยี่ยมบุตรชายที่โรงพยาบาล แต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม เนื่องจากการผ่าตัดยังไม่แล้วเสร็จ และผู้บาดเจ็บต้องอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์
ส่วนความคืบหน้าทางคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส” อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถสอบปากคำผู้บาดเจ็บได้ เนื่องจากอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องรอให้อาการพ้นขีดอันตราย ก่อนดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.











