วธ.พร้อมช่วย ‘สมโพธิ’ ปมทรัพย์สินทางปัญญาหนัง 3 เรื่อง-หลังศาลฎีกาไม่รับคดีอุลตร้าแมน

309

‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ รมว.วธ.ยันพร้อมให้กองกฎหมายกระทรวงพูดคุยทีมทนายความ ‘สมโพธิ’ หลังศาลฎีกาไม่รับฟ้องคดีอุลตร้าแมน ระบุว่าประเด็นสู้คดีด้านลิขสิทธิ์จบไปแล้ว แต่มีประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่ยังมีข้อถกเถียงในหนัง 3 เรื่อง ‘หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์-หนุมานพบ 11 ยอดมนุษย์- Giant VS jumbo A’ เพราะเป็นภาพยนตร์ที่กำกับ-คิดเรื่องโดยคนไทยจึงถือเป็นภาพยนตร์ไทย มีสิทธิ์นำไปฉายต่อยอดได้ แต่ยอมรับไม่สามารถใช้อุลตร้าแมนได้แล้ว

สืบเนื่องจากสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) นำเสนอข่าวว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ มีคำสั่งไม่รับฎีกาคดีพิพาทเรื่องลิขสิทธิ์ภาพยนต์ยอดมนุษย์ อุลตร้าแมน ระหว่าง บริษัทไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด กับ บริษัทซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนในประเทศญี่ปุ่น กับนายสมโพธิ แสงเดือนฉาย เจ้าของ บริษัทไชโย โปรดักชั่นส์ ในฐานะจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 (นายพีระศิษฎ์ แสงเดือนฉาย) จำเลยที่ 4 (บริษัทไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด) และจำเลย 6 (บริษัททีไอจีเอ จำกัด) และยกคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา หลังจากศาลฯ ตรวจสำนวนฎีกาแล้วเห็นว่าไม่เป็นปัญหาสำคัญที่วินิจฉัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงทำให้ลิขสิทธิ์ภาพยนต์จำนวน 9 เรื่อง ได้แก่ 1. Giant VS Jambo ‘A’ 2. Hanuman and the Seven Ultraman 3.Ultraman 1 “Ultra Q” 4.Ultraman 2 5. Ultraman Seven 6. Return Ultraman 7. Ultraman Ace 8.Ultraman Taro และ 9. Jamborg Ace ตกเป็นของ บริษัทซึบูราญ่าฯ

ขณะที่ นายสมโพธิ ยืนยันสำนักข่าวอิศราว่า ผลจากการที่ฝ่ายตนแพ้คดีในชั้นอุทธรณ์นั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพยนตร์ไทย จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ 2.หนุมานพบ 11 ยอดมนุษย์ และ 3. Giant VS jumbo A ที่ลิขสิทธิ์จะต้องตกไปเป็นสมบัติของบริษัทญี่ปุ่น ขณะที่ภาพยนต์ เรื่อง หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ และหนุมานพบ 11 ยอดมนุษย์ ปัจจุบันได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นมรดกของชาติไทยด้วย

“ที่ผ่านมาได้พยายามทำหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือข้อกฎหมายในการต่อสู้คดีดังกล่าวแล้ว เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง จากการที่ต้องสูญเสียภาพยนตร์ที่เป็นเสมือนผลงานของประเทศไทย”

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2563 ที่ผ่านมา นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา ถึงเรื่องนี้ว่า ในประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญานั้นทางกระทรวงวัฒนธรรมยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ เพราะเวลานี้มีประเด็นหนึ่งที่ยังมีความสับสนกันอยู่ก็คือว่า นายสมโพธิมีสิทธิในภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่อง คือ 1.หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ 2.หนุมานพบ 11 ยอดมนุษย์ และ 3. ยักษ์วัดแจ้งพบจันโบ้เอ หรือไม่ เพราะภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่อง เป็นสิ่งที่เกิดจากการกำกับของนายสมโพธิ ดังนั้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดจากภูมิปัญญาของนายสมโพธิเอง

“เกี่ยวกับประเด็นนี้ ทางฝ่ายกฎหมายกระทรวงวัฒนธรรมยินดีที่จะพูดคุยกับฝ่ายกฎหมายของนายสมโพธิ เพราะแม้ว่าการสู้คดีจะจบลงในชั้นศาลฎีกาแล้วว่าศาลไทยนั้นไม่รับ แต่ในเชิงทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะภาพที่ออกไปว่าภาพยนตร์เรื่องหนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์นั้นเป็นภาพยนตร์ของไทย ทั้งในบริบทว่านายสมโพธิก็เป็นคนที่คิดพลอตและกำกับหนัง และตัวละครหนุมานก็เป็นของไทย แต่พอมีการไปรวมตัวละครอุลตร้าแมน ในเชิงของญี่ปุ่นพอเอาอุลตร้าแมนไปรวมอยู่ในหนังด้วยก็ถือว่าเป็นของญี่ปุ่นหมดเลย แต่ของเราก็เคลมว่าเพราะมีตัวละครหนุมานและมีการคิดพลอตและกำกับโดยคนไทย ก็เลยว่าเป็นของไทย ก็คงต้องมีการตีความกันอีกทีหนึ่ง แต่ถ้าหากทางฝ่ายกฎหมายของนายสมโพธิมีความต้องการจะปรึกษาประเด็นนี้กับทางกองกฎหมายของกระทรวง ทางกระทรวงก็ยินดีที่จะปรึกษาในประเด็นนี้”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวย้ำว่า “ประเด็นการต่อสู้ลิขสิทธิ์นั้นมันก็ไม่เกี่ยวกับการที่เราจะไปคิดหนัง หรือจะไปต่อยอด ซึ่งถ้าในประเด็นกฎหมาย คุณสมโพธิมีความต้องการจะมาปรึกษากับกองกฎหมาย ทางเราก็มีความยินดี เพราะถือว่าภาพยนตร์นั้นเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างขึ้นจากภูมิปัญญาของคนไทย แต่ในประเด็นเรื่องคดีอุลตร้าแมนนั้นเขาแพ้คดีก็หมายความว่าเขาไม่สามารถใช้ตัวละครนี้ได้แล้ว แต่ขอยืนยันว่าเรื่องนี้นั้นไม่กระทบกับการนำเอาภาพยนตร์ไปฉายในฐานะที่เป็นภูมิปัญญาของคนไทยแต่อย่างใด”

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews-news/92367-Casee00.html

- Advertisement -